“อิสราเอล” เปิดฉากโจมตี “อิหร่าน” แล้ว
เมื่อสงครามนัดแรกเริ่มขึ้น..
(12 มิ.ย. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า อิสราเอล ได้เปิดฉากโจมตีเมืองหลวงของอิหร่านแล้ว โดยมีเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วเมืองเตหะราน โดยอิสราเอลระบุว่าเป็นการโจมตีฐานนิวเคลียร์และฐานทัพทหาร
การโจมตีดังกล่าว เกิดขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานได้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคณะกรรมการบริหารของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้แสดงความตำหนิถึงอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ที่ไม่ทำงานร่วมกับผู้ตรวจสอบ จนทำให้อิหร่านตอบกลับทันทีว่า จะจัดตั้งสถานที่เสริมสมรรถนะแห่งที่ 3 ในประเทศและเปลี่ยนเครื่องหมุนเหวี่ยงบางส่วนเป็นเครื่องที่ทันสมัยกว่า
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า ประเทศของเขาได้เริ่ม“ปฏิบัติการทางทหารที่กำหนดเป้าหมายเพื่อย้อนกลับภัยคุกคามจากอิหร่าน ต่อการอยู่รอดของอิสราเอล”
“ปฏิบัติการนี้จะใช้เวลานานเท่าที่จำเป็นเพื่อบรรลุภารกิจในการต่อต้านภัยคุกคามการทำลายล้างต่อเรา โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน โครงการขีปนาวุธพิสัยไกล และสถานที่ทางทหารอื่น ๆ” เนทันยาฮู กล่าวเสริม
ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอล กล่าวแถลงการณ์ว่าเครื่องบินมากกว่า 10 ลำมีส่วนร่วมในการโจมตีครั้งแรก ต่อเป้าหมายทางทหารหลาย 10 แห่ง รวมถึงเป้าหมายนิวเคลียร์ในพื้นที่ต่าง ๆ ของอิหร่าน
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์กล่าวว่า อิสราเอลได้ดำเนินการโจมตีต่ออิหร่านฝ่ายเดียว ซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะเป็นการป้องกันตนเอง
“เราไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีอิหร่าน และสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดคือ การปกป้องกองกำลังอเมริกันในภูมิภาคนั้น” รูบิโอกล่าวในแถลงการณ์ ทั้งนี้ รูบิโอ ได้ออกคำเตือนถึงอิหร่านว่าไม่ควรเล็งเป้าไปที่ผลประโยชน์หรือบุคลากรของสหรัฐฯ
ระหว่างเกิดเหตุ ประชาชนในกรุงเตหะรานรับรู้ได้ถึงเสียงระเบิด พร้อมกับพบเห็นควันลอยขึ้นจากย่านชิตการ์ ซึ่งเป็นย่านหนึ่งทางตะวันตกของเตหะราน อย่างไรก็ตาม บริเวณดังกล่าวไม่มีโรงงานนิวเคลียร์ที่ทราบแน่ชัด
ในเวลาต่อมา อิสราเอล คัทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า ประเทศของเขาเป็นผู้เริ่มก่อเหตุโจมตีครั้งนี้จริง ซึ่งหลังจากอิสราเอลโจมตีอิหร่านเชิงป้องกัน คาดว่าอิหร่านจะมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่ออิสราเอลในทันที ในขณะนี้อิสราเอลได้ลงนามคำสั่งพิเศษประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินภายในประเทศ แล้ว
หลังจากนี้ต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีโอกาสที่จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณข้อมูล : PBS