MAJOR โบรกฯ ชี้โรงหนังที่ยังไปได้ต่อ แนะซื้อ คาดปี 66 กำไรกลับมาโต 82%
#MAJOR #ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส หรือ ASPS สแกน หุ้นบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR คาดกําไรสุทธิ Q3/65 อยู่ที่ 23 ล้านบาท (-83%QoQ, -99%YoY) โดยในไตรมาสนี้คาดจะมีรายการพิเศษที่เป็นทั้งรายการบวก ได้แก่ กําไรจากการขายหุ้น Thai Ticket Major ซึ่ง MAJOR ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 40% โดยขายออกไป 20% คิดเป็นมูลค่า 120 ล้านบาท เนื่องจาก TTM ประสบผลขาดทุนอย่างต่อเนื่อง และ รายการพิเศษจากเงินประกันชดเชยไฟไหม้สาขาสุขุมวิทอีกราว 65 ล้านบาท (รวมอยู่ในรายได้อื่น)
ขณะที่ประเด็นการต่อสัญญากับ MJLF มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่มี Minimum Guarantee ซึ่งน่าจะทําให้กระแสเงินสดที่ MJLF ได้รับลดลง ภายใต้หลักการนี้น่าจะทําให้เกิด Impairment Loss หักลบกับรายการพิเศษที่เป็นบวกสุทธิแล้วน่าจะส่งผลลบต่อกําไรเล็กน้อย กําไรจากการดําเนินงานคาดปรับตัวลง 47%QoQ มาอยู่ที่ 64 ล้านบาท หลักๆ จากธุรกิจภาพยนตร์ที่รายได้หนังอ่อนตัวตามหน้าหนังที่เข้าฉายประกอบกับปัจจัยฤดูกาลในหน้าฝน ส่งผลให้ผู้คนต่างจังหวัดเข้าโรงหนังน้อยลง คาดรายได้ธุรกิจภาพยนตร์ลดลง 10%QoQ โดยมีภาพยนตร์ Top 5 ได้แก่ บุพเพสันนิวาส 2 (261 ล้านบาท), THOR (173 ล้านบาท) , OnePiece (81 ล้านบาท), Minion (31 ล้านบาท), Avatar (12 ล้านบาท)
อย่างไรก็ ตามนอกเหนือจากธุรกิจภาพยนตร์ที่หดตัว ธุรกิจอื่นๆ ฟื้นตัวขึ้น QoQ แทบทุกธุรกิจ ธุรกิจป๊อปคอร์น ปรับตัวขึ้น 15%QoQ จากช่องทาง Out-of-Cinema ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น สะท้อนยอดขายที่เติบโตไม่ได้เพียงผ่านช่องทางหน้าโรงภาพยนตร์เท่านั้น ธุรกิจโฆษณาปรับตัวขึ้นอีกราว 10%QoQ จากเม็ดเงินที่เริ่มกลับเข้าโรงหนัง และในส่วนธุรกิจ Bowling ปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่า 40%QoQ จากการกลับมาจัดกิจกรรมในการส่งเสริมยอดขาย
**Q4/65 น่าจะเป็นอะไรที่ดี
หลังผ่านพ้น Q3/65 ที่รายได้หนังอ่อนตัว หากพิจารณาหนังใน Q4/65 มีหนังฟอร์มยักษ์ 2 เรื่องที่รอเข้าฉาย ได้แก่ Black Panther และ Avatar2 ที่น่าจะเป็นตัวชูโรง ส่วนหนังไทยที่น่าจับตามองคือเรื่อง “บัวผันฟันยับ” ที่ BEC จับมือร่วมสร้างกับ MPIC รายได้การขายป๊อปคอร์นที่น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อตามหน้าหนัง และจากการเพิ่มช่องทางการขายทั้ง Marketplace และช่องทางร้านค้าสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น หนุนยอดขายป๊อปคอร์น เติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับรายได้ธุรกิจโฆษณาที่เม็ดเงินโฆษณาน่าจะกลับมาสะพัดในโรงอีกครั้งหลังเข้าสู่ช่วง High Season ในงวด Q4/65
**หั่นกําไรปี 65-66 ลง 27%,15%
กําไร 9M65 คิดเป็นเพียง 28% ของประมาณการ ฝ่ายวิจัยจึงปรับสมมติฐานการจัดทําประมาณการกําไรปี 2565 โดยมีรายละเอียด 1.) รายได้ภาพยนตร์ 9M65 คิดเป็น 69% ของประมาณการ แม้จะมีหนังทําเงินรอเข้าฉายอยู่ ได้แก่ Black Panther และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Avatar2 ที่ฝ่ายวิจัยคาดว่าน่าจะเป็นหนังที่ทํารายได้เป็นกอบเป็นกํา อย่างไรก็ตาม Avatar2 เริ่มฉายวันที่ 14 ธ.ค. 65 ซึ่งน่าจะส่งผลต่อผลประกอบการ Q4/65 ของ MAJOR เพียงเล็กน้อย ประกอบกับใน Q3/65 ที่เป็นเรื่องของปัจจัยฤดูกาล ส่งผลให้คนเข้าโรงหนังน้อยลง จึงปรับรายได้ภาพยนตร์ปี 2565-66 ลง 28% และ 17% ตามลําดับ
2.) ปรับ Gross Margin เฉลี่ยจาก ธุรกิจภาพยนตร์ปี 2565 ลงจาก 15% มาอยู่ที่ 10% จากโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจภาพยนตร์ที่มีสัดส่วน Fixed Cost ค่อนข้างมาก ในช่วงที่รายได้ยังไม่กลับสู่สภาวะปกติ ส่งผลให้ Gross Margin เฉลี่ยปรับลดลงจาก 35% มาอยู่ที่ 32%
3.) ปรับรายได้ธุรกิจโฆษณาในโรงปี 2565-66 ลง 20% และ 19% ตามลําดับ สะท้อนแนวโน้มเม็ดเงินโฆษณาที่แม้จะเห็นการฟื้นตัวในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตามพิษภัยจากเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นก่อนหน้า ทําให้รายได้โฆษณาอาจทําได้ไม่ถึงตามประมาณการที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้
**แนะนําซื้อ..เคาะเป้า 21.80 บาท
ภายหลังปรับประมาณการคาดกําไรสุทธิปี 2566 จะกลับมาเติบโต 82%YoY จากฐานที่ต่ำในปี 2565 ที่ยังได้รับผลกระทบจากโควิด โดยสถานการณ์ที่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ กําลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัว หนุนผู้คนกลับเข้าโรงภาพยนตร์อีกครั้ง ประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี DCF ได้ Fair Value ปี 2566 อยู่ ที่ 21.80 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 19.13% คงคําแนะนําซื้อ
อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1