โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิงเอเชียน

ไขข้อสงสัย ‘การไล่ถิ่นตระกูล’ ของคนเกาหลี ในซีรีส์ Extraordinary Attorney Woo

ดูซีรีส์ให้ซีเรียส

เผยแพร่ 17 ก.ย 2565 เวลา 10.02 น.

เป็นอีกครั้งที่ดูซีรีส์ Extraordinary Attorney Woo แล้วเกิดประเด็นสงสัย จนพาให้เราต้องไปตามสืบเสาะข้อมูลกันต่อ และทำให้ได้พบจักรวาลอันกว้างใหญ่จากข้อสงสัยเล็กๆ เรื่อง ‘การไล่ถิ่นตระกูล’ ใน EP.12 ฉากที่ผู้พิพากษารยูมยองฮา ถามถึงต้นตระกูลของทนายรยูแจซุก

ผู้พิพากษา:ถิ่นตระกูลคือที่ไหนครับ
ทนาย: อ้อ ฉันตระกูลรยูจากพุงซานค่ะ
ผู้พิพากษา: ผมก็ตระกูลรยูจากพุงซานครับ…
ทนาย: คำว่า ‘แจ’ จากชื่อรยูแจซุกของฉัน เป็นชื่อรุ่นที่ชี้ว่าฉันคือรุ่น 26 ของตระกูลรยูจากพุงซานค่ะ ส่วนผู้พิพากษามี ‘ฮา’ อยู่ในชื่อ ฉันว่าน่าจะเป็นรุ่น 27 ถูกไหมคะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็มีศักดิ์เป็นอาสินะคะ

การไล่ถิ่นตระกูล ที่เราได้เห็นกันในซีรีส์ Extraordinary Attorney Woo นั้น คนเกาหลีเขาทำกันเพื่ออะไร ชีวิตจริงของคนยุคนี้ยังทำกันอยู่ไหม แล้วการรู้ถิ่นตระกูลของตัวเองมันบ่งบอกอะไรได้บ้าง ดูซีรีส์ให้ซีเรียส หาคำตอบมาให้แล้ว

นามสกุลของคนเกาหลี

ก่อนจะไปเจาะถึงเรื่องการไล่ถิ่นตระกูล ต้องมาเริ่มที่การทำความเข้าใจเรื่องนามสกุลของคนเกาหลีกันก่อน เพราะอย่างที่นักดูซีรีส์หลายคนน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าชาวเกาหลีมีนามสกุลที่ไม่ค่อยหลากหลายเหมือนกับคนชาติอื่น คือโดยส่วนมากจะเป็นนามสกุล 1 พยางค์ แล้วตามด้วยชื่อ 2 พยางค์ เช่น พัค-อึนบิน, คิม-ซอนโฮ, คัง-แทโอ ฯลฯ ทั้งนี้ นามสกุลแบบ 2 พยางค์ก็มีอยู่บ้าง แต่พบได้น้อย เช่น นัมกุง-มิน เป็นต้น

ปัจจุบันเกาหลีใต้มีจำนวนประชากรประมาณ 51 ล้านคน แต่เมื่อสำรวจสำมะโนประชากรอย่างละเอียดแล้วก็พบว่ามีเพียง 288 นามสกุลเท่านั้นที่ใช้อยู่ในตอนนี้ โดยนามสกุลที่มีผู้ใช้มากที่สุด 3 อันดับแรกคือ คิม (21.5%), อี (14.7%) และพัค (8.4%) ตามลำดับ

ซึ่งสาเหตุที่นามสกุลยอดฮิตทั้ง 3 ถูกใช้มากที่สุดก็มีเหตุผลรองรับเช่นกัน ย้อนเวลากลับไปหลายร้อยปีก่อน ประชาชนคนธรรมดาระบุตัวตนกันด้วยชื่อเพียงอย่างเดียว โดยคนที่มีสิทธิ์ใช้นามสกุลจะเป็นเหล่า ‘ยังบัน’ (양반) ซึ่งเป็นชนชั้นปกครองเท่านั้น จนมาถึงช่วงท้ายของยุคโชซอน (1392-1910) ประชาชนถึงจะได้รับอนุญาตให้มีนามสกุลได้ แต่เพราะไม่เคยมีนามสกุลมาก่อน ทำให้ไม่รู้ว่าจะประดิษฐ์คำยังไงดี จนมาจบที่การเลือกใช้นามสกุลตามราชวงศ์หรือชนชั้นปกครองที่ตนเองนิยมชมชอบแทน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น คิม อี พัค และไม่น่าเชื่อว่า 3 นามสกุลนี้ก็ยังคงถูกใช้อย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

นามสกุลเดียวกัน ต้องเป็นญาติกันหรือเปล่า?

อย่างที่บอกว่าคนเกาหลีมีนามสกุลซ้ำกันเยอะมากๆ โดยเฉพาะ ‘คิม’ ที่ใช้กันอยู่มากกว่า 10 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ ดังนั้นหากจะบอกว่าคนที่นามสกุลคิมเหมือนกันจะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกันทั้งหมดก็อาจดูเกินจริงไปหน่อย เพราะมันไม่น่าจะเป็นไปได้

แต่ถ้ามีนามสกุลเดียวกันแล้วเกิดสงสัยขึ้นมาจริงๆ ว่า เอ๊ะ เรามีความเกี่ยวดองกันในทางใดทางหนึ่งหรือเปล่า ชาวเกาหลีเขาก็มีวิธีตรวจสอบเหมือนอย่างที่เห็นในซีรีส์ Extraordinary Attorney Woo เลย คือต้องสอบถามไปถึงถิ่นของต้นตระกูลว่ามาจากที่ไหน เพราะถ้ามาจากรากเดียวกัน ก็เป็นไปได้ว่าอาจเป็นญาติกันนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น หากนามสกุล ‘คิม’ ก็จะแตกแขนงไปหลายสาย มีทั้งคิมจากปูซาน คิมจากคังนึง คิมจากอันดง เป็นต้น โดยนามสกุลคิมนั้นมีต้นกำเนิดในภูมิภาคต่างๆ อย่างน้อย 348 แห่งเลยทีเดียว

แต่ถิ่นตระกูลที่ว่านี้ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าหมายถึงจังหวัดที่ปู่ย่าตายายเราอาศัยอยู่ แต่หมายถึงถิ่นตระกูลของบรรพบุรุษรุ่นแรกสุดว่าอยู่ที่ไหน ซึ่งข้อมูลนี้คนเกาหลีโดยทั่วไปจะรู้กันอยู่แล้ว เพราะคนสมัยก่อนจะค่อนข้างให้ความสำคัญกับถิ่นกำเนิด วงศ์ตระกูล รวมถึงความกลมเกลียวภายในครอบครัว จึงมีธรรมเนียมในการจดบันทึกสายตระกูลที่ส่งต่อกันมาในแต่ละรุ่น เพื่อเป็นการบันทึกรายชื่อสมาชิกในครอบครัว โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยเรียกสิ่งนี้ว่า จกโบ (족보) ซึ่งแต่ละตระกูลอาจมีรูปแบบสร้างสรรค์ในการจดบันทึกแตกต่างกันไป เบสิกที่สุดก็เป็นรูปแบบตัวหนังสือ หรือบางครอบครัวก็ทำออกมาเป็นภาพ ตาราง หรือแผนภูมิ เพื่อให้สืบค้นได้ง่ายขึ้น

ทำไมพยางค์แรกของชื่อจึงสามารถบอกลำดับชั้นในตระกูลได้

ด้วยความที่คนสมัยก่อนมีลูกเยอะ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป สมาชิกครอบครัวเหล่านั้นก็แตกแขนงต่อกันไปอีกจนเยอะขึ้นเรื่อยๆ เวลาต้องมารวมญาติกันแต่ละทีจึงเกิดความสับสนในการจำแนกว่าใครคือญาติใคร มาจากสายไหน มีศักดิ์เป็นอะไรกับเรา

ปัญหานี้ได้จุดประกายออกมาเป็นไอเดียการตั้งชื่อแบบจัดหมวดหมู่ นั่นคือคนที่เป็นชั้นลูกเหมือนกัน ชื่อพยางค์หน้าจะเป็นคำเดียวกันทั้งหมด เช่น อึนฮี อึนฮยอบ อึนซอม อึนฮา แล้วพอเป็นชั้นหลานก็ทำแบบเดียวกัน ซึ่งพอเป็นวิธีนี้ ต่อให้สมาชิกในครอบครัวจะแตกหน่อไปเยอะแค่ไหน ถ้าหากรู้ถิ่นตระกูลแล้วมาสืบค้นจากชื่อต่อ ก็จะลำดับญาติกันได้ง่ายขึ้น อย่างที่เราเห็นจากบทสนทนาระหว่างทนายรยูแจซุกและผู้พิพากษารยูมยองฮาใน EP.12 นั่นเอง

แม้ในยุคปัจจุบันการให้ความสำคัญกับการไล่ถิ่นตระกูลเพื่อลำดับญาติจะลดน้อยลงไปมาก เพราะมีหน่วยงานรัฐที่บันทึกประวัติของแต่ละบุคคลเอาไว้อยู่แล้ว แต่ธรรมเนียมนี้ก็ยังไม่หายสาบสูญไปเสียทีเดียว เพราะคนรุ่นพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายก็ยังยึดถือขนบนี้อยู่ในบางครอบครัว โดยเฉพาะตระกูลที่มีสมาชิกเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ก็เชื่อว่าอาจจะยังมีการจดบันทึกอยู่ก็เป็นไปได้

FYI

  • เกาหลีเคยมีกฎหมายที่ห้ามมิให้คนมีนามสกุลเดียวกันแต่งงานกัน แต่สุดท้ายข้อห้ามนี้ก็ถูกยกเลิกไปในปี 1994 ซึ่งประเด็นนี้เคยปรากฏให้เห็นมาแล้วในซีรีส์ Reply 1988
  • ในบางครอบครัวที่ยังไม่สบายใจหากลูกหลานจะแต่งงานกันคนนามสกุลเดียวกัน ก็จะใช้วิธีไล่ถิ่นตระกูลเพื่อสืบค้นรากเหง้าของตัวเองว่าเป็นญาติกันหรือไม่ โดยจะต้องไล่ลำดับไปทั้งหมด 7-8 ชั้น จึงจะนับว่าเป็นระยะปลอดภัย
  • แม้ยุคนี้จะไม่มีสมุดจกโบให้สืบหาต้นตระกูลแล้ว แต่ก็ยังมีช่องทางออนไลน์ที่ช่วยได้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลากับการกรอกข้อมูลเยอะสักหน่อย ใครอยากลองเล่นดูให้เข้าไปที่ koreangenealogy.org แต่จะสืบค้นได้เฉพาะนามสกุลเกาหลีเท่านั้น

อ้างอิง: overseas.mofa.go.kr, koreatimes.co.kr, koreangenealogy.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...