โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้โดยสารเครื่องบินในสหรัฐแตกตื่นหลังเจองูบนเที่ยวบิน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 19 ต.ค. 2565 เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2565 เวลา 04.57 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

วอชิงตัน 19 ต.ค. – ผู้โดยสารในเที่ยวบินชั้นธุรกิจของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ของสหรัฐ ต่างพากันแตกตื่น หลังพบงูที่ยังมีชีวิตเลื้อยคลานไปทั่วห้องโดยสารชั้นธุรกิจ ในขณะที่เครื่องบินเพิ่งลงจอดในรัฐนิวเจอร์ซีย์

การท่าอากาศยานของนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ดูแลท่าอากาศยานในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ระบุว่า งูที่ซ่อนตัวอยู่ในเที่ยวบินชั้นธุรกิจของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ เป็น ‘งูการ์เตอร์’ (garter snake) ที่ไม่มีพิษ งูตัวนี้ปรากฏตัวขึ้นในเที่ยวบิน 2038 จากเมืองแทมปาในรัฐฟลอริดาไปยังเมืองนวร์กในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่เครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาตินวร์กลิเบอร์ตีได้เพียงไม่นาน ผู้โดยสารบนเที่ยวบินดังกล่าวเผยกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของรัฐนิวเจอร์ซีย์ว่า ขณะที่นักบินกำลังนำเครื่องบินไปจอดที่อาคารโดยสาร ผู้โดยสารชั้นธุรกิจต่างพากันส่งเสียงกรีดร้องและยกขาขึ้นจากพื้น

งูการ์เตอร์

โฆษกหญิงของการท่านิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ ระบุในแถลงการณ์ทางอีเมลเมื่อวันอังคารว่า เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ประจำท่าอากาศยานและตำรวจของการท่าได้มาช่วยกันจับงูตัวดังกล่าวออกจากห้องโดยสารชั้นธุรกิจ ก่อนนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ทั้งยังระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ ไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของท่าอากาศยาน และเครื่องบินลำนี้ก็สามารถบินออกจากเมืองนวร์กได้ตามปกติ ขณะที่โฆษกของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ระบุว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ทราบเรื่องงูจากผู้โดยสารได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำสนามบินเข้ามาจัดการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้เปิดเผยว่างูตัวนี้ขึ้นไปอยู่บนเที่ยวบินดังกล่าวได้อย่างไร.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...