โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สิ้น ‘มิคาอิล กอร์บาชอฟ’ ในวัย 91 ปี ผู้นำทั่วโลกยกย่องอดีตผู้นำโซเวียตคนสุดท้าย

VoiceTV

อัพเดต 31 ส.ค. 2565 เวลา 02.26 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 01.05 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

กอร์บาชอฟขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2528 ก่อนที่เขาจะใช้นโยบายการเปิดสหภาพโซเวียตออกสู่ประชาคมโลก และนำเสนอนโยบายการปฏิรูปภายในประเทศ อย่างไรก็ดี ความพยายามในการปรับเปลี่ยนของกอร์บาชอฟกลับสายเกินไป เนื่องจากระบอบของสหภาพโซเวียตได้ล่มสลายลงในท้ายที่สุด นำมาสู่การเกิดขึ้นของรัสเซียสมัยใหม่ ก่อนยุคการขึ้นมามีอำนาจของ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียคนปัจจุบัน

ผู้นำทั่วโลกต่างออกมาไว้อาลัยต่อการสูญเสียในครั้งนี้ โดย อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ออกมากล่าวถึงการเสียชีวิตของกอร์บาชอฟว่าเป็น “จุดเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์” พร้อมยกย่องว่า “มิคาอิล กอร์บาชอฟ เป็นรัฐบุรุษที่หายากผู้หนึ่ง” และ “โลกได้สูญเสียผู้นำโลกที่เกรียงไกร ผู้วางใจในระบบพหุภาคี และผู้สนับสนุนสันติภาพอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย”

โรงพยาบาลที่ทำการรักษาสุขภาพของกอร์บาชอฟกล่าวว่า ด้วยวัย 91 ปี อดีตผู้นำสหภาพโซเวียตป่วยด้วยโรคที่รุนแรงมาอย่างยาวนาน โดยเมื่อไม่กี่ปีมานี้ สุขภาพของกอร์บาชอฟถดถอยลงไปมาก ก่อนที่เขาจะเดินทางเข้าและออกโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีรายงานว่ากอร์บาชอฟเข้ารับการรักษาโรคไต โดยในตอนนี้ยังไม่มีการแถลงถึงสาเหตุการเสียชีวิตของกอร์บาชอฟแต่อย่างใด

ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกสำนักประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุต่อสำนักข่าวรัสเซียอย่าง Interfax ว่า ปูตินในฐานะประธานาธิบดีรัสเซีย ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของกอร์บาชอฟ

อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ออกมายกย่องกอร์บาชอฟว่าเป็น “ผู้นำที่ได้รับการไว้วางใจและความนับถือ” ผู้ซึ่ง “เปิดทางเพื่อยุโรปที่เป็นเสรี” ทั้งนี้ ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ย้ำว่า “มรดกของเขาจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เราไม่มีวันลืม” นอกจากนี้ บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ยังได้กล่าวยกย่องความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ของกอร์บาชอฟ พร้อมระบุว่า “ในเวลาที่การรุกรานของปูตินในยูเครน การผูกพันเพื่อการเปิดประตูโซเวียตสู่ประชาคมอย่างไม่มีวันเหนื่อยล้า ยังคงเป็นตัวอย่างให้กับพวกเราทุกคน”

กอร์บาชอฟกลายมาเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียต และผู้นำโดยพฤตินัยของประเทศตัั้งแต่อายุ 54 ปี โดยตั้งแต่เวลานั้น เขาเป็นผู้นำที่มีอายุน้อยที่สุดในสภาบริหาร และกลายมาเป็นภาพแทนของคนรุ่นใหม่ หลังจากอดีตผู้นำสหภาพโซเวียตในแต่ละยุคที่มีอายุค่อนข้างมาก โดยกอร์บาชอฟขึ้นสู่อำนาจหลังจากที่ คอนสตันติน เชียร์เนนโค ในวัย 73 ปี เสียชีวิตลง ขณะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำได้แค่ปีเดียว

กอร์บาชอฟใช้นโยบายการเปิดกว้างอย่างกลาสโนสต์ เพื่อให้ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลสหภาพโซเวียตได้ นับเป็นความก้าวหน้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศคอมมิวนิสต์ยักษ์ใหญ่ อย่างไรก็ดี นโยบายดังกล่าวของกอร์บาชอฟนำมาสู่การเฟื่องฟูของกลุ่มชาตินิยมในพื้นที่ต่างๆ ของโซเวียต กลายมาเป็นต้นเหตุสำคัญของการล่มสลายลงของสหภาพ

ในด้านกิจการระหว่างประเทศ กอร์บาชอฟยื่นมือมาผสานเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับทางสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ โรนัลด์ เรแกน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยุคปลายสงครามเย็น นอกจากนี้ กอร์บาชอฟยังปฏิเสธที่จะเข้าไปแทรกแซงกิจการของประเทศในยุโรปตะวันออก ที่ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์

กอร์บาชอฟถูกโลกตะวันตกมองว่าเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบการปฏิรูปสหภาพโซเวียต ผู้สร้างให้เกิดเงื่อนไขของการจบลงของสงครามเย็นในปี 2534 ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุด ของความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพโซเวียตกับชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ กอร์บาชอฟได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2533 “จากบทบาทนำที่เขามีในการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว ของความสัมพันธ์ระหว่างตะวันออกและตะวันตก” โดยนับตั้งแต่ชาติเกิดใหม่อย่างรัสเซียปรากฏขึ้นมาบนแผนที่โลกเมื่อปี 2534 กอร์บาชอฟปรับบทบาทของตนเองออกไปยังรอบนอกของพื้นที่ทางการเมือง และเน้นการทำงานของตนไปที่โครงการด้านการศึกษาและด้านมนุษยธรรม

กอร์บาชอฟพยายามกลับเข้าสู่การเมืองรัสเซียอีกครั้งในปี 2539 ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซีย อย่างไรก็ดี เขาได้รับคะแนนเสียงเพียงแค่ 0.5% เท่านั้น ทั้งนี้ มรดกหลังการลงจากอำนาจของกอร์บาชอฟ นำมาสู่ความขัดแย้งกันในรัสเซียเอง เพราะมีบางฝ่ายมองว่านโยบายของกอร์บาชอฟเป็นที่มาของการล่มสลายลงของสหภาพโซเวียต ผู้ให้การสนับสนุนการรุกรานยูเครนของรัสเซียบางรายเรียกกอร์บาชอฟว่าเป็น “กบฏ”

จากรายงานระบุว่า ร่างของกอร์บาชอฟจะถูกฝังในสุสานโนโวเดวิชี สถานที่ฝังร่างผู้นำคนสำคัญของรัสเซียหลายคน โดยร่างของกอร์บาชอฟจะถูกฝังข้างๆ กันกับ ไรซา ภรรยาของเขาที่เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวไปก่อนหน้านี้เมื่อปี 2542

ที่มา:

https://www.bbc.com/news/uk-62732447?fbclid=IwAR29F_9uBeR4yb3Wew5SInhRaVdReeoNvxPW7ntnKB28ZkGesn-RLVuljIM

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...