โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เอทิลแอลกอฮอล์ vs เมทิลแอลกอฮอล์: ใช้ผิดเสี่ยงขิต !

BT Beartai

อัพเดต 28 ส.ค. 2567 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2567 เวลา 09.03 น.
เอทิลแอลกอฮอล์ vs เมทิลแอลกอฮอล์: ใช้ผิดเสี่ยงขิต !

“แอลกอฮอล์” ถือเป็นหนึ่งในสารเคมีที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา ทั้งในรูปแบบของเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หรือแม้แต่เชื้อเพลิง

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า แอลกอฮอล์ที่เราใช้กันอยู่นั้นมีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติและอันตรายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ?

โดยหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ การสับสนระหว่าง “เอทิลแอลกอฮอล์” ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในแอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อ กับ “เมทิลแอลกอฮอล์” ซึ่งเป็นสารเคมีที่อันตรายถึงชีวิต หากใช้ผิดชนิด ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจร้ายแรงเกินกว่าจะคาดคิดได้

เอทิลแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สำหรับการแพทย์และการดื่มด่ำ

“เอทิลแอลกอฮอล์” (Ethyl Alcohol) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “เอทานอล” (Ethanol) เป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่ผลิตจากการหมักน้ำตาล มีสูตรเคมีคือ C₂H₅OH ลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี กลิ่นหอมอ่อน ๆ และมีรสเผ็ดเล็กน้อย เอทิลแอลกอฮอล์มีความปลอดภัยเมื่อใช้ภายนอกร่างกาย เช่น การใช้ทำความสะอาดผิวหนัง หรือฆ่าเชื้อโรค เนื่องจากมีฤทธิ์ในการละลายไขมันของเชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคตายได้ นอกจากนี้ เอทิลแอลกอฮอล์ยังเป็นส่วนผสมหลักในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย โดยมีความเข้มข้นหรือเปอร์เซ็นต์การใช้งานเอทิลแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกันดังนี้

  • ในเครื่องดื่ม: ปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเครื่องดื่ม เช่น เบียร์จะมีปริมาณแอลกอฮอล์ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ไวน์ประมาณ 12-14 เปอร์เซ็นต์ ค็อกเทลประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ สุราหรือวิสกี้ประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์
  • ในวงการแพทย์: เอทิลแอลกอฮอล์ที่ใช้ในวงการแพทย์มักจะมีความเข้มข้นสูง เช่น แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ใช้สำหรับฆ่าเชื้อโรค

เมทิลแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สำหรับอุตสาหกรรมและมีพิษร้ายแรง

เมทิลแอลกอฮอล์” (Methyl Alcohol) หรือ “เมทานอล” (Methanol) มีสูตรเคมีคือ CH₃OH เป็นสารเคมีที่ได้มาจากกระบวนการกลั่นทางปิโตรเคมี มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ลักษณะคล้ายเอทิลแอลกอฮอล์มาก ใช้ในอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ เช่น เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ (ทินเนอร์ แล็กเกอร์) เชื้อเพลิง (ผสม LPG และไบโอดีเซล) หรือสารตั้งต้นในการผลิตพลาสติก

แม้เมทิลแอลกอฮอล์จะมีรสหวานเล็กน้อย แต่มีพิษร้ายแรงต่อร่างกาย หากสูดดม ดื่ม หรือสัมผัสกับผิวหนัง เมทิลแอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว และถูกเปลี่ยนเป็นสารพิษที่ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ตับ ไต ปอด สมอง และการมองเห็น ดังนั้น การบริโภคเมทิลแอลกอฮอล์แม้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยจึงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

กลไกการทำงานของเมทิลแอลกอฮอล์ในร่างกาย

เมื่อเมทิลแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย มันจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว และถูกนำไปยังตับเพื่อทำการย่อยสลาย โดยเอนไซม์ในตับจะเปลี่ยนเมทิลแอลกอฮอล์ให้เป็นสารพิษชนิดหนึ่งคือ ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) และ กรดฟอร์มิก (Formic acid) ซึ่งสารพิษนี้จะไปทำลายเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะระบบประสาทและสมอง ก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ปวดหัว มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก ชัก เห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว แพ้แสง เห็นภาพเป็นสีขาว สูญเสียการมองเห็น หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป ระบบต่าง ๆ ของร่างกายจะถูกทำลายจากภาวะเลือดเป็นกรด (Metabolic acidosis) และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด

อันตรายจากการใช้แอลกอฮอล์ผิดประเภท

การใช้แอลกอฮอล์ผิดประเภทจึงอาจนำมาซึ่งผลร้ายแรงที่ไม่คาดคิด และนี่คือตัวอย่างของการใช้ผิดประเภทและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

  • การดื่มเมทิลแอลกอฮอล์แทนเอทิลแอลกอฮอล์: บางครั้งมีการลักลอบผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยใช้เมทิลแอลกอฮอล์แทนเอทิลแอลกอฮอล์เพื่อลดต้นทุน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง การดื่มเข้าไปอาจทำให้ตาบอด สมองถูกทำลาย หรือถึงขั้นเสียชีวิต
  • การใช้เมทิลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ: ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อ บางคนอาจใช้เมทิลแอลกอฮอล์แทนเอทิลแอลกอฮอล์ในการทำความสะอาดมือ ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม ก็อาจทำให้เกิดการดูดซึมผ่านผิวหนังและเป็นพิษกับผู้ใช้ได้
  • การใช้เอทิลแอลกอฮอล์เป็นเชื้อเพลิง: ในการใช้เอทิลแอลกอฮอล์แทนเมทิลแอลกอฮอล์ในเครื่องยนต์บางประเภทอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

วิธีสังเกตและแยกแยะ “เอทิล” และ “เมทิล”

การสังเกตความแตกต่างระหว่างเอทิลแอลกอฮอล์และเมทิลแอลกอฮอล์ด้วยตาเปล่าอาจทำได้ยาก เนื่องจากทั้งสองชนิดมีลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ต่อไปนี้คือวิธีสังเกตความแตกต่าง

  • กลิ่น: เอทิลแอลกอฮอล์มีกลิ่นฉุนอ่อน ๆ แต่ไม่แสบจมูกมาก ส่วนเมทิลแอลกอฮอล์มีกลิ่นฉุนแสบจมูกมากกว่า
  • ฉลาก: ตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เอทิลแอลกอฮอล์มักระบุว่า “Ethanol” หรือ “Ethyl Alcohol” ส่วนเมทิลแอลกอฮอล์จะระบุว่า “Methanol” หรือ “Methyl Alcohol
  • แหล่งที่มา: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตอย่างถูกกฎหมายจะมีเฉพาะเอทิลแอลกอฮอล์ ส่วนผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือสารเคมีมักมีเมทิลแอลกอฮอล์

หากเผลอดื่มเมทิลแอลกอฮอล์ ?

จำไว้ว่า…การดื่มเมทิลแอลกอฮอล์แม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างร้ายแรง การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นเพียงการช่วยเหลือชั่วคราวเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด โดยมีขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้

  • โทรแจ้งหน่วยกู้ชีพทันที: โทร 1669 หรือแจ้งหน่วยกู้ชีพในพื้นที่ของคุณทันที เพื่อขอความช่วยเหลือจากแพทย์
  • อย่าให้ผู้ป่วยอาเจียน: การให้อาเจียนอาจทำให้สารพิษเข้าสู่ปอดได้
  • รักษาให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สะดวกสบาย: เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวรุนแรง
  • เตรียมพร้อมที่จะให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่กู้ชีพ: บอกให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ป่วยดื่มเมทิลแอลกอฮอล์เข้าไป และแจ้งปริมาณที่คาดว่าดื่มไป เวลาที่ดื่ม และอาการที่เกิดขึ้น

สิ่งที่ไม่ควรทำ:

  • อย่าให้ผู้ป่วยดื่มอะไร รวมถึงน้ำหรือนม โดยเด็ดขาด
  • อย่าให้ผู้ป่วยทานยาใด ๆ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • อย่าปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่ตามลำพัง ควรมีคนคอยดูแลผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา

อาการที่บ่งบอกว่าต้องรีบพบแพทย์ ได้แก่ ปวดหัวอย่างรุนแรง มึนงง สับสน คลื่นไส้ อาเจียน เห็นภาพซ้อน ปวดท้อง หายใจลำบาก ชักกระตุก หมดสติ

การรู้จักความแตกต่างระหว่างเอทิลแอลกอฮอล์และเมทิลแอลกอฮอล์เป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยปกป้องชีวิตของคุณและคนรอบข้างได้ ความรู้เรื่องการใช้งานที่ถูกต้อง การสังเกตฉลาก และการระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นทั้งสิ้น นอกจากนี้ การรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นยังช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น จงใช้แอลกอฮอล์อย่างชาญฉลาดและปลอดภัย เพราะการใช้ผิดประเภทอาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิต หรือเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณไปตลอดกาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...