กระป๋องออมสิน-สลากออมสิน ผลิตภัณฑ์ยอดฮิตของ “ธนาคารออมสิน” เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่
“คลังออมสิน” หรือ “ธนาคารออมสิน” ในปัจจุบัน เป็นสถาบันการเงินแห่งแรกและแห่งเดียวที่รัฐบาลเป็นผู้ระดมเงินออม เด็กๆ รู้จักธนาคารแห่งนี้เพราะมี “กระป๋องออมสิน” ไว้หยอดเหรียญเก็บเงินออม ส่วนผู้ใหญ่มักนิยมซื้อ “สลากออมสิน” เป็นการออมเงิน แล้วธนาคารออมสินเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?
ที่มา ธนาคารออมสิน
ก่อนหน้าจะมีคลังออมสินเกิดขึ้น ประชาชนเก็บเงินไว้ที่บ้าน ด้วยการ “ฝังดิน” ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์งอกเงยแต่อย่างใด
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงทราบว่า ประชาชนมีความยากลำบากในการรักษาทรัพย์ ทั้งยังมีเหตุถูกโกง ถููชกปล้น ตลอดจนสุรุ่ยสุร่ายในการพนัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งสถาบันการเงินสำหรับรับฝากเงินของราษฎรในทุกตำบล ใช้ชื่อว่า “คลังออมสิน”
คลังออมสิน สังกัดกรมพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ โดยรัฐบาลรับประกันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยของเจ้าของทรัพย์ ทำให้ราษฎรวางใจที่จะนำเงินไปฝาก
วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456 ได้ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติคลังออมสิน พ.ศ. 2456 และเปิด “คลังออมสิน” ทำการรับฝากเงินที่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติเป็นครั้งแรก ซึ่งระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน พ.ศ. 2456 มีราษฎรมาฝากเงิน 88 ราย เป็นจำนวนเงินมากถึง 20,765.50 บาท
คลังออมสินมีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารใน-นอกประเทศ, ดอกเบี้ยเงินฝากประเภทพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นรายได้สำคัญในระยะแรกๆ, จากกำไรค่าแลกเงิน ฯลฯ และยังมีรายได้จากการให้กู้ยืมอีกด้วย
ย้ายสังกัด
คลังออมสินสังกัดกรมพระคลังมหาสมบัติถึง พ.ศ. 2471 ก็มีการโอนย้ายมาสังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ตั้งแต่ พ.ศ. 2472 (จนถึง พ.ศ. 2489) โดยให้คลังจังหวัดมอบหมายงานของสาขาคลังออมสินในจังหวัดต่างๆ แก่นายไปรษณีย์ประจำจังหวัด, สาขาคลังออมสินอำเภอ คงให้นายอำเภอดูแลไปตามเดิม แต่เปลี่ยนไปติดต่อกับกรมไปรษณีย์โทรเลขแทน ฯลฯ
ช่วงที่คลังออมสินย้ายมาสังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลขนี้ มีการประชาสัมพันธ์เพื่อระดมผู้ฝากให้มากขึ้น มีการรับฝากเงินจากนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ, มีการทดลองรับฝากเงินแบบกล่องใส่สตางค์ หรือกระป๋องออมสิน ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกในวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2478 ในราคากล่องละ 10 สตางค์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มของภาพลักษณ์ “การออมเงินของเด็กนักเรียน”
พ.ศ. 2485 ต้องถือเป็น “ปีทอง” ของคลังออมสิน เพราะเกิดการทำงานเชิงรุกมากขึ้น เช่น การจัดหน่วยรับฝากเงินเคลื่อนที่ เริ่มจากตามสถานีรถไฟ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ห่างไกล, การเปิดบริการรับเงินฝากประเภท “สลากออมสิน” โดยมีการประกาศเลขสลากที่ถูกรางวัลให้ทราบทางวิทยุ และหนังสือพิมพ์
นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ข้าราชการในส่วนกลาง ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป เปิดบัญชีเงินฝากกับคลังออมสิน ด้วยต้องการให้ข้าราชการประหยัด ฯลฯ ทำให้ พ.ศ. 2485 คลังออมสินมีสถิติผู้ฝากคงเหลือมากที่สุดคือ 82,617 ราย
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ คลังออมสินยกฐานะเป็นองค์กรของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ดำเนินธุรกิจภายใต้ “พระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489” เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2490 และคำว่า “คลังออมสิน” ก็เปลี่ยนเป็น “ธนาคารออมสิน” นับแต่นั้นมา
คลิกอ่านเพิ่ม :
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง
ณิชชา จริยเศรษฐการ, บุศยารัตน์ คู่เทียม บรรณาธิการ. อาไคฟ ขอให้เก็บให้จงดี. กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2567.
สุพรรณี กรรณสูต. คลังออมสินกับเศรษฐกิจไทย พ.ศ. 2456-2489, วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2525.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 ตุลาคม 2567.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กระป๋องออมสิน-สลากออมสิน ผลิตภัณฑ์ยอดฮิตของ “ธนาคารออมสิน” เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com