โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถานกงสุลอังกฤษแห่งแรกในสยาม รัชกาลที่ 4 ทรงให้ยืมเงินซื้อที่ดิน ตั้งอยู่ที่ไหน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 ส.ค. 2567 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 09.03 น.
สถานกงสุลของอังกฤษริมแม่น้ำเจ้าพระยา สมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพ : https://roomfordiplomacy.com/wp-content/uploads/2016/01/bangkok-orig-compound-landing-stage-at-residencea.jpg)

หลายปีก่อน กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ตัดสินใจขายที่ดินสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษในย่านเพลินจิต กรุงเทพมหานคร ด้วยมูลค่าสูงลิ่วถึง 420 ล้านปอนด์ หรือราว 1.9 หมื่นล้านบาท นับเป็นดีลประวัติศาสตร์ระดับทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ แต่หากย้อนไปในอดีต สถานทูตอังกฤษครั้งยังเป็น “สถานกงสุล” ไม่ได้ตั้งอยู่ที่นี่ ทั้งรัชกาลที่ 4 ยังพระราชทานเงินให้ยืมซื้อที่ดินอีกด้วย แล้วสถานกงสุลอังกฤษแห่งแรกในสยาม ตั้งอยู่ที่ไหน?

“สถานกงสุลอังกฤษ” แห่งแรกในสยาม

หนึ่งในความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างสยามกับอังกฤษสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คือ การทำ สนธิสัญญาเบาว์ริง เมื่อ พ.ศ. 2398 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

นอกจากต้องเปิดเสรีทางการค้า สยามยังต้องยอมให้อังกฤษจัดตั้งสถานกงสุล เพื่อใช้เป็นที่พิจารณาคดีคนในบังคับอังกฤษ โดยไม่ต้องขึ้นศาลไทยอีกด้วย

พ.ศ. 2399 ซี. บี. ฮิลเลียร์ (C. B. Hillier) ในฐานะตัวแทนรัฐบาลอังกฤษ เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่กงสุลอังกฤษคนแรกในสยาม และมองหาสถานที่ที่จะสร้างสถานกงสุลขึ้น

ตอนนั้น แม่น้ำลำคลองยังเป็นเส้นทางการคมนาคมหลัก ท้ายสุดอังกฤษจึงเลือกทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา แถวบางรัก เป็นที่ตั้งสถานกงสุล

ถึงอย่างนั้นก็ยังมีขั้นตอนการซื้อขายที่ดิน ซึ่งยังติดขัดบางประการ ปรากฏหลักฐานในพระราชหัตถเลขาที่รัชกาลที่ 4 ทรงมีถึงนายฮิลเลียร์ว่า

“ส่วนใหญ่ของที่ดินใกล้เคียงกับสถานกงสุลโปรตุเกสนั้นเป็นของชาวมาเลย์และพม่า เราจะดำเนินการให้เจ้าของที่ดินเหล่านั้นขายที่ดินให้กับท่านในราคาตารางวาละ 1 บาท หรือต่ำกว่านั้นตามกฎหมายใหม่ของสยามและราชประเพณี

แต่เรามีความลำบากเล็กน้อยเกี่ยวกับส่วนหนึ่งของที่ดินที่ท่านพอใจ ซึ่งเป็นของพระยาบรบาลสมบัติ ซึ่งเป็นขุนนางขึ้นกับพระเจ้าอยู่หัวองค์ที่ 2 [พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว-กอง บก. ศิลปวัฒนธรรม] ซึ่งเราไม่สามารถจะดำเนินการให้ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองขายในราคาดังกล่าวได้”

ปรากฏว่า กงสุลอังกฤษไม่มีเงินพอจะจ่ายค่าที่ดิน รัชกาลที่ 4 จึงพระราชทานเงินให้ยืม

ถึงอย่างนั้นการซื้อที่ดินก็ไม่ค่อยราบรื่นนัก เนื่องจากมีคนในบังคับของอังกฤษคนหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการผิดกฎหมาย รัชกาลที่ 4 กริ้วและทรงทำโทษคนในบังคับอังกฤษรายนั้น ทำให้กงสุลอังกฤษประท้วงว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสนธิสัญญาระหว่างกัน

ท้ายสุด เรื่องทั้งหมดจึงจบลงที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานที่ดินผืนดังกล่าวให้อังกฤษ เพื่อสร้างสถานกงสุล ปรากฏในจดหมายของลอร์ด แคลเรนดอน (Lord Clarendon) ที่มีถึงชาร์ลส เบลล์ แห่งสถานกงสุลของอังกฤษ ลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2400 ว่า

“เราได้รับหนังสือของท่านฉบับที่ 29 ลงวันที่ 4 ธันวาคม ศกที่แล้ว ระบุว่าพระเจ้าอยู่หัวองค์ที่ 1 ได้ทรงแจ้งท่านว่าเป็นพระราชประสงค์ของพระองค์ที่จะทรงมอบที่ดินที่เลือกโดยอดีตกงสุลฮิลเลียร์ สำหรับเป็นสถานกงสุลอังกฤษ โดยจะมีประกาศในเวลาเดียวกันว่าที่ดินดังกล่าวเป็นการมอบให้เพื่อชดเชยการที่มีการจับกุมและประหารชีวิตคนในบังคับของอังกฤษ และพระองค์ทรงให้คำมั่นว่าจะไม่มีการละเมิดสนธิสัญญาในลักษณะนี้อีก ท่านโปรดกราบทูลพระเจ้าอยู่หัวองค์ที่ 1 ว่า พระราชประสงค์ดังกล่าวเป็นที่พอใจของรัฐบาลของสมเด็จพระราชินี…”

หลังจากนั้นไม่มีการกล่าวถึงเงินที่รัชกาลที่ 4 ทรงให้ยืม เพื่อให้อังกฤษใช้ซื้อที่ดินผืนงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกเลย

ต่อมา สถานกงสุลของอังกฤษย้ายไปตั้งย่านเพลินจิต ส่วนพื้นที่เดิมของสถานกงสุลก็เป็นที่ตั้งที่ทำการไปรษณีย์กลาง อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ธโนทัย สุขทิศ. “แผ่นดินทองที่ไม่ใช่ของไทย : ที่ดินสถานทูตอังกฤษ”.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 สิงหาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สถานกงสุลอังกฤษแห่งแรกในสยาม รัชกาลที่ 4 ทรงให้ยืมเงินซื้อที่ดิน ตั้งอยู่ที่ไหน?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...