โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'สงครามทุเรียนในจีน' ศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างหมอนทองของ'ไทย'กับมูซังคิงมาเลเซียใครคือที่หนึ่ง?

The Better

อัพเดต 23 ก.ย 2567 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2567 เวลา 04.32 น. • THE BETTER

สำนักข่าว Sina Finance ของจีนมีรายงานเรื่อง "จับตา มหาสงครามทุเรียนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีน" รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ จีนนำเข้าทุเรียนสดจาก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยทุเรียนไทยมีสัดส่วนมากที่สุด ในปี 2566 จีนนำเข้าทุเรียนสดจากไทยประมาณ 920,000 ตัน มูลค่ารวมประมาณ 4,566 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 65.15% ของการนำเข้าทุเรียนสดทั้งหมดของจีน เวียดนามและฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับสองและสามตามลำดับ

โดยรวมแล้ว "ธุรกิจทุเรียนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเฟื่องฟู"

แต่ตลาดจีนต้องการทุเรียนเกรด A อย่างมาก ทุเรียนเกรด A คือทุเรียนที่มีคุณภาพดีอย่างชัดเจน เนื้อผลมากกว่า 30% เปลือกบาง เนื้อเยอะ และมีลักษณะสม่ำเสมอ ทุเรียนแบบนี้บรรดาอินฟลูเอนเซอร์และคนดังทางอินเทอร์เน็ตมักเรียกกันว่า "ทุเรียนตอบแทนบุญคุณ" (报恩榴莲) ในทางตรงกันข้าม ทุเรียนที่เหี่ยวและไม่มีเนื้อจะถูกว่า "ทุเรียนล้างแค้น" (报仇榴莲)

ผู้บริโภคชาวจีนรับประทานผลไม้เกรด A ซึ่งมีปริมาณการผลิตน้อยกว่า 20% ดังนั้นราคาจึงสูงตามไปด้วย ซึ่งนี่เป็นโอกาส แต่ทุเรียนมาเลเซียหาทุเรียนเกรด A ได้ยาก

นอกจากนี้จากการรายงานของ Sina Finance ซึ่งระบุว่า "เมื่อเทียบกับทุเรียนหมอนทองไทยที่ผู้บริโภคชาวจีนคุ้นเคยกันดีแล้ว ราคาจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด JD.com ขายทุเรียนหมอนทองสดที่มีน้ำหนักมากกว่า 5 กิโลกรัมในราคา 145.9 หยวน เมื่อเปรียบเทียบกับทุเรียนหมอนทองไทยแล้ว ทุเรียนมูซังคิงจะมีราคาแพงกว่าถึง 3 เท่าเมื่อมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน"

รายงานยังพบว่า ทุเรียนหมอนทองไทยในซูเปอร์มาร์เก็ตเครือหนึ่งในกรุงปักกิ่งมีราคาเพียง 19.9 หยวนต่อกิโลกรัม ในขณะที่ทุเรียนมูซังคิงมีราคาอยู่ที่ประมาณ 100 หยวนต่อกิโลกรัมในประเทศจีน

ข้อมูลที่ควรทราบก็คือ ทุเรียนพันธุ์มูซังคิงต้องใช้เวลาเกือบ 120 วันในการเจริญเติบโตจึงจะสามารถร่วงหล่นจากต้นได้ตามธรรมชาติ ส่วนทุเรียนหมอนทองของไทยจะใช้เวลาประมาณ 120 วันในการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ซึ่งเท่ากับทุเรียนพันธุ์มูซังคิง

ในเรื่องนี้ จางเจี้ยนหาว (张健豪) เลขาธิการสหพันธ์พัฒนาอุตสาหกรรมทุเรียนนานาชาติแห่งมาเลเซีย เปิดเผยกับสำนักข่าวเจี้ยเมี่ยน (界面新闻) ว่าความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างทุเรียนไทยและทุเรียนมาเลเซียคือวิธีการเก็บเกี่ยว ทุเรียนไทยเก็บเกี่ยวล่วงหน้า ในขณะที่การเก็บเกี่ยวตามประเพณีเก่าแก่ของมาเลเซียคือการรอให้ทุเรียนสุกและร่วงหล่นตามธรรมชาติ

ทุเรียนไทยเพื่อการส่งออกมักจะเก็บเกี่ยวล่วงหน้าโดยคนงานเมื่อสุกประมาณ 70-80% ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดรอบการปลูกและประหยัดแรงงานและต้นทุนยาฆ่าแมลงเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้น ทุเรียนยังสามารถขนส่งทางบกได้ทันเวลาและไม่ต้องใช้น้ำแข็งแห้งจำนวนมากเพื่อรักษาความสด นี่คือข้อได้เรียบของทุเรียนไทย

ตรงกันข้ามกับ นั่ทุเรียนมาเลเซียที่สุกอยู่บนต้นจะต้องรีบส่งถึงมือผู้บริโภค โดยสำนักข่าวเจี้ยเมี่ยน รายงานว่าหากเก็บทุเรียนจากต้นเกิน 5 วัน จะไม่สามารถรับประกันคุณภาพของทุเรียนได้ ดังนั้น ทุเรียนของมาเลเซียส่วนมากจึงเป็นทุเรียนแช่แข็งไนโตรเจนเหลวที่เก็บไว้ได้นานข้ามปี และมีสต็อกเหลือมาก

ดังนั้นถึงที่สุดแล้ว Sina Finance จึงชี้ว่า "หมอนทองไทยพิชิตตลาดจีนได้" และระบุว่า ข้อมูลยอดขายของบริษัทผลไม้จีนชื่อดังหลายแห่งแสดงให้เห็นว่าทุเรียนหมอนทองของไทยเป็นผู้ชนะตลาดตัวจริง ส่วนหนึ่งเพราะทุเรียนสดที่ส่งมาจากมาเลเซียไม่ถูกปากคนจีนทั้งยังมีราคาสูง และ "การคาดเดาที่ว่าทุเรียนมาเลเซียระดับไฮเอนด์ไม่เป็นที่นิยมในตลาดนั้นไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล"

เนื่องจากสำนักข่าวเจี้ยเมี่ยน รายงานว่าก่อนที่ทุเรียนสดจากมาเลเซียจะเข้าสู่ตลาดจีน ทุเรียนแช่แข็งไนโตรเจนเหลวของมาเลเซียก็แสดงสัญญาณของการมีสต็อกมากเกินไป "ตามที่พนักงานคนหนึ่งที่ทำงานด้านการจัดจำหน่ายผลไม้ให้ข้อมูล ทุเรียนไนโตรเจนเหลวของมาเลเซียที่เข้าสู่ตลาดจีนในปี 2023 ยังไม่หมดสต็อก" และ "ในทางกลับกัน ทุเรียนหมอนทองของไทยกลับได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดจีน"

บริษัทๆไป่กั่วหยวน (百果园) ซึ่งเป็นบริษัทค้าผลไม้ชั้นนำของจีน บอกกับสำนักข่าวเจี้ยเมี่ยนว่าในช่วงนี้ ผลิตภัณฑ์ขายดีที่สุดของบริษัทคือทุเรียนไทย Baiguoyuan เชื่อว่ามีสามสาเหตุสำหรับเรื่องนี้

ประการแรก ผู้บริโภคได้สร้างนิสัยการบริโภคในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและมีความตระหนักในทุเรียนหมอนทองสูง

ประการที่สอง จากมุมมองของพื้นที่การผลิต ทุเรียนไทยมีจำหน่ายตลอดทั้งปี ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการบริโภคของผู้บริโภคชาวจีนตลอดทั้งปี

ประการที่สาม ในแง่ของสถานการณ์ในปี 2024 ในช่วงครึ่งปีแรก คุณภาพและอุปทานของทุเรียนหมอนทองในพื้นที่การผลิตหลักในภาคตะวันออกของประเทศไทยค่อนข้างคงที่ ดีกว่าทุเรียนจากประเทศอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน

รายงานโดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by BAY ISMOYO / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...