โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตั้งรับ 4 ภัยพิบัติโลกร้อนขึ้น 3 องศา TDRI ชงรัฐ 4 ข้อทำก่อน ศก.พังล้านล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ย. 2567 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2567 เวลา 07.55 น.

ทีดีอาร์ไอแนะไทยตั้งรับ 4 ภัยพิบัติ อนาคต 20-25 ปีอุณหภูมิโลกสูงขึ้น 2-3 องศาเซลเซียส เสี่ยงไทยสูญเสียสูงติดอันดับ 9 ของโลกจากภัยพิบัติ ภาคเกษตรผลผลิตลด นิคมน้ำท่วมย้ายฐานผลิต รายได้ท่องเที่ยวลด เมืองจมน้ำ พื้นที่ทะเลถูกกัดเซาะ คาดสร้างความเสียหายปีละ 2.8 แสนล้าน จากที่เสียหายไปแล้ว 2 ล้านล้าน จี้รัฐแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ออก พ.ร.บ.ยกระดับการบริหารงานภาครัฐ

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI-Thailand Development Research Institute หรือ ทีดีอาร์ไอ) กล่าวระหว่างงานสัมมนาสาธารณะประจำปี 2567 ในหัวข้อ “ปรับประเทศไทย๊ให้อยู่รอดได้ในยุคโลกเดือด” เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา หากประเทศต่าง ๆ ยังไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามความตกลงปารีสที่ได้ประกาศไว้ อุณหภูมิของโลกก็มีโอกาสอาจสูงถึง 4-5 องศาเซลเซียส

ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงและบ่อยขึ้นในระดับที่เรียกว่า “โลกเดือด” ขั้นเลวร้าย โดยไทยต้องเตรียมรับความเสี่ยงจาก 4 ภัยพิบัติ ได้แก่ น้ำท่วม ภัยแล้ง ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และปัญหาโลกรวน

“จากปัญหาโลกร้อน หลายประเทศต้องประสบภัยพิบัติ อนาคตประชากร 400 ล้านคนทั่วโลกกำลังจะเจอความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางด้านอากาศ และไทยกำลังเจอปัญหาระดับน้ำทะเลสูง และการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งไม่เกิน 30 ปีบางพื้นที่ของไทยจะจมหายไป การเกิดอุทกภัยน้ำท่วมรุนแรงจากปริมาณน้ำฝนที่สูงขึ้น ความแห้งแล้งรุนแรงขึ้น บางพื้นที่อาจจะขาดน้ำใช้ ร้อนนานขึ้น อุณหภูมิสูง และภัยสุดท้ายโลกรวน หากไม่มีการปรับตัว

โอกาสที่ไทยจะมีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับ 9 ของโลกในเรื่องของปัญหาโลกรวนในอีก 20 ปีข้างหน้า และจะทำให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่า 7.7 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือ 2.8 แสนล้านบาท ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ และเมื่อเปรียบเทียบและคาดการณ์ที่มีผลกระทบต่อจีดีพี หากอุณหภูมิโลกสูงเฉลี่ย 2 องศาในปี 2050 จีดีพีของไทยจะติดลบ 19.5% ในขณะที่เอเชียติดลบ 14.9% ยุโรปติดลบ 7.7% ตะวันออกกลางและแอฟริกาติดลบ 14% อเมริกาเหนือติดลบ 6.9% ส่วนอเมริกาใต้ติดลบ 10.8%

นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ กล่าวในหัวข้อ “เร่งภาคการผลิตปรับตัว…รับมือโลกรวน” ว่า จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะทำให้ไทยสูญเสียผลผลิตภาคการเกษตรมากเป็นอันดับ 3 จาก 48 ประเทศ โดยจะเห็นได้ว่าผลผลิตข้าวจะลดลงถึง 21.7% ผลผลิตมันสำปะหลังจะลดลง 30% รวมถึงสินค้าเกษตรอื่น เช่น อ้อย

ดังนั้น ภาคเกษตรจะต้องปรับตัว โดยยึดแนวคิด “เกษตรเท่าทันภูมิอากาศ” ซึ่งจะเป็นการปรับตัวเพื่อสร้างความยืดหยุ่น ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มผลผลิต รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่ระดับนโยบายต้องสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อปรับปรุงพันธุ์พืชให้ทนแล้ง-ทนน้ำท่วมได้ มีผลผลิตสูงขึ้น และสามารถตอบโจทย์ด้านสุขภาพที่จะทำให้สินค้าเกษตรไทยแข่งขันได้

นายสุเมธ องกิตติกุล รองประธานทีดีอาร์ไอ และผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ กล่าวในหัวข้อ “สร้างเมืองใหม่๊ให้ยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ” ว่า เมืองจะเผชิญกับภัยความร้อน น้ำท่วม และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะเมืองหลักอย่าง กทม. ซึ่งมักเกิดปัญหาน้ำท่วมขังและมีอุณหภูมิสูงขึ้นมาก ส่วนปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะนั้น ในเขตบางขุนเทียนถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนผืนดินหายไปถึง 2,735 ไร่ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมามีพื้นที่ถูกกัดเซาะไปแล้วกว่า 1 แสนไร่ แม้จะมีความพยายามแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่ได้ผล

นางสาวเสาวรัจ รัตนคำฟู ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีดีอาร์ไอ กล่าวในหัวข้อ “รับมือภัยพิบัติ๊จัดการวิกฤตภัยธรรมชาติ” ว่า ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศมากที่สุด โดยในช่วงปี 2543-2562 เกิดภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศถึง 146 ครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 138 คน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละ 2.8 แสนล้านบาท โดยภัยธรรมชาติมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะเหตุอุทกภัยรอบ 20 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 2,000 คน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 2 ล้านล้านบาท

นายณัฐสิฏ รักษ์เกียรติวงศ์ นักวิจัยอาวุโส ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อเดินหน้าสู่การปฏิบัติจริงคือ 1.ตั้งศูนย์วิชาการภัยพิบัติในพื้นที่เสี่ยง เช่นจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อทำให้เกิดองค์ความรู้ในการจัดการรับมือความเสี่ยงภัยพิบัติ โดยสนับสนุนทรัพยากรให้แก่มหาวิทยาลัยในภูมิภาคด้วยกองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กองทุน ววน.) 2.เพิ่มขีดความสามารถด้านเทคนิคของหน่วยงานรัฐส่วนกลาง โดยขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เช่น องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA)

3.ยกระดับการทำงานแบบบูรณาการ โดยให้อำนาจตามกฎหมายและอำนาจให้คุณให้โทษร่วมกับการสร้างความพร้อมรับผิดรับชอบของหน่วยงานในพื้นที่ โดยเร่งออก พ.ร.บ.ยกระดับการบริหารงานภาครัฐ เริ่มใช้กับจังหวัดและลุ่มน้ำที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้มี “ผู้ว่าฯ ซูเปอร์ซีอีโอ” และผู้บัญชาการลุ่มน้ำ 4.แก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม โดยระงับการใช้ที่ดินในเขตพื้นที่เสี่ยง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตั้งรับ 4 ภัยพิบัติโลกร้อนขึ้น 3 องศา TDRI ชงรัฐ 4 ข้อทำก่อน ศก.พังล้านล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...