โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดระยะเชิงมุมด้วยมือคุณเอง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 02.39 น.

Multiverse | บัญชา ธนบุญสมบัติ

www.facebook.com/buncha2509

วัดระยะเชิงมุมด้วยมือคุณเอง

ในการสังเกตปรากฏการณ์บนฟ้า เราอาจต้องการระบุว่าดาวสองดวงอยู่ห่างกันแค่ไหน หรือเมฆก้อนมีขนาดปรากฏเท่าไหร่ วิธีการที่เหมาะสมคือ การวัดเชิงมุม (angular measurement) ซึ่งอาจเรียกว่า ‘ระยะเชิงมุม (angular distance)’ หรือ ‘ขนาดเชิงมุม (angular size)’ แล้วแต่กรณี ดูภาพที่ 1 ครับ

การวัดค่ามุมให้แม่นยำต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง แต่หากต้องการแค่ค่าประมาณ เราอาจใช้มือได้ วิธีการคือเหยียดแขนตรงให้สุด (ย้ำ! เหยียดแขนสุด) ไปในทิศทางของสิ่งที่ต้องการวัดมุม แล้วเทียบกับขนาดของนิ้วมือ ดังภาพที่ 2 ดังนี้

– นิ้วก้อย : 1 องศา

– นิ้วชี้-นิ้วกลาง-นิ้วนางเรียงติดกัน : 5 องศา

– กำปั้น : 10 องศา

– นิ้วชี้กับนิ้วก้อย (กางให้สุด) : 15 องศา

– นิ้วโป้งกับนิ้วก้อย (กางให้สุด) หรือทำมือแบบ “คาราบาว” : 22 องศา

คราวนี้ลองนำไปประยุกต์กับปรากฏการณ์ต่างๆ ได้แก่

1) ดาวเคียงเดือน

หากดาวฤกษ์ (หรือดาวเคราะห์) อยู่ใกล้ดวงจันทร์ไม่เกินราว 5 องศา จะเรียกว่า ‘ดาวเคียงเดือน’

ตัวอย่างเช่น คืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 18.47 น. ดาวพฤหัสบดีปรากฏใกล้ดวงจันทร์ ห่างราว 4 องศา ดูภาพที่ 3 สังเกตว่าความกว้างของนิ้วชี้และนิ้วกลางไม่ได้ระบุในภาพที่ให้ไว้ แต่เป็นการประมาณค่ามุมให้ต่ำว่า 5 องศาอีกที

2) ดาวเคราะห์ชุมนุม

เว็บของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ระบุว่าดาวเคราะห์ชุมนุม หมายถึง การที่ดาวเคราะห์ตั้งแต่ 2 ดวงขึ้นไปปรากฏใกล้กันบนท้องฟ้าที่ระยะห่างเชิงมุมไม่เกิน 5 องศา

3) ระยะห่างเชิงมุมระหว่างดาวต่างๆ

ภาพที่ 4 แสดงระยะห่างเชิงมุมโดยประมาณระหว่างดาวต่างๆ ในกลุ่มดาวกระบวยตักน้ำ (The Big Dipper) รวมทั้งระยะห่างเชิงมุมระหว่างดาวดูบี (Dubhe) กับดาวเหนือ (Polaris หรือ North Star) น่ารู้ด้วยว่ากลุ่มดาวกระบวยตักน้ำยังมีชื่ออื่น เช่น Ursa Major (กลุ่มดาวหมีใหญ่) ส่วนตามคติไทยเรียกว่า ‘ดาวจระเข้’

4) การทรงกลดแบบวงกลมรัศมี 22 องศา (22-degree circular halo) :

อาทิตย์ทรงกลดแบบวงกลมที่เกิดบ่อยที่สุดมีขนาดรัศมี 22 องศา ดังนั้น หากทำมือแบบคาราบาว เหยียดแขนสุด แล้วใช้นิ้วโป้งทาบดวงอาทิตย์ จะพบว่าปลายนิ้วก้อยอยู่บนเส้นวงกลมทรงกลด ดูภาพที่ 5

ข้อควรระวัง! ในการชมหรือวัดขนาดอาทิตย์ทรงกลด จะต้องมั่นใจว่าแสงอาทิตย์ไม่ทำร้ายสายตาเรา กล่าวคือ ควรอยู่ในตำแหน่งที่มีวัตถุ ต้นไม้ หรืออาคาร บังดวงอาทิตย์

5) ซันด็อกที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้า

หากปรากฏการณ์ซันด็อก (sundogs) เกิดขึ้นในขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้า แถบแสงจะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 22 องศา ดูภาพที่ 6 แต่เมื่อดวงอาทิตย์อยู่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซันด็อกจะอยู่ห่างออกไปมากกว่า 22 องศา และจะจางลงไปเรื่อยๆ

การหาตำแหน่งซันด็อก (โดยประมาณ) จึงทำได้ดังนี้

(1) เหยียดแขนสุดไปข้างหน้าทั้งสองข้าง

(2) ทำมือ 2 ข้าง ซ้าย-ขวาแบบคาราบาว โดยให้ปลายนิ้วโป้งและนิ้วก้อยอยู่ในแนวระดับ

(3) นำปลายนิ้วโป้งของทั้งสองมือมาแตะกัน แล้วทาบที่ตำแหน่งของดวงอาทิตย์

จะพบว่าซันด็อกจะอยู่ใกล้ๆ บริเวณปลายนิ้วก้อย

6)ระดับความสูงของเมฆก้อน

การระบุระดับความสูงของเมฆก้อนว่าเป็นระดับต่ำ-กลาง-สูง จำเป็นต้องทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขนาดปรากฏของเมฆก้อน และแนวคิดเกี่ยวกับ ‘เมฆก้อนย่อย (cloudlet)’ ก่อนดังนี้

ขนาดปรากฏของเมฆก้อน: หากเมฆก้อนเดี่ยวๆ ก้อนหนึ่งอยู่ใกล้พื้น เราจะเห็นว่ามันมีขนาดใหญ่ แต่หากเมฆก้อนนี้อยู่สูงขึ้นไป เราก็จะเห็นว่าขนาดเล็กลง เมฆยิ่งสูงขึ้นไป ก็จะยิ่งปรากฏเล็กลงตามไปด้วย

สมมุติว่ามีเมฆก้อนขนาด 300 เมตร อยู่เหนือศีรษะเรา หากเมฆก้อนนี้อยู่สูงจากเราไม่ถึง 2 กิโลเมตร (เมฆระดับต่ำ) เราจะเห็นมันใหญ่กว่า 4.3 องศา แต่หากมันอยู่สูงเกิน 8 กิโลเมตร (เมฆระดับสูง) เราจะเห็นมันเล็กกว่า 1.1 องศา

แนวคิดเรื่องเมฆก้อนย่อย : ในความเป็นจริงๆ เมฆก้อนอาจอยู่โดดเดี่ยว หรืออาจอยู่ติดกันเป็นปื้น

ในกรณีที่เป็นปื้นนี้ให้มองว่าเมฆประกอบด้วยเมฆก้อนย่อยจำนวนมากมาเรียงต่อกัน เมฆก้อนย่อยนี้ เรียกว่า cloudlet มาจากคำว่า cloud คือ เมฆ + let หมายถึง มีขนาดเล็ก ดูภาพที่ 7

สิ่งที่เราสนใจคือ เมฆก้อนย่อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเมฆก้อนย่อยทั้งหลาย ส่วนกรณีที่เมฆมีรูปร่างเป็นลอนคลื่น ให้ระบุขนาดของเมฆก้อนย่อยด้วยความกว้างของแถบลอนคลื่นนั้น

เทคนิคต่อนี้ใช้กับเมฆที่อยู่สูงจากขอบฟ้ามากกว่า 30 องศาขึ้นไป โดยที่

– “เมฆก้อนระดับต่ำ” หรือสเตรโตคิวมูลัส : เมฆก้อนย่อยที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดเชิงมุมใหญ่กว่า 5 องศา

นั่นคือ นิ้วชี้-นิ้วกลาง-นิ้วนาง เรียงติดกันปิดเมฆก้อนย่อยที่ใหญ่ที่สุดนี้ไม่มิด (ภาพที่ 8 ล่างสุด)

– “เมฆก้อนระดับกลาง” หรือแอลโตคิวมูลัส : เมฆก้อนย่อยที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดเชิงมุมในช่วง 1-5 องศานั่นคือ นิ้วชี้- นิ้วกลาง-นิ้วนาง เรียงติดกันปิดเมฆก้อนย่อยที่ใหญ่ที่สุดมิด แต่นิ้วก้อยหรือนิ้วชี้ปิดไม่มิด (ภาพที่ 8 ตรงกลาง)

– “เมฆก้อนระดับสูง” หรือซีร์โรคิวมูลัส : เมฆก้อนย่อยที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดเชิงมุมเล็กกว่า 1 องศา

นั่นคือ นิ้วก้อย (หรือนิ้วชี้ก็ได้) ปิดเมฆก้อนย่อยที่ใหญ่ที่สุดนี้มิด (ภาพที่ 8 บนสุด)

สุดท้าย ขอฝากคำถามสนุกๆ เอาไว้ นั่นคือ ดวงจันทร์มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง (เชิงมุม) เท่าไหร่?

ความจริงคำตอบหาได้จากอินเตอร์เน็ตไม่ยากนัก แต่ผมอยากให้ทดลองเหยียดแขนแล้วเอานิ้วจิ้มดวงจันทร์ด้วยตัวเอง จะได้เข้าใจและจำแม่นครับ!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วัดระยะเชิงมุมด้วยมือคุณเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...