โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด อัตราดอกเบี้ย เงินกู้แบงก์ แบงก์ไหนลดเท่าไหร่?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ต.ค. 2567 เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2567 เวลา 01.30 น.

หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติลด อัตราดอกเบี้ย นโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จาก 2.50% เป็น2.25% ต่อปี เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2567 ธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐได้ทยอยปรับดอกเบี้ยลดลงตามมา โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับลดลงเฉพาะเงินกู้

ออมสินประกาศลดแบงก์แรก

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2567 ธนาคารออมสิน เป็นธนาคารแรกที่ประกาศลดดอกเบี้ย หลังมติกนง. โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินกู้ที่มีระยะเวลา (MLR) ลดลงเหลือ 6.900% ต่อปี และดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลงเหลือ 6.745% ต่อปี

ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย (MRR) ที่มีการลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปี ระยะเวลา 6 เดือน ตามคำขอของ อดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ไปก่อนหน้านี้ เดิมจะครบกำหนดในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ก็จะถูกใช้อัตรา 6.595% ต่อปีต่อไป มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก จะยังคงตรึงดอกเบี้ยไว้ในอัตราเดิม

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ธอส. ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา(MLR) ลดลงเหลือ 6.250% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้เบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลงเหลือ 6.400% ต่อปี

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ที่มีการลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปี ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งจะครบกำหนดมาตรการในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 นี้เช่นกันก็จะใช้อัตรา 6.545% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธอส. ตรึงดอกเบี้ยไว้ในอัตราเดิม

แบงก์พาณิชย์ลด MOR ลง 0.25% ส่วน MLR และ MRR ลดลง 0.12 – 0.125%

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ธนาคารกสิกรไทย เป็น แบงก์พาณิชย์แรกที่ประกาศลดดอกเบี้ยในรอบนี้ โดยลดดอกเบี้ย MOR 0.25% ส่วนดอกเบี้ย MLR และ MRR ลดลง 0.12% ซึ่งอัตราใหม่คือ

อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลด 0.12% จาก 7.27% เป็น 7.15%

อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลด 0.25% จาก 7.59% เป็น 7.34%

อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลด 0.12% จาก 7.30% เป็น 7.18%

ในขณะที่ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังไม่มีการปรับลดแต่อย่างใด โดยให้มีผลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป

เช่นเดียวกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ปรับลด อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.575% เป็น 7.325% ต่อปี หรือลดลง 0.25%

ส่วน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.30% เป็น 7.175% ต่อปี ลดลง 0.125% และ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.05% เป็น 6.925% ต่อปี ลดลง 0.125% % มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป

ด้าน ธนาคารกรุงไทย ปรับลดอัตราดอกเบี้ย MOR จากปัจจุบัน 7.520% ต่อปี เป็น 7.270% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ย MLR ปรับลดลงจากปัจจุบัน 7.050% ต่อปี เป็น 6.925% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ย MRR ปรับลดลงจากปัจจุบัน 7.570% ต่อปี เป็น 7.445% ต่อปี

โดยให้มีผลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป ขณะนี้ยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแต่อย่างใด

ส่วนทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ลดอัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.25% ต่อปี ส่วนอัตราดอกเบี้ย MLR และอัตราดอกเบี้ย MRR ลดลง 0.125% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ดีธนาคารพาณิชย์ใหญ่ขยายระยะเวลาสำหรับโครงการช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่จะหมดวันที่ 15 พ.ย. 2567 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567โดยหนึ่งในมาตรการจะมีการลดดอกเบี้ยให้ด้วย

ธนาคารกรุงเทพ ลดทั้งดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก มีผล 24 ตุลาคม 67

ธนาคารกรุงเทพ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย MLR ลง 0.20% เป็น 6.90% ต่อปี

ส่วนอัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.20% เป็น 7.35% ต่อปี

และอัตราดอกเบี้ย MRR ลดลง 0.05% เป็น 7.00% ต่อปี

ซึ่งก่อนหน้านี้ ธนาคารกรุงเทพลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR ไปแล้ว 0.25% ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระหนี้และต้นทุนทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ

ในส่วนเงินฝากลูกค้าบุคคลธรรมดา อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสะสมทรัพย์ เป็น 0.25 – 0.30% ต่อปี เงินฝากประจำ 3 เดือน เป็น 1.00% ต่อปี เงินฝากประจำ 6 เดือน เป็น 1.10% ต่อปี เงินฝากประจำ 12 เดือน เป็น 1.45% ต่อปี เงินฝากประจำ 24 เดือน เป็น 1.70% ต่อปี และเงินฝากประจำ 36 เดือน เป็น 1.75% ต่อปี ส่วนเงินฝากสะสมทรัพย์ e-Saving วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท 1.50% ต่อปี และวงเงินส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท 0.45% ต่อปี

KResearch มอง ลดภาระลูกหนี้ได้ 1,300 ลบ.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกลไกการส่งผ่านต้นทุนทางการเงินที่ปรับผ่อนคลายลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาสู่ตลาดสินเชื่อ โดยคาดว่าสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก่อนสิ้นปี 2567 จะอยู่ที่ประมาณ 40.9% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบแบงก์ไทย

ขณะที่ผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขาเดียวของธนาคารพาณิชย์ในรอบนี้จะทำให้ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้รายย่อยและภาคธุรกิจปรับลดลงเกือบ 1,300 ล้านบาท (คำนวณผลของภาระดอกเบี้ยที่จะปรับลดลงเฉพาะช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2567 โดยยังไม่ได้นับรวมสินเชื่อส่วนที่จะเข้าสู่ช่วงการปรับอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า)

แม้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ลงในรอบนี้ อาจไม่มีผลทำให้ค่างวดผ่อนของลูกหนี้ในแต่ละเดือนเปลี่ยนแปลง แต่ลูกหนี้จะได้รับอานิสงส์ในด้านอื่น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...