โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สิ้น ‘จิมมี คาร์เตอร์’ อดีตผู้นำสหรัฐอเมริกาวัย 100 ปี ปิดตำนานเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ

The Momentum

อัพเดต 30 ธ.ค. 2567 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2567 เวลา 04.03 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (30 ธันวาคม 2024) จิมมี คาร์เตอร์ (Jimmy Carter) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 39 จากพรรคเดโมแครต (Democratic Party) และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2002 เสียชีวิตในวัย 100 ปี ถือเป็นการปิดตำนานเจ้าของนโยบายสันติภาพในตะวันออกกลางในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานตรงกันว่า คาร์เตอร์เสียชีวิตที่บ้านของเขาในเมืองเพลนส์ (Plains) รัฐจอร์เจีย (Georgia) หลังต้องเผชิญกับอาการป่วยแทรกซ้อน โดยเฉพาะโรคมะเร็งผิวหนังที่ลุกลามไปถึงสมองและตับ ก่อนหน้านี้เขาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายครั้ง จนกระทั่งในปี 2023 อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัดสินใจเลือกใช้เวลาที่เหลือของเขาที่บ้านกับครอบครัว

“พ่อของผมคือฮีโร่ ไม่ใช่แค่สำหรับผม แต่ทุกคนในโลกนี้ที่เชื่อเรื่องสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว”

แถลงการณ์ส่วนหนึ่งจาก ชิป คาร์เตอร์ (Chip Carter) บุตรชายของอดีตผู้นำ ขณะที่ เจสัน คาร์เตอร์ (Jason Carter) หลานของคาร์เตอร์ให้สัมภาษณ์เมื่อต้นปี 2024 ว่า ด้วยวัยที่ล่วงเลยมากกว่าอายุขัยของคนส่วนใหญ่ ปู่ของเขาจึงไม่ได้รู้สึกตัวในทุกวัน และพยายามสัมผัสประสบการณ์บนโลกนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยนับต่อจากนี้ ศูนย์คาร์เตอร์ (Carter Center) เผยว่า พิธีการรำลึกจะจัดขึ้นในเมืองแอตแลนตา (Atlanta) และกรุงวอชิงตัน ดี. ซี. (Washington D.C.) หลังเสร็จสิ้นพิธีรำลึกส่วนตัวในบ้านของเขา

ทั้งนี้คาร์เตอร์ถือเป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อายุยืนยาวที่สุดในวัย 100 ปี โดยย้อนกลับไป เขาเติบโตในครอบครัวเกษตรกรที่ยากจน และเรียนจบในโรงเรียนทหารเรือสหรัฐฯ (United States Naval Academy) ก่อนเข้าทำงานในกองทัพเรือสหรัฐ

แม้มีช่วงที่เขากลับมาสานต่อธุรกิจ ‘ถั่วลิสง’ ของครอบครัวจนประสบความสำเร็จ แต่คาร์เตอร์มีความสนใจประเด็นทางสังคมและการเมืองเป็นทุนเดิม จนก้าวสู่แวดวงทางการเมือง โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครต, ผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย จนถึงจุดสูงสุดในชีวิตอย่างการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 1977 ที่เอาชนะ เจอร์รัลด์ ฟอร์ด (Gerald Ford) อดีตประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน (Republican Party) ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 1976

ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง นโยบายที่สร้างชื่อเสียงให้กับคาร์เตอร์ คือการสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง หลังสามารถผลักดันให้อียิปต์และอิสราเอลลงนามในสนธิสัญญาแคมป์เดวิด (Camp David) ในปี 1978 โดยใจความสำคัญคือ อิสราเอลตกลงถอนตัวจากคาบสมุทรไซนาย (Sinai Peninsula) ขณะที่อียิปต์พร้อมเปิดคลองสุเอซ (Suez Canal) ให้อิสราเอลเดินเรือผ่าน นับเป็นการยุติภาวะสงครามระหว่าง 2 ประเทศอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตามคาร์เตอร์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เพียง 1 สมัย หลังเผชิญปัญหาการจัดการเศรษฐกิจ วิกฤตตัวประกันอิหร่าน และความนิยมที่ลดลง เป็นเหตุให้เขาพ่ายแพ้ โรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) แคนดิเดตจากพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งปี 1980

ทว่าอดีตประธานาธิบดีก็ยังเดินหน้าทำงานด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น การช่วยเหลือบรรเทาโรคตาบอดจากเชื้อแบคทีเรีย โรคตาแดง และโรคพยาธิไส้เดือนฝอยในแอฟริกาและเอชียปี 1986จนได้รับรางวัลโนเบลปี 2002 ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ไม่ย่อท้อต่อการแสวงหาสันติภาพท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทั้งยังสนับสนุนประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาสังคม

คาร์เตอร์ถูกมองว่า เป็นนักการเมืองที่มีเสน่ห์ในแบบจอมศีลธรรม (คาร์เตอร์เป็นคริสเตียนเคร่งศาสนา) ผสมผสาน ‘ความบ้านๆ’ เข้าถึงง่าย พูดตรงไปตรงมา โดยเขาเคยวิจารณ์การที่สหรัฐฯ บุกอิรักในปี 2003, การใช้โดรนในสงครามที่ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม รวมถึงการมีอยู่ของคุกอ่าวกวนตานาโม (Guantanamo Bay) ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงยังสนับสนุนแนวทาง 2 รัฐในปัญหาอิสราเอล-ปาเลสไตน์

อ้างอิง:

- https://history.state.gov/milestones/1977-1980/camp-david

- https://www.theguardian.com/us-news/2024/dec/29/jimmy-carter-dead-longest-lived-us-president

- https://www.reuters.com/world/us/jimmy-carter-former-us-president-nobel-peace-prize-recipient-dead-100-atlanta-2024-12-29/

- https://www.bbc.com/news/articles/cpww85w5p30o

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...