โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานสอบสวนตำรวจ มังกรที่ไร้หัว

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 ม.ค. 2568 เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2567 เวลา 01.05 น.

หลายคนเป็นกังวลกับ “งานสอบสวน” ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงตำรวจในสายงานสอบสวนเพราะหัวหน้าหน่วยตำรวจแทบทุกระดับปล่อยให้ทั้ง “งาน” และ “คน” เคว้งคว้าง ไม่จ้ำจี้จ้ำไช ไม่เข้มงวดกวดขัน ไม่พัฒนา ไม่ช่วยคิดหาทางออก ถ้าทำพลาดขึ้นมามีแต่เหยียบซ้ำ ตั้งกรรมการสอบ แป้กขั้น ชีวิต “พนักงานสอบสวน” จึงมีแต่ความเครียดกับความอยากจะผละหนีไปให้พ้น

จะว่าไปแล้วในกิจการตำรวจนั้น “งานป้องกัน” อาชญากรรมคือหัวใจสำคัญ

ขั้นต้นของทุกโรงพักคือ ต้องคิดว่าทำอย่างไรไม่ให้เกิดอาชญากรรมขึ้น

ถึงแม้ในความเป็นจริงของชีวิตประจำวันของผู้คน มีเรื่องราวมากมายที่พิพาทขัดแย้งแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกัน ไม่มีทางที่จะป้องกันไม่ให้เกิดคดีความได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่ “งานป้องกัน” ก็ต้องมาก่อน หลังจากนั้นจึงตามด้วย “การปราบปราม” ซึ่งรวมครบทั้งงาน “สืบสวน” และ “สอบสวน”

ดังที่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา บัญญัติ

มาตรา 2(10) การสืบสวน คือการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งตำรวจหรือพนักงานฝ่ายปกครองได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งความผิด และ

(11) การสอบสวน คือการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิด และเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ

“พนักงานสอบสวน” จึงเป็น 1 ในตัวละครสำคัญของตำรวจ

เมื่อมีการแจ้งความร้องทุกข์ หรือเมื่อมีผู้กระทำผิดกฎหมาย พนักงานสอบสวนมี “อำนาจ” และมี “หน้าที่” สอบสวนทุกเรื่องราว ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมกับสืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาพิสูจน์ความผิดนั้น

สมัยแต่ก่อน สังคมตำรวจนิยมยกย่องสรรเสริญนายตำรวจที่มีความรู้ความสามารถด้านสืบสวนสอบสวนเพราะเป็นตำรวจที่จะเอาคนทำผิดเข้าคุก นักสืบและมือสอบสวนจึงเป็นที่เกรงขามของนักเลงอันธพาลและผู้มีอิทธิพล

มาภายหลังคติธรรมตามแบบฉบับเก่าๆ ล่มสลาย

ไม่ว่างานอะไรก็ไม่สำคัญเท่าการวิ่งเต้น สอพลอ และหาผลประโยชน์ให้ผู้ใหญ่ทั้งที่เป็นนายตำรวจและผู้มีอำนาจการเมือง

หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 วงการพนักงานสอบสวนของตำรวจได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการสั่งยุบ “แท่งพนักงานสอบสวน” ซึ่งกฎหมายมีเจตนาจะให้เป็น “ทาง” ของตำรวจในสายงานสอบสวน เพื่อที่จะได้มีโอกาสเจริญก้าวหน้าขึ้นไปตามผลการประเมินจากเนื้องาน ไม่ต้องวิ่งเต้น ไม่หวาดผวาว่าจะถูกนักวิ่งเตะสกัด

แต่เมื่อทุบทิ้งแท่งพนักงานสอบสวน เส้นทางที่จะโตด้วยงาน และโดยธรรมก็ถูกปิดอย่างสิ้นเชิง

ใครอยากจะเจริญก้าวหน้า ต้องการเลื่อนตำแหน่งต้องวิ่งเต้นเหมือนเดิม

“การเมืองการปกครอง” ของประเทศจึงนับเป็น “ปัจจัยสำคัญ” ที่ทำให้งานสอบสวนและตำรวจที่เป็นพนักงานสอบสวนขวัญล้า อ่อนแอ และหย่อนประสิทธิภาพ

ชั่วพริบตาวัฒนธรรมองค์กรตำรวจก็เปลี่ยนไป

สภาพแวดล้อมใหม่หล่อหลอมให้ตำรวจมี “ทัศนคติ” ที่ผิดเพี้ยนไปจากการสั่งสอนฝึกฝนอบรมของสถาบันการศึกษา

“ตัวแบบ” ที่มีประวัติด่างพร้อยต่ำทรามได้รับการสนับสนุนส่งเสริม ขึ้นเป็น “ผู้บังคับบัญชา” ในหลายระดับชั้น

ชีวิตจริงของตำรวจวิปลาสคลาดเคลื่อนไปจากอุดมคติตำรวจราวฟ้ากับเหว

ที่ควรประพฤติ กลายเป็น “เว้น”

ส่วนที่ “ควรเว้น” นั้นกลับประพฤติปฏิบัติกันเป็นวิถีปกติ

ไม่มีใครอยากทำหน้าที่ “สอบสวน” ถ้าไม่ถูกบังคับในระยะที่เริ่มรับราชการ

ปัญหาเก่าๆ ที่ดำเนินมากว่าครึ่งศตวรรษจึงหวนกลับมา เช่น ความไม่เอาใจใส่ ความล่าช้า การเป่าคดี ยังไม่ต้องกล่าวถึงบนโต๊ะใต้โต๊ะ ซึ่งในแง่มุมของประชาชนที่เดือดร้อน เท่ากับว่า ทุกข์ซ้ำกรรมซัด ที่ต้องประสบกับคดีความไม่คืบ พนักงานสอบสวนหน้าตาบูดๆ และบิดๆ เบี้ยวๆ

แต่จะมี “นาย” กี่คนที่เข้าใจ “หัวอก” ตำรวจสอบสวน

เมื่อก่อนทุกโรงพัก “พนักงานสอบสวน” จะได้รับการส่งเสริมจากผู้บังคับบัญชา มีโควต้าให้บำเหน็จ 2 ขั้น มีการสร้างขวัญกำลังใจ หรือคัดตัวส่งไปให้ทำคดีสำคัญเพื่อสั่งสมประสบการณ์ ต่างจากทุกวันนี้ที่ถึงแม้ความชั่วไม่มี-ความดีปรากฏ ก็ไม่มีใครมอง

พนักงานสอบสวนเหมือนตำรวจที่ถูกลืม ต้องพึ่งตนเอง ต้องดิ้นรนขวนขวายเอาตัวให้รอด ถ้าหากมีภาระหนักไปก็หาทางทำให้เบา งานยุ่งและเยอะไปก็หาทางทำให้บางหรือลดน้อยที่สุด ไม่มีผู้บังคับบัญชาชั้นสูงๆ ขึ้นไปที่จะ “สนใจ” ติดตาม ควบคุมหรือกำกับงานสอบสวนให้ไปถึงจุดที่หมายมุ่ง ปัดเป่าบรรเทาทุกข์ความเดือดร้อนแก่ประชาชนเหมือนดังแต่ก่อน

ถ้าจะตกค้างหลงเหลืออยู่ก็แต่ความฝันเก่าๆ ฝันเมื่อวันวานที่ว่า การเป็นพนักงานสอบสวนจะต้องเก่ง และดี เป็นผู้มีความรอบรู้หลายด้าน มีไหวพริบปฏิภาณคล่องแคล่วในการสื่อสาร พูด ฟัง อ่าน ถาม เขียน ช่างจดจำ สังเกต ช่างเจรจา มีความสามารถมีประสบการณ์หลากหลาย รักความท้าทาย และที่เหนืออื่นใดก็คือ เป็นผู้รักความยุติธรรม ตั้งมั่นอยู่อุดมการณ์ตำรวจ

ที่ว่านั้นเป็นร่องรอยที่หลงเหลือ ตกค้าง

ของจริงในวันนี้ องค์กรตำรวจยังไม่เน้น ยังไม่เห็นความสำคัญของพนักงานสอบสวนเช่นแต่ก่อนผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับยังไม่เชื่อว่า “งานสอบสวน” คือพลังสำคัญของความเป็นตำรวจ

นับวันยิ่งจะมีตำรวจตีความ “วิชาชีพตำรวจ” ผิดเพี้ยนไป

ทุกคนต่างก็รักความก้าวหน้า มีความทะเยอทะยาน ต้องการเจริญเติบโต แต่กลับ “ไม่พร้อม” สำหรับการทำหน้าที่ อกสั่นขวัญหายร้องยี้ทันทีถ้าต้องเป็น “พนักงานสอบสวน”

คำถามก็คือ ถ้างานสอบสวนของตำรวจมีสภาพไม่เป็นโล้เป็นพายเสียแล้ว ความเป็น “ต้นธาร” ของกระบวนการยุติธรรมไทย จะมีสภาพอย่างไร

“วงจรทุจริต” จะอุบัติ เกิดการขับเคลื่อนขยายวงกว้างใหญ่ ฝ่ายหนึ่งจับมือกับฝ่ายหนึ่ง จากนั้นหลายฝ่ายจะสมคบคิดกันละเมิดกฎหมาย ถึงแม้ “ผิด” ก็หาเหตุปาฏิหาริย์ข้างๆ คูๆ มาอวดอ้างว่า “ถูก” ส่วนที่ถูกก็จะมี “นักตีความ” ทำให้กลายเป็น “ผิด”

ภัยคุกคามแท้จริงของประเทศจะปรากฏตัวเมื่อทั้ง “กฎ” และ “ผู้บังคับใช้กฎ” ไม่อยู่ในฐานะที่น่าเชื่อถือหรือเลื่อมใส

ถ้าระบบอำนวยความยุติธรรมล่มสลาย จะเกิดอะไรขึ้น!?!!!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : งานสอบสวนตำรวจ มังกรที่ไร้หัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...