โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทักษิณ” แนะตลท.-ก.ล.ต. แก้ปัญหาใหญ่ เร่งฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 23.29 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 16.14 น.

“ทักษิณ” แนะตลท. - ก.ล.ต. เร่งแก้ปัญหาใหญ่ของตลาดทุน นำ Trust-Confidence-Sentiment ตลาดหุ้นไทยที่ไม่ดีกลับมาให้ได้ แนะรัฐเร่งผลักดันผุดไอเอฮับ ดึงต่างชาติเข้าลงทุน

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงาน "Chat with Tony : Bull Rally of Thai Capital Market" จัดโดย ข่าวหุ้นธุรกิจ ว่า ปัญหาของตลาดหุ้นไทยขณะนี้ คือ Trust, Confidence และ Sentiment ไม่ดี ต้องนำกลับคืนมาให้ได้ ปัญหาสำคัญคือหน่วยงานกำกับตลาดทุนช้าเกินไป จะต้องกระชับการทำงานให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาต้องออกมาชี้แจงแก้ไขให้เร็วขึ้น หากจำเป็นก็ต้องออกเป็น พ.ร.ก.เพื่อมาแก้สถานการณ์ให้ได้ทันท่วงที

ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต้องให้สำคัญกับความเข้มแข็งของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บริษัทที่เข้าตลาดหุ้นแล้วต้องมอนิเตอร์ต่อเนื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องตรวจสุขภาพ บจ. โดยเฉพาะเรื่องการธรรมาภิบาล ติดตามพฤคิกรรมฝ่ายบริหารเพื่อให้มั่นใจว่าต้องไม่ใช้เงินผิดประเภท ต้องบริหารอย่างถูกต้อง ให้มั่นใจว่าต้องไม่เกิดปัญหากระทบต่อตลาดหลักทรัพย์

High Frequency Trade ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อใครเลย เป็นการเทรดที่ทำกำไรเล็ก ๆ แต่ถี่ ๆ เมื่อสิ้นวันก็ไม่ได้เหลืออะไร แต่ตลาดหุ้นชอบเพราะมีวอลุ่ม ซึ่งจำเป็นต้องเข้มงวดเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบ ตลท.มีหน้าที่ไม่ให้เกิดการเอาเปรียบ ต้องรักษากติกาให้ดี ทุกคนต่อตรงทำได้แต่ต้องให้ความเร็วใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ การเพิ่มอำนาจให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เหมือนสากล สามารถจัดการกรณีที่สร้างปัญหาต่าง ๆ ในตลาดทุนได้ทันที ไม่ต้องรอดีเอสไอ อัยการ เพราะทำให้ความน่าชื่อถือเราเสียหาย

ขณะที่บจ.ในตลาดหุ้นไทยเป็นธุรกิจเก่า บริษัทใหม่ ๆ ขนาดใหญ่ ๆ ไม่ค่อยมี รัฐบาลจะให้บีโอไอชวนบริษัทต่างประเทศมาเข้าตลาดหุ้นไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนสูง จะจูงใจให้เข้าตลาดหุ้น หรืออย่าง Entertainment Complex ต้องสนับสนุนให้เข้าตลาดหุ้นเพื่อเพิ่มซัพพลาย

ทั้งนี้เรื่องที่ตลท. และ ก.ล.ต ต้องทำได้แก่

เรื่องที่ 1. ความโปร่งใสในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่อง และแก้ปัญหา อธิบายได้ช้า ต่อไปนี้จะต้องตรวจสุขภาพบริษัทต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของตลาด จึงอยากฝาก ตลท.ให้ติดตามพฤติกรรมฝ่ายบริหารของทุกบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ใช้เงินผิดประเภท ทำบัญชี มีระบบตรวจสอบที่ถูกต้อง มีการบริหารที่ถูกต้อง และต้องมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้ไม่กระทบต่อตลาดหลักทรัพย์

เรื่องที่ 2. การใช้โรบอตในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก เพื่อช่วยให้มูลค่าซื้อขายสูงขึ้นนั้น ตลท.จะต้องตรวจสอบในเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบ ดูอัลกอริทึมไม่ให้เกิดการเอาเปรียบซึ่งกันและกัน โดย ตลท.มีหน้าที่ไม่ให้เกิดการเอาเปรียบและเป็นผู้รักษากติกาที่ดี

เรื่องที่ 3. การสโลว์แอคชั่น หลายบริษัทเมื่อเกิดปัญหามีการอธิบายช้าทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อถือ โดยขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังเพิ่มอำนาจให้แก่ ก.ล.ต. สามารถจัดการได้ทันที ไม่ต้องรออัยการ ดีเอสไอ

เรื่องที่ 4. บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นธุรกิจเก่า และธุรกิจใหม่ขนาดใหญ่ยังมีน้อย ดังนั้นรัฐบาลต้องให้บีโอไอชวนบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในไทย เข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้มากขึ้น เช่น เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่จะมีการลงทุน 5 แสนล้านบาท หากเข้าในตลาดหลักทรัพย์ฯก็จะช่วยเพิ่มหน่วยลงทุนหรือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น

เรื่องที่ 5. หุ้นหลายตัว ราคาต่ำจึงอยากสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนซื้อหุ้นตนเองเข้าพอร์ตไว้ และตลาดควรใช้ระบบแบบในญี่ปุ่น คือ ทำแผนให้ราคาหุ้นกับบุ๊กค์ ราคาใกล้เคียงกัน

เรื่องที่ 6. รัฐบาลอยากเห็น ก.ล.ต. มีภาคดิจิทัล เพราะวันนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศสนับสนุนคริปโทเคอร์เรนซี่อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราหนีไม่พ้น ดังนั้นเราจะต้องตื่นตัว ต้องทำความเข้าใจ เปิดใจ เพราะไม่งั้นเราจะตามไม่ทัน โดย ก.ล.ต. ต้องมีสายดิจิทัล เช่น อนุญาตให้เทรดสเตเบิลคอยน์ โดย ก.ล.ต. ต้องเตรียมเปิดทางเพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเหล่านี้ โดยขายบอนด์ของประชาชนทั่วไปให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ทั้งนี้รัฐบาลเองก็เตรียมจะทำ Sandbox อาจจะเริ่มที่ภูเก็ตด้วยกับรับบิทคอยน์มาใช้ซื้อสินค้าและบริการด้วยการจัดการของรัฐบาล มีอัตราแลกเปลี่ยนชัดเจน มีตัวกลางเป็นตัวรับจ่ายเงิน เพราะมองว่าคนที่มีบิทคอยน์คือคนที่กำไร มีแนวโน้มจะใช้เงินฟุ่มเฟือยมากขึ้น จะช่วยดึงให้มาใช้ในประเทศไทย นอกจากนั้น คิดถึงการทำ Sandbox ด้านอินโนเวชั่นที่กฎหมายตามไม่ทัน เช่นเรื่องสเต็มเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ที่มาจากตัวเราเอง ต้องเปิดรับให้ประเทศไทยทันกับโลก

ขณะที่สนับสนุนสิ่งที่ ก.ล.ต. กำลังจะทำ คือการเทรดคาร์บอนเครดิต เพราะวันนี้ประเทศไทยซื้อขายที่ 7 ดอลลาร์/ตันคาร์บอนเครดิต สิงคโปร์ 14 ดอลลาร์ฯ ยุโรป 35 ดอลลาร์ฯ ถ้ามีศูนย์กลางขึ้นมาในประเทศไทยก็จะทำให้ได้ราคาดีขึ้น ไม่ต้องเสียเปรียบต่างประเทศ และยังจะได้ประโยน์จากการส่งออกและอะไรอีกมากมาย

“ประเทศไทยต้องผลักดันการพัฒนาศูนย์กลางทางการเงิน ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังศึกษาโมเดลของดูไบและสิงคโปร์มาปรับใช้ เราอยากเพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ปัจจุบันเงินถูกดูดออกไปอยู่ในบอนด์หมด ESG ก็ลงทุนในบอน์ดเป็นหลัก สำหรับกองทุน LTF กระทรวงการคลังกำลังคิดว่าจะทำต่อหรือไม่”

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศ โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง UAE เปรียบเทียบดาต้าเซ็นเตอร์เหมือนน้ำมันดิบ ส่วนเอไอเหมือนน้ำมันสำเร็จรูป เมื่อตั้งแล้วต้องดึงเอไอฮับให้มาอยู่ในไทยให้ได้ เพราะเอไอฮับ 1 ตัวขนาด 1 กิ๊กกะวัตต์ ต้องใช้เงินลงทุน 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องค่าไฟที่จะต้องมีอัตราจูงใจ

สำหรับเรื่องค่าไฟ 3.70 บาท/หน่วย แอบเห็นตัวเลขแล้วว่าทำได้ แต่คนไม่เข้าใจทำให้หุ้นพลังงานตก เพราะเข้าใจผิด แนวคิด คือ การรีดไขมัน (Fat) ส่วนต่าง ๆ ซึ่ง 3.70 บาท/หน่วยถือว่าเป็นขั้นต่ำ เพราะวันนี้ค่าไฟจากโซลาร์ลงมาถึง 2 บาท หรือ 1.80 บาท แต่เราก็มีการใช้ก๊าซหรือถ่านหินผลิตไฟฟ้า จะต้องไปคำนวณว่าหากโรงไฟ้าไหนมีค่าใช้จ่ายเกินกว่าพลังงานหมุนเวียนควรปิดหรือหยุดไว้ก่อนเพื่อดึงต้นทุนลงมา

แนวทางการลด Fat คือ การจำหน่าย loss ของการไฟฟ้า 3 แห่ง องค์กรส่วนท้องถิ่นที่เคยใช้ไฟฟรีต้องแยกบิลให้ชัดเจน มีอีกมากที่เราจะรีดค่าไฟลงมาได้ ปตท.อาจจะกระทบบ้างเพราะค่าผ่านท่ออาจจะต้องลดลง ซึ่ง ปตท.เต็มใจ และยังมีเรื่องเงินนำส่งรัฐ มีความเป็นไปได้สูงที่ค่าไฟจะลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อดึงการลงทุนจากต่างประเทศ เช่นเดียวกับการผลิตบุคลากรเพื่อรองรับวิศวกรซอฟท์แวร์ วันนี้ประเทศไทยต้องพัฒนาคน ต้องพัฒนาเศรษฐกิจแบบใหม่ ไม่เช่นนั้นเราจะเสียเปรียบทั้งโลก

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า การพัฒนาประเทศจะเป็นคุณต่อตลาดทุน เพราะระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนไปดวยกัน เราต้องทำระบบเศรษฐกิจให้เข็งแรงให้ได้ ปัญหาอย่างแรกที่เป็นห่วงคือ รถ EV จีนที่เข้ามาตีตลาดในไทย กับระบบนิเวศอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาของไทยที่แข็งแรง เราต้องสร้างสมดุลให้ได้ไม่งั้นระบบนิเวศที่เราสร้างไว้จะพังกันหมด รวมถึงเรื่องไฟแนนซ์ที่แบงก์ไม่ปล่อยกู้

ประเด็นปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า กระทบไทยแน่ โดยเฉพาะส่งออก เราต้องหาตลาดใหม่และต้องปรับคุณภาพสินค้าทั้งอุตสาหกรรมและการเกษตร นักธุรกิจต้องรับผิดชอบกับสินค้าที่ออกไปแล้วสร้างความเสียหาย จึงต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ทำเรื่องมาตรฐานสินค้า การนำเข้าต้องดูว่าสินค้าเข้ามาไร้คุณภาพราคาถูก จึงต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่เพื่อทดแทนการนำเข้า เช่น เวชภัณฑ์ และยา หรือเซมิคอนดักเตอร์

ข้อดีของสงครามการค้าก็มี คือ สินค้าจีนก็อยากมาใช้แหล่งกำเนิดในไทยเพื่อให้ขายตลาดอื่นได้ สินค้าสหรัฐก็เช่นกัน ดังนั้นการเปิดรับให้เขาเข้ามาลงทุนต้องกำหนดการใช้วัตถุดิบในประเทศให่ชัดเจนเพื่อให้ประเทศได้ระโยชน์ ไม่ใช่ใครมาก็ได้ เราจะได้อะไรเราจะเสียอะไร เราต้องรักษาอุตสาหกรรมของเราที่มีอยู่ให้ได้ ต้องทำให้เอสเอ็มอีฟื้นกลับมาเป็นกองทัพทางเศรษฐกิจให้ได้

ด้านซอฟเพาเวอร์ปีนี้รัฐบาลจะคิกออฟการรีสกิลอัพสกิลให้คนไทยเพื่อให้ทำงานได้รายได้มากกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ ทั้งเชฟ มวยไทย ครัวไทยสู่ครัวโลก อีสปอร์ต สร้างคนขายของช่วยโปรโมทสินค้าของทุกจังหวัด รายได้ท่องเที่ยวต้องทำต่อไป เน้นความสะดวกเดินทางเข้าออกและความปลอดภัย ขณะนี้ภาครัฐกำลังติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดและเอไอเพื่อให้เป็นสมาร์ทซิตี้เริ่มกทม.และจังหวัดท่องเที่ยว เพื่อประกันความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เพิ่มความสะอาด สร้าง Infrastructure เช่น สนามบินใหม่ ถนนในภูเก็ต เชียงใหม่ทำรถไฟใต้ดิน สร้างเหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อให้กระจายตัวไปทั่วประเทศ จะเกิดขึ้นใน 2 ปีกว่าที่เหลือของรัฐบาล

ทั้งนี้รัฐบาลพยายามสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับประชาชน นอกจากดาต้าเซ็นเตอร์ และไอเอ ยังพยายามอบรมคนไทยใช้ภาษาสั่งเอไอทำงานให้เป็น และใช้กฎหมายทรัพย์อิงสิทธิ 99 ปีเพื่อนำทรัพย์สินของรัฐไปสร้างธุรกิจใหม่ ๆ การลงทุนใหม่ๆ กระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมให้ได้ เช่น โครงการบ้านเพื่อคนไทย และยังมีแนวคิดถมทะเลป้องกันน้ำท่วมกทม. ดึงเอกชนในประเทศ-ต่างประเทศมาลงทุนถมดินแล้วนำที่ดินไปจัดผลประโยขน์ 99 ปี หรือนำป่าเสื่อมโทรมมาสร้างบ้านสวย ๆ บนภูเขา

นายทักษิณ กล่าวว่า ปัญหาเรื้อรังของประชาชน คือ pm 2.5 ขอความร่วมมือจากเอกชนและประชาชนให้รับผิดชอยต่อสังคม เข้มงวดเรื่องการห้ามเผาไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด มีมาตรการเด็ดขาดไม่ส่งเสริมเกษตรกรที่ไม่รับผิดชอบ อย่างกรณีของสิงคโปร์มีการออกหมายจับ วันนี้ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเข้มงวดเอาจริงเอาจัง หรือตัดสิทธิที่ควรจะได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ

เช่นเดียวกับคอลเซ็นเตอร์หลอกเงิน เคยพูดว่าให้ กฟภ.กับค่ายมือถือตัดสายตัดบริการประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นแหล่งคอลเซ็นเตอร์และยาเสพติด เพราะเอาไฟฟ้ากับโทรศัพท์ไปให้เขาใช้มาหลอกเงินคนไทย เหมือนเรื่องยาเสพติดวันนี้เราเหมือนให้ทุนไปสู้รบในเมียนมาแบบไม่รู้ตัว เอาไฟฟ้าเขาผลิตยาเสพติดมาขายลูกหลานเรา

“ถ้าเราจะทำงานให้สำเร็จ มั่นใจว่าถ้าเราทำต้อเนื่องกระตุ้นต่อเนื่อง ชวนการลงทุนจากต่างประเทศ เพิ่มเม็ดเงินได้ เราเชื่อว่าเศรษฐกิจาจะกลับมาโต ผมเศร้าใจที่เห็นมาเลย์โต 5.6% ไทยโตแค่ 3% หรือบางคนบอกว่า 2% กว่า ปีนี้เราต้องทำให้ได้ 4% ปีหน้าต้องได้ 5% ตอนสมัยเป็นนายกฯ ผมบอกว่าจะทำงบสมดุลก็ทำได้ ไม่มีอะไรเกินความพยายาม ปัญหาคือความร่วมมือ”

นายทักษิณ กล่าวว่า สิ่งที่อยากฝากไว้คิด คือ 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไม่ดีเลย แบงก์ชาติต้องพิมพ์แบงก์เพิ่มตลอดแต่มันหายไปไหน หายลงไปใต้ดินเยอะมาก เลยคิดว่าเงินถ้าอยู่ใต้ดินก็ไม่ทำงาน ทำอย่างไรถึงจะให้เงินทำงาน หลายประเทศคิดแตกต่างกัน อินเดียก็สั่งพิมพ์แบงก์ใหม่เลิกแบงก์เก่า รัฐบาลเสียเงินแต่เงินก็ขึ้นมาไม่หมด บางประเทศก็ให้เอาเงินเหล่านั้นมาเข้าบัญชีแบงก์ได้โดยไม่ต้อง KYC แล้วรัฐเก็บภาษี แต่หากพบภายหลังว่าเป็นเงินจากยาเสพติดก็ต้องถูกดำเนินคดี เชื่อว่าเงินเหล่านี้จะมาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจได้ เพราะเมื่อเงินเข้ามาสู่ระบบเจ้าของเงินก็อยากทำหาหากินก็นำแงินออกมาทำธุรกิจ

“อยากให้เรามีความสามัคคีกันในบ้านเมือง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ อยากเห็นสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 3 เสาหลักเศรษฐกิจนั่งคุยกันบ้าง แต่วันนี้ ธปท.ไม่ยอมคุยกับใครเลย สงสัยอยู่คนละประเทศ อยากให้มีการพูดคุยหาทางผลักดันเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจโตกว่านี้ เรื่องตลาดหลักทรัพย์ก็ง่าย” นายทักษิณ กล่าว

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...