โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

หนุ่มโคราชร้อง กกต.สอบ ‘เจ๊หน่อย’ ผู้สมัครนายก อบจ.พรรคเพื่อไทย และพวก 35 คน โอนงบกว่า 23 ล้านบาทโดยมิชอบ อาจถึงขั้นโดนใบแดง

77kaoded

เผยแพร่ 04 ม.ค. 2568 เวลา 15.16 น. • 77 ข่าวเด็ด

หนุ่มโคราชยื่นร้อง กกต.นครราชสีมา ตรวจสอบนางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ "เจ๊หน่อย" ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย และกลุ่มผู้สมัคร ส.อบจ.อีก 35 คน กรณีโอนงบประมาณกว่า 23 ล้านบาทโดยมิชอบ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งและเสี่ยงถูกเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งหรือ "ใบแดง"

เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสุนทร ชาวอำเภอเมือง ได้เดินทางเข้าพบนายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อยื่นเรื่องร้องขอให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งของนางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ "หน่อย" ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา หมายเลข 2 จากพรรคเพื่อไทย และกลุ่มผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.อีก 35 คน

นายสุนทรเปิดเผยว่า เขาเดินทางมาในฐานะประชาชนชาวโคราชคนหนึ่ง ซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภา อบจ.ในพื้นที่ โดยต้องการเห็นกระบวนการเลือกตั้งที่สุจริต โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เขาจึงเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครในครั้งนี้

นายสุนทรระบุว่า เรื่องที่ร้องเรียนเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของนางยลดา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมาในสมัยที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 ในการประชุมสภา อบจ.นครราชสีมา สมัยสามัญที่ 2 ครั้งที่ 3 ซึ่งมีการยื่นญัตติขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ การประชุมดังกล่าวมีสมาชิกสภา อบจ.เข้าร่วมทั้งหมด 39 คน โดยในจำนวนนี้มีผู้ยกมือเห็นชอบตามที่นางยลดาเสนอญัตติรวม 36 คน ซึ่งรวมถึงตัวนายก อบจ.เอง ขณะที่อีก 3 คนเลือกที่จะงดออกเสียง

นายสุนทรย้ำว่า การกระทำดังกล่าวอาจมีผลต่อคุณสมบัติและความโปร่งใสของผู้สมัคร เขาจึงร้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมาดำเนินการตรวจสอบ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

นายสุนทรกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 (และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 รวมทั้งสิ้น 12 โครงการ เป็นเงินทั้งสิ้น 23,873,918 บาท เนื่องจากในห้วงระยะเวลาดังกล่าวไม่มีภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติแต่อย่างใด

ต่อมา นางยลดาได้ขอลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 พร้อมกับสมาชิกสภา อบจ.ในกลุ่มอีก 15 คน ก่อนจะลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ทั้งนี้ การกระทำของนางยลดาและกลุ่มสมาชิก อบจ.ที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการดังกล่าว อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 มาตรา 65 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 126 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน

หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจถูกลงโทษถึงขั้นถูกเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง หรือที่เรียกกันว่า "ใบแดง" ได้ นายสุนทรจึงยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้เร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าว เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการเลือกตั้งนายก อบจ.และสมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

ด้านนายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ภายหลังการเปิดรับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 23-27 ธันวาคม 2567 มีผู้สมัครนายก อบจ.รวม 4 คน ได้แก่ เบอร์ 1 นายทักษิณ เขื่อนโคกสูง, เบอร์ 2 นางยลดา หวังศุภกิจโกศล, เบอร์ 3 นายมารุต ชุ่มขุนทด และเบอร์ 4 ร.ต.อ.นิติรักษ์ ฟักกระโทก

สำหรับผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา ครบทั้ง 48 เขตจาก 32 อำเภอ มีจำนวนทั้งสิ้น 153 คน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ อบจ.นครราชสีมา ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบพบว่าผู้สมัครนายก อบจ.ทั้ง 4 คน มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งหมด

ในส่วนของการร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง พบว่ามีการร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นกรณีผู้สมัครร้องเรียนพฤติกรรมของผู้สมัครรายอื่น ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงในพื้นที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดตั้งชุดสืบสวนข่าวจำนวน 3 ชุด และชุดเคลื่อนที่เร็วอีก 6 ชุด โดยทำงานร่วมกับผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด 8 คน เพื่อเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสี่ยง หากพบเบาะแสที่อาจนำไปสู่เหตุรุนแรง จะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที ซึ่งการลงพื้นที่สอดส่องได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา

นายสุรพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.จำนวน 153 คน พบว่ามีผู้ขาดคุณสมบัติ 3 คน ได้แก่ ผู้สมัครในเขต 2 อำเภอสีคิ้ว, เขต 1 อำเภอจักราช และเขต 1 อำเภอชุมพวง โดยสาเหตุที่ทำให้ขาดคุณสมบัติคือ ผู้สมัครทั้ง 3 รายไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อมเทศบาล ส่งผลให้หมดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...