โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับแล้ว มือปืนฆ่า 2 ศพ หนุ่มรอดตายเล่าเหตุระทึก มีดจี้ปลดทรัพย์ โดนถีบลงเหว

Khaosod

อัพเดต 14 พ.ย. 2567 เวลา 12.27 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2567 เวลา 12.27 น.

จับแล้ว มือปืนฆ่า 2 ศพ ลวงมายิงทิ้งที่ราชบุรี หนุ่มรอดตายเล่าเหตุระทึก เสียงปืนดังสนั่น ถูกมีดจี้คอ บังคับปลดทรัพย์สิน สั่งถอดเสื้อ แล้วถีบลงเหว

จากกรณีพบศพ นายออง ซาน วิน อายุ 43 ปี ชาวเมียนมา นายซอ ซอ ชาวเมียนมา ถูกยิงเสียชีวิต ทิ้งศพริมถนนลูกรังทางเข้าหมู่บ้านโป่งสองเกาะ ม.7 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เมื่อช่วงเช้ามืดที่่ผ่านมา เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายทั้ง 2 คน ออกจากบ้านในเขต จ.สมุทรสาคร มากับเพื่อนอีก 4 คน ด้วยรถยนต์ 2 คัน ตั้งแต่เวลา 20.30 น.วันที่ 13 พ.ย. แล้วติดต่อไม่ได้ กระทั่งมาพบว่าเสียชีวิตดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว คนร้ายโหด ยิงดับ 2 หนุ่ม ที่สวนผึ้ง ญาติช็อกโทรมาหา ตร.รับสายแจ้งข่าวร้าย

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 14 พ.ย.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบรถทั้ง 2 คันแล้วพบว่ามุ่งหน้าไป จ.ตาก จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของจ.ตาก สกัด ซึ่งสามารถจับกุมรถทั้ง 2 คันได้ รวมทั้งผู้ที่โดยสาร ก่อนที่ชุดสืบสวน สภ.สวนผึ้ง จะเดินทางไปรับตัวกลับมาสอบปากคำ

ด้าน นายออง ซาน เมน อายุ 40 ปี น้องชายของนายออง ซาน วิน หนึ่งในผู้ตาย ได้เดินทางมาดูศพที่ สภ.สวนผึ้ง พร้อมกล่าวว่า ได้รับแจ้งจากพี่สะใภ้ว่าพี่ชายออกจากบ้านมาพร้อมกับเพื่อนตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้ และตรวจสอบพิกัดจากโทรศัพท์ก็พบว่ามาอยู่ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จึงได้เดินทางมา ประกอบกับช่วงที่โทรศัพท์หาผู้ตายนั้นมีตำรวจรับสาย จึงทำให้ทราบว่าเกิดเรื่องกับพี่ชาย แต่มีคนที่รอดชีวิตมาได้ ซึ่งตนกับครอบครัวก็รู้สึกสงสัยว่าทำไมถึงรอด แต่พี่ชายกับเพื่อนนั้นถูกยิง ส่วนสาเหตุนั้นไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร เพราะพี่ชายไม่เคยเล่าให้ฟังและภรรยาของผู้ตายก็ไม่ได้รู้อะไรเลย

ส่วน นายวิน ชาวเมียนมา น้องชายของนายออง ซาน วิน ผู้เสียชีวิต มาเป็นล่ามแปลภาษาให้กับ นายอาการ ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวจากเหตุการณ์นี้ ก็บอกว่า ได้รับการติดต่อจากเพื่อนชาวเมียนมาซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา จำนวน 3 คน ว่าจ้างให้ไปส่งที่ จ.ราชบุรี โดยว่าจ้างรถ 2 คัน เนื่องจากอ้างว่ามีสิ่งของที่ต้องบรรทุกไปด้วย ทำให้ผู้ตายกับ นายอาการ นำรถปิกอัพออกมาคนละคัน ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 13 พ.ย. และไปแวะรับเพื่อนของผู้ต้องหาอีก 2 คน ที่บริเวณตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร

ซึ่งในช่วงนั้นก็ไม่ได้มีสิ่งของที่ต้องบรรทุกไป แต่เมื่อออกมาแล้วจึงได้ยอมขับรถมาส่งที่ จ.ราชบุรี เพราะผู้ต้องหาโอนเงินมัดจำมาให้แล้ว 1,000 บาท เมื่อมาถึงจุดหมายจะให้อีก 4,000 บาท โดยรถของ นายออง ซาน วิน นั้นนั่งมาทั้งหมด 3 คน มี นายออง ซาน วิน เป็นคนขับ นายซอ ซอ ผู้ตายอีกคนนั่งซ้าย ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นคนว่าจ้างนั่งในแคป ส่วนรถของ นายอาการ มี นายอาการ เป็นคนขับและมีผู้ต้องหาอีก 2 คน นั่งหน้าและในแคป

โดยรถของ นายออง ซาน วิน นำหน้าทิ้งห่างรถของ นายอาการ ประมาณ 150 เมตร เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงทางโค้ง ผู้ต้องหา 2 คน ที่นั่งมาในรถก็บอกให้จอดรถ ซึ่งช่วงนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ซึ่งผู้ต้องหาที่นั่งมาด้วยบอกว่าน่าจะเป็นการยิงสัตว์ จากนั้นได้ใช้มีดจี้ที่คอพร้อมกับบอกให้ถอดทรัพย์สินมีสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท โทรศัพท์มือถือ พร้อมกับบังคับให้บอกรหัสถอนเงินในแอปธนาคาร ซึ่งมีอยู่ประมาณหนึ่งแสนบาท

จากนั้นก็บังคับให้ถอดเสื้อ ก่อนจะให้ลงจากรถแล้วถีบ นายอาการ ตกลงไปในเหว ซึ่งมีน้ำเล็กน้อย ด้วยความตกใจกลัว จึงรีบวิ่งฝ่าความมืดไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่ไม่มีใครช่วย เนื่องจาก นายอาการ พูดภาษาไทยไม่ได้ จึงหนีไปจนถึงวัดอยู่ใกล้ๆ และไปแอบอยู่ก่อนจะไปเจอเพื่อนชาวเมียนมาด้วยกันในช่วงเช้า พร้อมกับขอความช่วยเหลือขอโทรศัพท์โทรหาภรรยาให้มาช่วยเหลือ

ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุนั้นไม่ทราบว่าเพื่อนอีก 2 คนที่อยู่ในรถคันหน้านั้นถูกยิงตาย และไม่เห็นเหตุการณ์ด้วย แต่ตอนนี้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไปติดตามจับกุมตัวได้แล้วที่แม่สอด จ.ตาก ตนก็อยากจะถามว่าแค่ต้องการรถต้องฆ่ากันด้วยหรือ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับแล้ว มือปืนฆ่า 2 ศพ หนุ่มรอดตายเล่าเหตุระทึก มีดจี้ปลดทรัพย์ โดนถีบลงเหว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...