“อนุดิษฐ์” แนะ รบ.ชะลอการซื้อเครื่องบิน Gripen หลัง “ทรัมป์” หวนนั่งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 67 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีตผู้บังคับฝูงบิน F-16 ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แนะถึงรัฐบาล ในการพิจารณาจัดซื้อเครื่องบินรบ กองทัพอากาศไทย (ทอ.) โดยระบุว่า [ความเห็นต่อการจัดซื้อเครื่องบินรบของกองทัพอากาศ]
ความคุ้มค่าทางยุทธการและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วันนี้ขออนุญาตแสดงความเห็นเกี่ยวกับการที่ กองทัพอากาศไทย (ทอ.) กำลังพิจารณาจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่ ที่ก่อนหน้านี้ผมในฐานะลูกทัพฟ้า และอดีตผู้บังคับฝูงบิน F-16 ได้ติดตามข้อมูล และไล่เรียงไปแล้วรวม 5 EP กระทั่งได้รับทราบข้อสรุปเบื้องต้นจากทาง ทอ.ในการจะจัดซื้อเครื่องบินรบแบบ JAS 39 Gripen จากประเทศสวีเดน เพื่อมาทดแทนเครื่องบินรบ F-16 ฝูงเก่าที่กำลังจะปลดประจำการ
ซึ่งการเลือกซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการใช้จ่ายงบประมาณที่มีนัยสำคัญ ทั้งในแง่มูลค่างบประมาณที่ไม่ใช่แค่กว่า 1.9 หมื่นล้านบาทในเฟสแรก หรือ 4 ลำ แต่หมายถึงเกือบ 6 หมื่นล้านบาทเพื่อให้ครบฝูงบิน 12 ลำในอนาคตอันใกล้ และยังต้องคำนึงถึงในแง่ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ ตลอดจนผลดีผลเสียเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ทั้งกับประเทศคู่ค้า และกับชาติอื่น ๆ ที่อาจจะมีความสัมพันธ์ที่ดีหรือไม่ดีกับชาติคู่ค้าที่ประเทศไทยจะไปซื้อเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่ในครั้งนี้ด้วย จึงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งในด้านความคุ้มค่า ด้านยุทธศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะขณะนี้มีการเปลี่ยนผู้นำสหรัฐฯ จึงมีประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาดังนี้
[การเปรียบเทียบระหว่าง Gripen และ F-16 ภายใต้ข้อเสนอที่เปลี่ยนแปลง]
การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องบินรบ Gripen จากสวีเดนในครั้งแรกนั้นเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับ F-16 block 70/72 ของสหรัฐอเมริกา ในขณะนั้นประธานาธิบดีโจ ไบเดนยังดำรงตำแหน่ง และสวีเดนได้นำเสนอนโยบายชดเชย (Offset Policy) ที่เหนือกว่าสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำเป็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การทบทวนข้อเสนอใหม่กับสหรัฐฯ อาจช่วยให้ประเทศไทยได้รับเงื่อนไขที่คุ้มค่ากว่าเดิม
[นโยบายชดเชยของสหรัฐฯ: ประสบการณ์ที่ชัดเจนและจับต้องได้]
ก่อนหน้านี้ ในสมัยประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก กองทัพอากาศไทยได้จัดซื้อเครื่องบินฝึกแบบ T-6 และเครื่องบินโจมตีแบบ AT-6 จากสหรัฐฯ ซึ่งในขณะนั้น สหรัฐฯ ได้เสนอนโยบายชดเชยโดยตรง (Direct Offset) ที่ชัดเจน ซึ่งครอบคลุมถึงการให้ภาคอุตสาหกรรมไทยมีส่วนร่วมในการผลิตชิ้นส่วนและการมอบ Software Source Code ของเครื่องบินให้ไทยได้ใช้งานจริง สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ที่จับต้องได้และช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ
[ความโปร่งใสในนโยบายชดเชยของสวีเดน: บทเรียนจากอดีต]
แม้ว่าทางสวีเดนจะเคยนำเสนอนโยบายชดเชยแบบทางอ้อมในการจัดซื้อ Gripen ฝูงบินแรก แต่กลับมีข้อสงสัยในด้านความโปร่งใสและชัดเจนของข้อเสนอดังกล่าว การที่นโยบายชดเชยทางอ้อมไม่สามารถตรวจสอบและวัดผลได้อย่างชัดเจน จึงเป็นประเด็นที่ควรนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง ในการจัดซื้อ Gripen ครั้งนี้ ควรมีการระบุข้อเสนอชดเชยที่เป็นรูปธรรมและสามารถตรวจสอบได้ในสัญญา เพื่อป้องกันความไม่ชัดเจนที่อาจเกิดขึ้น
[ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในบริบทการเมืองโลกที่เปลี่ยนไป]
ที่ผ่านมาเมื่อครั้งที่ไทยซื้อกริพเพนฝูงแรกนั้น สวีเดนยังไม่ได้เข้าร่วมสมาชิกนาโต้เพราะต้องการรักษาสถานะภาพประเทศเป็นกลางเพื่อไม่ต้องการสร้างความหวาดระแวงจากรัสเซีย แต่ครั้งนี้การเลือกซื้อเครื่องบินจากสวีเดนซึ่งเข้าเป็นสมาชิก NATO แล้วนั้น อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศมหาอำนาจอย่างรัสเซียก็เป็นได้ การที่ประเทศใน NATO มีบทบาทในภูมิภาคเอเชียและยุโรปเหนือ อาจสร้างความกังวลให้กับรัสเซีย ซึ่งอาจมองว่าสวีเดนอยู่ในฝั่งตรงข้าม การพิจารณาประเด็นนี้อย่างถี่ถ้วนจะช่วยให้ไทยรักษาสมดุลในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
[การใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า: ยุทธการและผลประโยชน์ทางการทูต]
การจัดซื้อเครื่องบินรบครั้งนี้ใช้เงินงบประมาณของชาติเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการทางยุทธการเท่านั้น แต่ยังต้องส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศมหาอำนาจด้วย หากไทยต้องใช้งบประมาณมหาศาลแต่ได้รับความสัมพันธ์ที่ลดต่ำลง นั่นอาจถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
[ทางเลือกในการชะลอการจัดซื้อ]
ในกรณีที่การเจรจาซื้อเครื่องบินครั้งนี้ หากไม่สามารถได้รับเงื่อนไขที่เหมาะสมจากทั้งสวีเดนและสหรัฐฯ การชะลอการจัดซื้อออกไปอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อรอข้อเสนอที่ตรงตามความต้องการของประเทศในระยะยาว ส่วนงบประมาณที่ได้รับมาแล้วนั้น หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดทางด้านยุทธการ ก็ยังสามารถหาเครื่องบินรบยุค 4.5 จำนวน 12 เครื่องเข้ามาทดแทนเครื่องรุ่นเก่าได้ไม่ยาก แถมราคายังประหยัดมากกว่า 50% อีกด้วย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญใน ทอ.คงทราบดีว่าต้องทำอย่างไร เพราะในอดีตก็มีผู้ที่ทำสำเร็จมาแล้ว
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อครั้งนี้อย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับประเทศไทย ทั้งในด้านการป้องกันประเทศและการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ หากไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย แต่รัฐบาลยังยืนยันที่จะจัดซื้อให้ได้ ย่อมสะท้อนให้เห็นความบกพร่องและต้องการแต่การใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างไม่คุ้มค่าเท่านั้น