โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุดิษฐ์” แนะ รบ.ชะลอการซื้อเครื่องบิน Gripen หลัง “ทรัมป์” หวนนั่งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ

WeR NEWS

เผยแพร่ 14 พ.ย. 2567 เวลา 04.03 น.
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 67 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีตผู้บังคับฝูงบิน F-16 ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แนะถึงรัฐบาล ในการพิจารณาจัดซื้อเครื่องบินรบ กองทัพอากาศไทย (ทอ.) โดยระบุว่า [ความเห็นต่อการจัดซื้อเครื่องบินรบของกองทัพอากาศ]

ความคุ้มค่าทางยุทธการและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วันนี้ขออนุญาตแสดงความเห็นเกี่ยวกับการที่ กองทัพอากาศไทย (ทอ.) กำลังพิจารณาจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่ ที่ก่อนหน้านี้ผมในฐานะลูกทัพฟ้า และอดีตผู้บังคับฝูงบิน F-16 ได้ติดตามข้อมูล และไล่เรียงไปแล้วรวม 5 EP กระทั่งได้รับทราบข้อสรุปเบื้องต้นจากทาง ทอ.ในการจะจัดซื้อเครื่องบินรบแบบ JAS 39 Gripen จากประเทศสวีเดน เพื่อมาทดแทนเครื่องบินรบ F-16 ฝูงเก่าที่กำลังจะปลดประจำการ

ซึ่งการเลือกซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการใช้จ่ายงบประมาณที่มีนัยสำคัญ ทั้งในแง่มูลค่างบประมาณที่ไม่ใช่แค่กว่า 1.9 หมื่นล้านบาทในเฟสแรก หรือ 4 ลำ แต่หมายถึงเกือบ 6 หมื่นล้านบาทเพื่อให้ครบฝูงบิน 12 ลำในอนาคตอันใกล้ และยังต้องคำนึงถึงในแง่ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ ตลอดจนผลดีผลเสียเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ที่มา : เฟซบุ๊ก น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

ทั้งกับประเทศคู่ค้า และกับชาติอื่น ๆ ที่อาจจะมีความสัมพันธ์ที่ดีหรือไม่ดีกับชาติคู่ค้าที่ประเทศไทยจะไปซื้อเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่ในครั้งนี้ด้วย จึงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งในด้านความคุ้มค่า ด้านยุทธศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

โดยเฉพาะขณะนี้มีการเปลี่ยนผู้นำสหรัฐฯ จึงมีประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาดังนี้

[การเปรียบเทียบระหว่าง Gripen และ F-16 ภายใต้ข้อเสนอที่เปลี่ยนแปลง]

การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องบินรบ Gripen จากสวีเดนในครั้งแรกนั้นเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับ F-16 block 70/72 ของสหรัฐอเมริกา ในขณะนั้นประธานาธิบดีโจ ไบเดนยังดำรงตำแหน่ง และสวีเดนได้นำเสนอนโยบายชดเชย (Offset Policy) ที่เหนือกว่าสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำเป็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การทบทวนข้อเสนอใหม่กับสหรัฐฯ อาจช่วยให้ประเทศไทยได้รับเงื่อนไขที่คุ้มค่ากว่าเดิม

[นโยบายชดเชยของสหรัฐฯ: ประสบการณ์ที่ชัดเจนและจับต้องได้]

ก่อนหน้านี้ ในสมัยประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก กองทัพอากาศไทยได้จัดซื้อเครื่องบินฝึกแบบ T-6 และเครื่องบินโจมตีแบบ AT-6 จากสหรัฐฯ ซึ่งในขณะนั้น สหรัฐฯ ได้เสนอนโยบายชดเชยโดยตรง (Direct Offset) ที่ชัดเจน ซึ่งครอบคลุมถึงการให้ภาคอุตสาหกรรมไทยมีส่วนร่วมในการผลิตชิ้นส่วนและการมอบ Software Source Code ของเครื่องบินให้ไทยได้ใช้งานจริง สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ที่จับต้องได้และช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ

ภาพประกอบ

[ความโปร่งใสในนโยบายชดเชยของสวีเดน: บทเรียนจากอดีต]

แม้ว่าทางสวีเดนจะเคยนำเสนอนโยบายชดเชยแบบทางอ้อมในการจัดซื้อ Gripen ฝูงบินแรก แต่กลับมีข้อสงสัยในด้านความโปร่งใสและชัดเจนของข้อเสนอดังกล่าว การที่นโยบายชดเชยทางอ้อมไม่สามารถตรวจสอบและวัดผลได้อย่างชัดเจน จึงเป็นประเด็นที่ควรนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง ในการจัดซื้อ Gripen ครั้งนี้ ควรมีการระบุข้อเสนอชดเชยที่เป็นรูปธรรมและสามารถตรวจสอบได้ในสัญญา เพื่อป้องกันความไม่ชัดเจนที่อาจเกิดขึ้น

[ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในบริบทการเมืองโลกที่เปลี่ยนไป]

ที่ผ่านมาเมื่อครั้งที่ไทยซื้อกริพเพนฝูงแรกนั้น สวีเดนยังไม่ได้เข้าร่วมสมาชิกนาโต้เพราะต้องการรักษาสถานะภาพประเทศเป็นกลางเพื่อไม่ต้องการสร้างความหวาดระแวงจากรัสเซีย แต่ครั้งนี้การเลือกซื้อเครื่องบินจากสวีเดนซึ่งเข้าเป็นสมาชิก NATO แล้วนั้น อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศมหาอำนาจอย่างรัสเซียก็เป็นได้ การที่ประเทศใน NATO มีบทบาทในภูมิภาคเอเชียและยุโรปเหนือ อาจสร้างความกังวลให้กับรัสเซีย ซึ่งอาจมองว่าสวีเดนอยู่ในฝั่งตรงข้าม การพิจารณาประเด็นนี้อย่างถี่ถ้วนจะช่วยให้ไทยรักษาสมดุลในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

[การใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า: ยุทธการและผลประโยชน์ทางการทูต]

การจัดซื้อเครื่องบินรบครั้งนี้ใช้เงินงบประมาณของชาติเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการทางยุทธการเท่านั้น แต่ยังต้องส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศมหาอำนาจด้วย หากไทยต้องใช้งบประมาณมหาศาลแต่ได้รับความสัมพันธ์ที่ลดต่ำลง นั่นอาจถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ภาพประกอบ

[ทางเลือกในการชะลอการจัดซื้อ]

ในกรณีที่การเจรจาซื้อเครื่องบินครั้งนี้ หากไม่สามารถได้รับเงื่อนไขที่เหมาะสมจากทั้งสวีเดนและสหรัฐฯ การชะลอการจัดซื้อออกไปอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อรอข้อเสนอที่ตรงตามความต้องการของประเทศในระยะยาว ส่วนงบประมาณที่ได้รับมาแล้วนั้น หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดทางด้านยุทธการ ก็ยังสามารถหาเครื่องบินรบยุค 4.5 จำนวน 12 เครื่องเข้ามาทดแทนเครื่องรุ่นเก่าได้ไม่ยาก แถมราคายังประหยัดมากกว่า 50% อีกด้วย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญใน ทอ.คงทราบดีว่าต้องทำอย่างไร เพราะในอดีตก็มีผู้ที่ทำสำเร็จมาแล้ว

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อครั้งนี้อย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับประเทศไทย ทั้งในด้านการป้องกันประเทศและการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ หากไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย แต่รัฐบาลยังยืนยันที่จะจัดซื้อให้ได้ ย่อมสะท้อนให้เห็นความบกพร่องและต้องการแต่การใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างไม่คุ้มค่าเท่านั้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...