โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดเบื้องหลังการเมืองภายใน "การยึดอำนาจ 2.30 ชั่วโมง" ที่เกาหลีใต้

The Better

อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2567 เวลา 03.18 น. • THE BETTER

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 22:30 น. ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ประกาศกฎอัยการศึกในเกาหลีใต้ เป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปี

ในแถลงการณ์ประกาศว่า "ข้าพเจ้าประกาศกฎอัยการศึก เพื่อปกป้องสาธารณรัฐเกาหลีให้เป็นอิสระจากภัยคุกคามของกองกำลังคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ เพื่อกำจัดกองกำลังต่อต้านรัฐที่ไร้ยางอายซึ่งสนับสนุนเกาหลีเหนือที่กำลังปล้นสะดมเสรีภาพและความสุขของประชาชนของเรา และเพื่อปกป้องระเบียบรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระ"

หลังจากที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึกแล้ว เมื่อถึงเวลาประมาณ 01:01 น. ของวันที่ 4 ธันวาคม ประมาณ 3 ชั่วโมงหลังการประกาศกฎอัยการศึก รัฐสภามีมติเห็นชอบ 190 เสียงจากสมาชิก 190 คนที่เข้าร่วมประชุมใหญ่สมัยที่ 15 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี ให้ถอนการประกาศกฎอัยการศึก
แต่ยังมีเรื่องที่ต้องพิจาณาอยู่ เนื่องจากกฎอัยการศึกต้องถูกยกเลิกโดยประธานาธิบดี กฎอัยการศึกจึงยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าประธานาธิบดีจะยกเลิก

ในกรณีของเกาหลีใต้ สถาบันตามรัฐธรรมนูญเพียงแห่งเดียวที่สามารถยกเลิกกฎอัยการศึกได้คือประธานาธิบดีก็จริง แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (รัฐสภา) ก็มีอำนาจด้วยยกเว้นว่าอาคารรัฐสภาถูกกองกำลังกฎอัยการศึกยึดไว้จะทำการเช่นนั้นไม่ได้ ปรากฏว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติส่วนใหญ่ถูกปิดกั้นไม่ให้มารวมตัวกันในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ขั้นตอนการยกเลิกกฎอัยการศึกจะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดรัฐสภาก็ได้ลงมติให้ยกเลิกกฎอัยการศึก กฎอัยการศึกจึงหมดผลทางกฎหมาย

ทั้งนี้ หากมีการร้องขอจากสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ ประธานาธิบดีจะต้องยกเลิกกฎอัยการศึกทันที และหากเขาเพิกเฉยต่อการร้องขอจากรัฐสภา ถือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ จึงสามารถเป็นเหตุในการถอดถอนได้

กระนั้นก็ตาม ประธานาธิบดียุน ซอก ยอลจะยอมรับมติและยกเลิกกฎอัยการศึกหรือไม่? และมีความเป็นไปได้ที่เขาจะประกาศกฎอัยการศึกต่อไป โดยอ้างว่าการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 15 ที่จัดขึ้นหลังจากประกาศกฎอัยการศึกนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อนึ่ง มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ระบุเงื่อนไขของการประกาศกฎอัยการศึกไว้ดังนี้

① เมื่อมีความจำเป็นต้องตอบสนองต่อความต้องการทางทหารหรือรักษาสันติภาพและความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยการระดมกำลังทหารในยามสงคราม เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ ของชาติ ประธานาธิบดีอาจประกาศกฎอัยการศึกตามที่กฎหมายกำหนด

② กฎอัยการศึกจะแบ่งออกเป็นกฎอัยการศึกฉุกเฉินและกฎอัยการศึกเพื่อความมั่นคง (ตอนนี้ประกาศกฎอัยการศึกฉุกเฉิน)

③ เมื่อมีการประกาศกฎอัยการศึกฉุกเฉิน อาจใช้มาตรการพิเศษเกี่ยวกับระบบการออกหมาย เสรีภาพในการพูด การเผยแพร่ การชุมนุมและการสมาคม และอำนาจของรัฐบาลและศาลตามที่กฎหมายกำหนด

④ เมื่อมีการประกาศกฎอัยการศึก ประธานาธิบดีจะต้องแจ้งให้รัฐสภาทราบโดยไม่ชักช้า

⑤ เมื่อรัฐสภาร้องขอให้ยกเลิกกฎอัยการศึกโดยได้รับความยินยอมจากสมาชิกส่วนใหญ่ ประธานาธิบดีจะต้องยกเลิกกฎดังกล่าว

ผมคิดว่าเรื่องนี้ยังยื้อกันอยู่ ในทางพฤตินัยแล้ว แม้จะมีการลงคะแนนเสียงโดยรัฐสภาต่อต้านกฎอัยการศึก และทหารถอนตัวจากรัฐสภาแล้ว แต่การประกาศกฎอัยการศึกหมายความว่าประธานาธิบดีได้ยึดอำนาจและกองทัพ แต่ตอนนี้อำนาจนั้นยังไม่ชัดเจน

นอกจากนี้ หากประธานาธิบดียอมยกเลิกกฎอัยการศึกตามคำร้องของรัฐสภา ภยันตรายจะเกิดขึ้นกับประธานาธิบดีในทันที เพราะรัฐสภาจะดำเนินการถอดถอนเขาจากตำแหน่งในทันที และเมื่อไม่มีอำนาจเขาถูกดำเนินคดีในฐานะล้มล้างการปกครองได้

ตอนแรกมีสัญญาณก็คือน่าจะคุมได้อยู่ เพราะ ณ เวลา 02:25 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม กระทรวงกลาโหมยังคงใช้กฎอัยการศึก โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมกล่าวว่า “กฎอัยการศึกจะยังคงใช้ต่อไป และคำสั่งกฎอัยการศึกจะยังคงใช้ต่อไปจนกว่าประธานาธิบดีจะยกเลิกกฎอัยการศึก”

นอกจากนี้ ณ ช่วง 3.00 น. ของเกาหลีใต้ยังมีรายงานว่าทหารที่ประจำการอยู่ที่รัฐสภาและสถานที่อื่นๆ ไม่ได้กลับเข้าหน่วยและอยู่ในสถานะสแตนด์บาย

นั่นหมายความว่า ณ เวลานั้น ประธานาธิบดีไม่ฟังเสียงของสภาแล้ว และเดินหน้าต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลา 04.30 น. ของวันที่ 4 ธันวาคม ประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกอย่างเป็นทางการ

แต่มันยังไม่จบแค่นั้นหรอก เพราะในเช้าวันที่ 4 ธันวาคม ผู้นำของพรรคพลังประชาชนได้มีมติเรียกร้องให้ประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล ออกจากพรรค ให้สมาชิกสภารัฐทั้งหมดลาออก และปลดรัฐมนตรีกลาโหมออกจากตำแหน่ง และให้ตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการที่ตามมา เช่น การถอดถอนประธานาธิบดี โดยผ่านการประชุมใหญ่ของสมาชิกรัฐสภา

ข้อเรียกร้องนี้ไม่ธรรมดา เพราะเป็นการทำลาย "โครงสร้างอำนาจ" ที่ประธานาธิบดียุนสั่งสมมาในช่วงสองสามปีที่ที่ผ่านมา และนี่คือสาระหลักของบทวิเคราะห์นี้

เพราะในเวลานี้นักการเมืองและสื่อในเกาหลีใต้มีพูดถึงกันมากเรื่องกลุ่มบุคคลที่อาจเป็นมันสมองของการ "ยึดอำนาจ" เมื่อคืนนี้ นั่นคือกลุ่มที่เรียกว่า "ชุงอัมพา" (충암파)

"ชุงอัมพา" หรือ "กลุ่มชุงอัม" หมายถึงกลุ่มการเมืองที่ใกล้ชิดกับประธานยุน ซอก-ยอล ซึ่งเคยเรียนที่โรงเรียนมัธยมชุงอัมมาด้วยกัน

และการยึดอำนาจมักจะใช้ "เพื่อนร่วมรุ่น" เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นบ่อยๆ ในการยึดอำนาจและก่อบกบฏไทย แม่แต่ในวงการเมืองก็เช่นกัน

ผมจะสรุปสั้นๆ แบบนี้ก่อนจากข้อมูลของสื่อเกาหลีใต้เพื่อความเข้าใจในสถานการณ์

1. ตั้งแต่ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมชุงอัมเข้ารับตำแหน่ง ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าศิษย์เก่าของโรงเรียนมัธยมชุงอัมมีอิทธิพลเหนือตำแหน่งสำคัญทางทหาร และในองค์กรตำรวจได้เช่นกัน

2. ในรัฐบาลของยุนซอกยอล ตำแหน่งทหารระดับสูงจำนวนมากเต็มไปด้วยศิษย์เก่าจากโรงเรียนมัธยมชุงอัม ซึ่งมีทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องของประธานาธิบดี จนเรียกกันว่า 'กลุ่มชุงอัม' ไม่ว่าจะเป็น
•รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คิม ยอง-ฮยอน
•ผู้บัญชาการกองบัญชาการข่าวกรองกองทัพ ยอ อิน-ฮยอง
•ผู้บัญชาการกองพลที่ 777 พัค จอง-ซอน
• รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและความมั่นคง อี ซัง-มิน ซึ่งสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้พระราชบัญญัติองค์กรรัฐบาล สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมชุงอัมเช่นกัน
• ผู้บัญชาการกองพลความมั่นคงที่ 101 ซึ่งรับผิดชอบด้านความปลอดภัยของสำนักงานประธานาธิบดี ก็ได้รับการยืนยันว่าสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมชุงอัมเช่นกัน

3. เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม มีการได้รับการยืนยันว่าผู้บัญชาการกองพลความมั่นคงที่ 101 ของสำนักงานตำรวจนครบาลโซล ซึ่งรับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัยและคุ้มครองสำนักงานประธานาธิบดี เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนมัธยมชุงอัม

4. รัฐบาลของยุน ซอก-ยอลผลักดันให้มีการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาบังคับใช้กฎหมายหน่วยข่าวกรองของประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน 2022 เพื่อให้หน่วยข่าวกรองของประธานาธิบดีมีอำนาจสั่งการและกำกับดูแลกองทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย พรรคฝ่ายค้านคัดค้านการแก้ไขดังกล่าวอย่างหนัก และผ่านสภารัฐในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

5. ตั้งแต่ประมาณ 2 เดือนก่อนหน้านี้แล้ว พรรคฝ่ายค้านได้หยิบยกประเด็นการประกาศ "กฎอัยการศึก" ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เปิดเผยว่าผู้บัญชาการกองพลความมั่นคงที่ 101 ซึ่งรับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัยและคุ้มครองสำนักงานประธานาธิบดี เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนมัธยมชุงอัม

6. ครั้งแรกที่คิม มิน-ซอก สมาชิกสภาสูงของพรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี (พรรคฝ่ายค้าน) กล่าวถึงความเป็นไปได้ของกฎอัยการศึก คือในเดือนสิงหาคม เมื่อประธานาธิบดียุนเสนอชื่อคิม ยอง-ฮยอน ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงของประธานาธิบดีในขณะนั้น ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

7.ย้อนกลับไปอีกในเดือนสิงหาคม คิม มิน-ซอก เป็นคนแรกที่แสดงความสงสัยเกี่ยวกับ "ความพยายามใช้กฎอัยการศึก" ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และบอกว่า “ผมมีความเชื่ออย่างมั่นคงว่านี่คือการปฏิบัติการเตรียมพร้อมที่จะใช้กฎอัยการศึกโดยคำนึงถึงสงครามในพื้นที่และการสร้าง "กระแลลมเหนือ" เป็นหลัก”

8. "กระแลลมเหนือ" (북풍/ 北風) การใช้ข่าวที่เกินจริงเกี่ยวกับเกาหลีเหนือบ่อยครั้งเพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองภายในประเทศ และเช่นเดียวกัน การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้อ้างถึงภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ และอ้างว่าฝ่ายค้านเป็นพวกรู้เห็นเป็นใจกับเกาหลีเหนือ "กลุ่มชุงอัม" จึงก่อการในที่สุด

9. คิม บยองจู สมาชิกรัฐสภาจากพรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี ซึ่งเคยเป็นนายพลระดับสี่ดาว อ้างว่ามีความเป็นไปได้สูงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและความมั่นคง ซึ่งเป็นรุ่นพี่และรุ่นน้องของประธานาธิบดีที่โรงเรียนมัธยมชุงอัม จะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะ“มีเพียงรัฐมนตรีกระทรวงการบริหารสาธารณะและความมั่นคง และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเท่านั้นที่เสนอกฎอัยการศึก และทั้งคู่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมชุงอัม”

แต่การประกาศกฎอัยการศึกของเกาหลีใต้ มีระยะเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง 34 นาที ในระหว่างที่ทุกคนกำลังหลับใหลหลายคนไม่รู้ว่าเกาหลีใต้เกือบจะเกิด "รัฐประหาร" แต่ปรากฏว่ามันเป็นแค่ "การยึดอำนาจ 2.30 ชั่วโมง"

ณ เวลาที่เขียนนี้ สถานการณ์ยังไม่ชัดเจนว่าความพยายามยึดอำนาจมีจุดประสงค์อะไร? เพื่อหลีกเลี่ยงการถดถอน? เพื่อกุมอำนาจไว้นานขึ้น? หรือมีใบสั่งจากต่างแดน?

ติดตามกันต่อไป!

โดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการ และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ทหารพยายามเข้าไปในห้องโถงหลักของรัฐสภาในกรุงโซลเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024 หลังจากประธานาธิบดียุน ซอก ยอล แห่งเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึก ประธานาธิบดียุน ซอก ยอล แห่งเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม โดยกล่าวหาฝ่ายต่อต้านว่าเป็น "กองกำลังต่อต้านรัฐ" และกล่าวว่าเขากำลังดำเนินการเพื่อปกป้องประเทศจาก "ภัยคุกคาม" ที่เกิดจากเกาหลีเหนือ (ภาพโดย YONHAP / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...