พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ 1 ใน 48 ผู้ทรงอิทธิพล โดย 'มติชน' กู้วิกฤต ตร.-ฟื้นศรัทธา ปชช.
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 15
ติดอันดับที่ 26 จาก 48 ผู้ทรงอิทธิพล จัดโดย “มติชน” เนื่องในโอกาสองค์กรสื่อมวลชนแห่งนี้ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 48
“กิตติ์รัฐ” ขึ้นเป็นผู้นำสำนักงานตำรวจแห่งชาติท่ามกลางวิกฤตศรัทธาประชาชนต่ออาชีพ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”
เนื่องจาก “ศึกบิ๊กสีกากี” สาวไส้กันเองโยงใยเว็บพนันออนไลน์ จนโดน ป.ป.ช.สอบทั้งคู่
“บิ๊กต่าย” จึงมีภารกิจสำคัญกอบกู้วิกฤตภาพลักษณ์องค์กร ให้หลุดพ้นคำประณาม ‘ตำรวจถึงยุคตกต่ำที่สุด’, ‘ตำรวจเป็นอาชีพที่ไม่ต่างอะไรจากโจร’
ขณะเดียวกันปลุกขวัญผู้ใต้บังคับบัญชา และปรับ “มายด์เซ็ต” ให้มีจิตวิญญาณความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริงกลับคืนมา
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ มีชื่อเล่นว่า “ต่าย” บุคลิกที่คนเห็นทั่วไปอารมณ์ดี เฟรนด์ลี่ และคิดบวก
บิ๊กต่ายเปิดใจว่า ไม่ดีใจเลยที่ได้รับแต่งตั้ง ตำแหน่งนี้ต้องมีภาระหน้าที่หนักหน่วง มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ต้องดูแลตำรวจ ดูแลพี่น้องประชาชนมากขึ้นกว่าที่เคยอยู่ในตำแหน่งอื่นๆ ที่ผ่านมา
แต่ก็เป็นความภูมิใจของครอบครัวและวงศ์ตระกูล เพราะการที่ก้าวขึ้นมาในจุดที่เป็นตำแหน่งสูงสุดองค์กรนี้ ก็เป็นความดีใจและภูมิใจของคนที่เกี่ยวข้องในชีวิตของเรา
“พูดตรงๆ ผมไม่เคยคิดเลยชีวิตจะก้าวมาถึงตรงนี้ ตอนสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ตอนนั้นจบมัธยมที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดราชบุรี ไม่คิดอยากเป็นตำรวจ เพราะเห็นชีวิตพ่อลำบากมาก”
คุณพ่อเป็นตำรวจ ยศแค่ดาบตำรวจ ทำหน้าที่เสมียนคดีโรงพักเมืองราชบุรีเป็นผู้ช่วยพนักงานสอบสวน ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน บ้านอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง เป็นเด็กบ้านนอก เล่นน้ำ เข้าทุ่งนาหาปลากันแบบเด็กๆ
“อยากใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำ ทำงานอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับน้ำ เพราะว่าแม่น้ำแม่กลองเหมือนชีวิตของเรา แต่คุณพ่อก็บอกว่าพี่น้อง 4 คนไม่มีข้าราชการเลย คุณพ่อเลยเอาความอยากตรงนี้มาหลอกล่อว่า ถ้าสอบเตรียมทหารได้จะให้แห 1 ปาก
คือชีวิตเราอยู่กับแม่น้ำ อยากได้แห เนื่องจากเห็นคุณพ่อกับพี่ชายใช้แหหาปลา เราก็อยากมี ก็เลยไปสอบเตรียมทหาร จนได้เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 25 แล้วเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 41 ตอนนี้คุณพ่อเสียแล้ว ผมก็ยังไม่เคยได้แหเลย” บิ๊กต่ายเล่าพร้อมหัวเราะ
สําหรับวิสัยทัศน์ยุค ผบ.ตร.คนที่ 15 คือ “เป็นตำรวจมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน”
มีหลักการทำงานโดยใช้ “ธรรมาภิบาล” ประกอบด้วย
1. หลักนิติธรรม ดำรงตนในยุติธรรม โดยคำนึงถึงหลักกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับและการไม่เลือกปฏิบัติ
2. หลักคุณธรรม ส่งเสริมให้ตำรวจยึดมั่นในการทำสิ่งที่ถูกต้อง และมีมาตรการปกป้องผู้ปฏิบัติจากการถูกกลั่นแกล้ง
3. หลักความโปร่งใส ความโปร่งใสจะเป็นเกราะป้องกันการทำงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา
4. หลักการมีส่วนร่วม ตำรวจคือประชาชน ประชาชนคือตำรวจ ตำรวจต้องไม่โดดเดี่ยวตัวเอง
5. หลักความรับผิดชอบ เชื่อมั่น เชื่อใจ ผู้ปฏิบัติเมื่อได้ให้อำนาจและความรับผิดชอบไปแล้ว
6. หลักความคุ้มค่า ทำคนน้อยให้เป็นคนมาก นำเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารงาน
นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายให้เหล่าข้าราชการตำรวจกว่า 200,000 นายเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ดังนี้
1.ปกป้องเทิดทูนสถาบัน 2.เปลี่ยนแนวคิด Mindset ตำรวจเป็นที่พึ่งประชาชน 3.ทำดีมีรางวัล ทำไม่ดีมีโทษ 4.ปรับการบริการ และพัฒนางานสถานีตำรวจ 5.พัฒนางานสอบสวน อำนวยความยุติธรรมทางอาญา
6.ปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลประทบต่อประชาชน 7.ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 8.สร้างวินัยจราจร 9.การข่าวเชิงรุกทุกมิติ 10.สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และความโปร่งใส
11.พัฒนาระบบและวิธีการทำงาน สร้างแผนแม่บท Master Plan 12.ปรับรูปแบบการบริหารบุคคลและงบประมาณ 13.ปรับปรุงระเบียบ คำสั่ง กฎหมาย 14.ฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 15.จัดสวัสดิการตำรวจ สิทธิประโยชน์พึงมีอย่างเต็มที่
ส่วนนโยบาย Quick win ของ “รัฐบาลแพทองธาร” ที่ต้องเดินหน้าลุยอย่างเต็มที่ คือ การแก้ปัญหายาเสพติด โดยมี “ธวัชบุรีโมเดล-ท่าวังผาโมเดล” ขยายผลทั้งประเทศ, แก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพิ่มประสิทธิภาพปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ช่วยเหลือเหยื่ออย่างรวดเร็ว, แก้อาชญากรรมข้ามชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพผิดกฎหมาย ใช้นอมินี แล้วมาเอาเปรียบคนไทย และดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
รวมทั้งดูแลสิทธิ สวัสดิการข้าราชการตำรวจ
ส่วนอยากให้คนจำภาพ ผบ.ตร.คนที่ 15 อย่างไรนั้น
“บิ๊กต่าย” บอกว่า เป็นคำถามที่ยากต่อความรู้สึกตัวเองมากๆ เพราะเป็นคนที่ไม่อยากให้ใครมาจำเลย อยากทำงานตามหน้าที่ให้เกิดผลสำเร็จ
สิ่งที่ “สำเร็จ” เชื่อว่าจะทำให้คนจดจำโดยอัตโนมัติเอง
“ถ้ามาจำในมุมมองของผม ผมเป็นคนรักองค์กรมาก มีความซื่อสัตย์ต่อองค์กรมาก และยืนยันว่าผู้ใดจะมาล่วงละเมิดสถาบันที่ผมยึดถือไว้คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มิได้เด็ดขาด นี่คือปณิธานที่ตั้งไว้”
“ส่วนจะจำในมิติอย่างไร อาจเป็นคนเฟรนด์ลี่ แต่ถ้าขนาดโหดร้าย หรือแกล้งใครนั้นไม่มี” บิ๊กต่ายบอก
พร้อมทั้งกล่าวอีกว่า ยืนยันว่าได้ทำงานที่รับผิดชอบ เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ทิศทางที่ต้องการ แล้วให้ชาวบ้านอ้าแขนและกอดได้อย่างเต็มใจ โดยไม่ใช่มาแกล้งกอดเวลามาขอถ่ายรูป
“ถ้าอยู่ในตำแหน่งครบสองปี อยากให้จดจำว่าผมทำงานไปสู่ความสำเร็จได้ แต่ไม่รู้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งนี้ได้นานแค่ไหน ไม่เคยคิดว่าได้สองปีแน่นอน ทำทุกวันให้มีคุณค่า ให้เกิดความสำเร็จในสิ่งที่เราพึงปรารถนาก็พอใจแล้ว”
สะท้อนว่า ผบ.ตร.คนที่ 15 เข้าใจสัจธรรมของชีวิต ไม่มีอะไรที่แน่นอน อย่าประมาทและอย่ายึดติด
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ 1 ใน 48 ผู้ทรงอิทธิพล โดย ‘มติชน’ กู้วิกฤต ตร.-ฟื้นศรัทธา ปชช.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com