โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทำไมต้องมี “ดาต้าเซ็นเตอร์” ระดับ Hyperscale ในไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ม.ค. 2568 เวลา 02.30 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2568 เวลา 02.30 น.

ท่ามกลางการประกาศลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ของเหล่าบิ๊กเทคใน 1-2 ปีที่ผ่านมา “อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส” คิกออฟ “AWS Asia Pacific (Thailand) Region” ในไทย ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ จนถึงปี 2037 ทำให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ เตรียมที่จะใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานระดับ Hyperscale ในการพัฒนานวัตกรรม และเพิ่มขีดความสามารถทางดิจิทัลให้ดีขึ้น

ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ AWS เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อนด้านดิจิทัลของรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเรื่อง e-Document หรือ Paperless Government ที่ต้องเห็นเป็นรูปธรรมในปี 2025

“หัวใจสำคัญของการผลักดัน Paperless Government คือการพัฒนาเวิร์กโฟลว์และระบบยืนยันตัวตนบนโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งการลงทุนของ AWS ช่วยปูทางให้เกิดต่อยอดทำสิ่งต่าง ๆ พร้อมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้นตามความตั้งใจของรัฐบาล ที่ต้องการให้ 30% ของ GDP มาจากอุตสาหกรรมดิจิทัล”

ด้านรศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ BDI กล่าวว่า ที่ผ่านมา BDI ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ และพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ของประเทศ ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถกำหนดนโยบายที่มีข้อมูลรองรับเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมได้ เช่น แพลตฟอร์ม Health Link, Travel Link และ Envi Link ซึ่งต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานและบริการคลาวด์ขั้นสูง

โดย BDI ตัดสินใจย้ายระบบ Health Link ซึ่งเป็นบริการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพแบบกระจายศูนย์ ช่วยให้เข้าถึงประวัติสุขภาพได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนไว้ที่ศูนย์กลาง ไปยังศูนย์ข้อมูลของ AWS ในไทย

“การเลือก AWS เป็นผู้ให้บริการคลาวด์หลักของ Health Link มีปัจจัยมาจากเรื่องความปลอดภัย เสถียรภาพ และความสามารถในการรองรับการขยายตัวได้สูง รวมถึงมีทีมวิศวกรและที่ปรึกษาที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่”

ในฝั่งภาคเอกชน เช่น กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2016 โดยธนาคารกสิกรไทย ทำหน้าที่ดูแลปฏิบัติการไอทีและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ พร้อมสนับสนุนการทำ Digital Transformation ของธนาคารและบริษัทในเครือ มากกว่า 400 แอปพลิเคชั่น ก็เล็งเห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานที่เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานของ AWS ในประเทศเช่นกัน

นายตะวัน จิตรถเวช Chief Technology Officer KBTG กล่าวว่า บริการคลาวด์ของ AWS มีความหลากหลายและยืดหยุ่นในการใช้งาน ทำให้ขยายการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการในอุตสาหกรรมฟินเทคของ KBTG ได้

“ด้วย AWS Thailand Region ใหม่นี้ KBTG จะสามารถทำให้ระบบทำงานได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งมอบบริการทางการเงินด้วยประสบการณ์การใช้งานที่เป็นมิตรกับผู้ใช้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมต้องมี “ดาต้าเซ็นเตอร์” ระดับ Hyperscale ในไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...