สิงคโปร์ คาด GDP ปี 68 โต 1%-3% ปมความไม่แน่นอนโลก บวกแผนภาษีทรัมป์
สิงคโปร์ คาดเศรษฐกิจโต 1% - 3% ในปี 2568 ชะลอตัวลงจาก GDP ปี 2567 เนื่องจากความไม่นอนระดับโลก และแผนภาษีศุลกากรของ โดนัลด์ ทรัมป์
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า สิงคโปร์ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะเติบโต 1% ถึง 3% ในปี 2568 ซึ่งชะลอตัวลงจากปีนี้ เนื่องจากความไม่แน่นอนของโลกที่เพิ่มขึ้น โดยความท้าทายเหล่านี้รวมถึงการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ซึ่งมีแผนจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูง
กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของคู่ค้าหลักของสิงคโปร์ในปี 2568 จะชะลอตัวลง โดยในเอเชีย คาดการณ์ว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของจีน จะชะลอตัวลงเนื่องจากการส่งออกที่อ่อนแอ โดยได้รับผลกระทบบางส่วนจากการขึ้นภาษีของสหรัฐ
กระทรวงเน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายใหม่ของรัฐบาลสหรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้น โดย นายเบห์ สวาน จิน เลขาธิการถาวรด้านการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า การขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐ อาจทำให้เกิดมาตรการตอบโต้จากพันธมิตรทางการค้า ส่งผลให้ความตึงเครียดด้านการค้าโลกรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้แล้วสิงคโปร์ยังรายงานว่า GDP ไตรมาสที่ 3 ขยายตัว 5.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าประมาณการก่อนหน้านี้ที่ระดับ 4.1% โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และภาควิศวกรรมความแม่นยำ
รัฐบาลได้ปรับคาดการณ์การเติบโตปี 2567 เป็น 3.5% เพิ่มขึ้นจากระดับ 1.1% ในปี 2566
สิงคโปร์เป็นประเทศที่เศรษฐกิจเน้นการค้าเป็นหลัก และไม่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ซึ่งประเทศเผชิญกับอุปสรรคด้านนี้โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมันลดลง 4.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในเดือนต.ค. ซึ่งถือเป็นการลดลงมากที่สุด นับตั้งแต่เดือนมิ.ย. ส่วนการเติบโต 2.7% ในเดือนก.ย. ก่อนถูกปรับแก้ไขลดลงเหลือ 0.9%
อ้างอิง : asia.nikkei.com