โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก Microsoft เจ้าแห่งซอฟต์แวร์ ผู้บุกเบิกนวัตกรรมโลก

Finnomena

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 11.00 น. • Siwa Khunanun

Highlight (คลิกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย)

  • ความเป็นมาของ Microsoft
  • ธุรกิจของ Microsoft ในปัจจุบัน
  • ผลประกอบการของ Microsoft
  • สรุปMicrosoftยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีผู้ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม ได้กลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์สำคัญของยุคดิจิทัล ในโลกที่คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราแทบทุกวินาที Microsoft คือหนึ่งในบริษัทผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีนี้ จากจุดเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ของ Bill Gates วัย 19 ปี และ Paul Allen วัย 22 ปี ที่มุ่งมั่นจะทำให้

"โต๊ะทำงานทุกตัว และในทุกบ้านต้องมีคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งาน"

ความหลงใหลในคอมพิวเตอร์และความเชื่อมั่นว่าอุปกรณ์นี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลก ได้นำไปสู่การสร้างอาณาจักรเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สะท้อนผ่านมูลค่าบริษัทที่พุ่งทะลุ 3 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อต้นปี 2024 ที่ผ่านมา

ความเป็นมาของ Microsoft

เรื่องราวของ Microsoft เริ่มต้นจากความหลงใหลในคอมพิวเตอร์ของ 2 หนุ่มวัยรุ่นชาวอเมริกันที่ชื่อว่า Bill Gates และ Paul Allen

Bill Gates และ Paul Allen | Source: CNN

Bill Gates และ Paul Allen ได้พบกันครั้งแรกที่โรงเรียน Lakeside ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนในซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา ทั้งคู่เรียนอยู่ในระดับชั้นเดียวกัน และต่างก็มีความสนใจในด้านคอมพิวเตอร์เหมือนกัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่พิเศษมาก เนื่องจากสมัยนั้นคอมพิวเตอร์ยังเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่และเข้าถึงได้ยาก Bill Gates และ Paul Allen มักจะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนไปกับการเรียนรู้และทดลองเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พวกเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกัน พัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน ด้วยความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้นของทั้งคู่ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทำให้พวกเขามีความรู้และทักษะด้านคอมพิวเตอร์ที่ก้าวหน้าเกินกว่าเด็กวัยรุ่นทั่วไป

Microsoft ถือกำเนิด

อยู่มาวันหนึ่งในเดือนมกราคม ปี 1975 Paul Allen ได้อ่านบทความเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่ชื่อว่า Altair 8800เขาตื่นเต้นกับศักยภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นนี้เป็นอย่างมาก และได้นำเรื่องราวที่เขาได้อ่านมาแชร์ให้กับเพื่อนรักอย่าง Bill Gates

Altair 8800

Altair 8800 | Source: National Museum of American History

หลังจากที่ทั้งคู่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันทั้งสองก็ได้รับรู้ถึงโอกาสยิ่งใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า จึงได้ตัดสินใจร่วมกันที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ Altair 8800 นี้ โดยติดต่อไปยังบริษัท MITS (Micro Instrumentation and Telemetry Systems) เพื่อเสนอตัวในการพัฒนาภาษา BASIC สำหรับเครื่อง Altair 8800 ภายใต้บริษัทซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า Microsoft Corporation ภายในเวลาเพียง 8 สัปดาห์ พวกเขาสามารถพัฒนาภาษาคอมพิวเตอร์ BASIC ได้สำเร็จ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก MITS นำไปสู่การวางจำหน่ายโปรแกรม Altair BASIC ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของ Microsoft ในวงการไอที

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต

จุดเปลี่ยนสำคัญของ Microsoft เกิดขึ้นเมื่อบริษัท IBM ยักษ์ใหญ่ในวงการคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น ได้ติดต่อขอซื้อระบบปฏิบัติการเพื่อนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นใหม่ ความต้องการนี้กระตุ้นให้ Microsoft เร่งพัฒนาระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า MS-DOS ขึ้นมา ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลโดยใช้คำสั่งผ่าน Command Line

MS-Dos Commands Line | Source: Lifewire

MS-DOS เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ Gates และ Allen ที่เชื่อว่าคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการเป็นสมองกลคอยควบคุม พวกเขาจึงซื้อระบบปฏิบัติการ CP/M (Control Program for Microcomputers) และ QDOS (Quick and Dirty Operating System) จากบริษัท Seattle Computer Products มาพัฒนาต่อยอดเป็น MS-DOS ผลปรากฏว่า MS-DOS ประสบความสำเร็จอย่างสูง และกลายเป็นมาตรฐานของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไปในที่สุด เนื่องจากช่วยให้การทำงานของคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจาก MS-DOS ทำให้ Microsoft ก้าวกระโดดไปสู่การพัฒนา Windows จนกลายเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลกในปัจจุบัน โดยครองส่วนแบ่งตลาดไปมากกว่า 70%

ส่วนแบ่งการตลาดระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วโลก | Source : Statcounter

ธุรกิจของ Microsoft ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน Microsoft ไม่ได้มีรายได้หลักมาจากเพียงแค่ Windows เท่านั้น แต่ธุรกิจของ Microsoft นั้นขยายตัวไปอย่างมาก ทำให้โครงสร้างรายได้ของบริษัทมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ

  • ธุรกิจคลาวด์ที่นำโดย Azure ซึ่งได้กลายเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท โดยมีสัดส่วนเกือบ 40% ของรายได้ทั้งหมดเลยทีเดียว

  • นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ Office 365ก็ยังคงเป็นที่นิยมโดยคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 23%

  • ส่วน Windowsที่แม้ว่าสัดส่วนรายได้จะลดลงเหลือเพียง 10% แต่ก็ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของ Microsoft และเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับ Desktop ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก*ข้อมูลจากรายงานประจำปี 2023 ของบริษัท Microsoft รวบรวม ณ วันที่ 6 กันยายน 2024

ผลประกอบการของ Microsoft

สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2024 Microsoft ได้รายงานผลประกอบการออกมาดีเกินคาด โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 16% เป็น 65,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 11% เป็น 24,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 14% อยู่ที่ 30,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 10% สู่ระดับ 3.30 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านแพลตฟอร์มคลาวด์ Azure ของ Microsoft ก็มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึง 34% และอีกความเคลื่อนไหวสำคัญคือการเติบโตของธุรกิจเกม โดยรายได้จาก Xbox และบริการคอนเทนต์เพิ่มขึ้นถึง 61% ซึ่งการเข้าซื้อกิจการ Activision Blizzard มีส่วนช่วยเพิ่มรายได้ถึง 53 จุดเปอร์เซ็นต์ (Percentage point)

ผลประกอบการของ Microsoft

ผลประกอบการของ Microsoft ไตรมาส 1 ปี 2025 (สิ้นสุดวันที่ 30/10/24) Source: Microsoft Investor Relations

สรุป

ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปี Microsoft ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการ Windows อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและการปรับตัวของบริษัทเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จากระบบปฏิบัติการที่ใช้งานผ่านการพิมพ์คำสั่ง ไปสู่ระบบที่รองรับการสัมผัส และมาถึงยุคของปัญญาประดิษฐ์ในที่สุด Microsoft ได้แสดงให้เห็นถึงการพร้อมปรับตัวและเปลี่ยนแปลง โดยก้าวจากการเป็นแค่เพียงผู้ผลิตซอฟต์แวร์ สู่การเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำของโลกผ่าน Azure ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Amazon และ Google การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคงขึ้น แต่ยังตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจสมัยใหม่ที่กำลังย้ายสู่ระบบคลาวด์อีกด้วย ในด้านเทคโนโลยี Microsoft ได้ทุ่มเทการลงทุนในการพัฒนา AI และ Machine Learning อย่างจริงจัง โดยได้นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Azure AI, Microsoft 365 และ Dynamics 365 ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า อีกทั้งยังปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการขายซอฟต์แวร์แบบครั้งเดียว มาเป็นบริการแบบสมัครสมาชิก (Subscription) เช่น Microsoft 365 ซึ่งช่วยให้บริษัทมีรายได้ที่สม่ำเสมอและคาดการณ์ได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็เอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าได้รับการอัปเดตและฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ Microsoft ยังได้กระจายความเสี่ยงทางธุรกิจด้วยการไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่ในวงการซอฟต์แวร์และคลาวด์ แต่ขยายไปสู่ตลาดอื่น ๆ เช่น เกม (Xbox), ฮาร์ดแวร์ (Surface) และโซเชียลมีเดียสำหรับอาชีพ (LinkedIn)

แนะนำกองทุนที่มีการลงทุนใน Microsoft

สำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนใน Microsoft บริษัทเจ้าแห่งซอฟต์แวร์ที่พร้อมปรับตัวกับโลกอนาคต Finnomena Funds ขอแนะนำกองทุน B-INNOTECH สำหรับการลงทุนในหุ้นเทคฯ ทั่วโลก โดยกองทุนนี้มีหุ้น Microsoft อยู่ 6.13% (ข้อมูล ณ วันที่ 29/10/24) B-INNOTECH เป็นกองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกแบบ Active จาก Fidelity Funds ที่เน้นการเสาะหาหุ้นเติบโตสูง ภายใต้ Valuation ที่เหมาะสม และยังสามารถลงทุนในหุ้นวัฏจักร และหุ้นที่มีสถานการณ์พิเศษ เช่น การควบรวม เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้ พร้อมด้วยนโยบายบริหารแบบ Active ที่ผู้จัดการกองทุนมีความตื่นตัว เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับพอร์ตลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ทิ้งผู้ลงทุนไว้กลางทางหรือปล่อยวางให้เป็นไปตามกระแส อ้างอิง: Microsoft, ลงทุนแมน, SET Invest Now, Siamphone, Statcounter, Born to Dev, Timeless History คำเตือน:ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...