โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาจารย์เจษฎ์ ไขข้อข้องใจ ควรตัด-โกนขนหมา ให้ตัวเย็นลงหรือไม่ เผยความเสี่ยง

Khaosod

อัพเดต 19 เม.ย. 2567 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2567 เวลา 06.29 น.

อาจารย์เจษฎ์ ไขข้อข้องใจ ตัดโกนขนหมา ทำให้ตัวเย็นลงหรือไม่ เผยเพิ่มความเสี่ยงผิวไหม้ แนะคนเลี้ยงควรปรึกษาช่างตัดขนสุนัขมืออาชีพหรือสัตวแพทย์

รองศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ หรือ อ.เจษฎ์ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์และอาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นเรื่องการตัดขนสุนัขผ่านเพจชื่อ "อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์"

อาจารย์เจษฎ์ ระบุว่าไม่ควรโกนขน สุนัขสายพันธุ์ที่มีขน 2 ชั้น เป็นเรื่องจริงครับ มีคำถามจากผู้เลี้ยงสุนัขว่า เค้าได้รูปแชร์กันมา เหมือนเป็นภาพถ่ายอุณหภูมิความร้อนของสุนัข ที่เตือนว่า สุนัขที่ตัดโกนขนให้เป็นทรงคล้ายสิงโต (lion cut shave) นั้น ไม่ดีต่อสุนัขเพราะจะทำให้อุณหภูมิที่หลังของมัน (ซึ่งไม่มีขน) สูงถึง 30 องศาเซลเซียส

ขณะที่บริเวณที่ยังมีขนอยู่ คือที่หัวกับอกนั้น อุณหภูมิเพียงแค่ 24 องศาเซลเซียสเท่านั้น แสดงว่าการโกนขนสุนัขไม่ได้ช่วยให้พวกมันตัวเย็นลง เหมือนอย่างที่บางคนเข้าใจผิด (ว่าขนหนา ๆ จะทำให้สุนัขร้อน)

ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำการตรวจสอบแล้ว พบว่าน่าจะเป็นเรื่องจริงครับ โดยเฉพาะในสุนัขกลุ่มที่มีขน 2 ชั้น หรือที่เรียกว่า "double-coated dog breed" โดยที่พวกมันจะมีขนชั้นนอก ที่มีเส้นขนยาวกว่าและนุ่มกว่าขนที่อยู่ชั้นใน

สุนัขสายพันธุ์ที่มีขนแบบ double-coat2 ชั้น ก็เช่น พันธุ์โกลเด้น (Golden Retriever), พันธุ์ปอม (Pomeranian), พันธุ์ลาบราดอร์ (Labrador Retriever), พันธุ์ปั๊ก (Pug), พันธุ์อากิตะ (Akita) , พันธุ์ฮัสกี้ (Huskie) , พันธุ์อาลาสก้า มาลามุท (Alaskan Malamute) ฯลฯ

ขนของสุนัขแต่ละพันธุ์นั้น มักจะมีคุณสมบัติและหน้าที่แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ที่มันถูกเพาะเลี้ยงคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์มาตั้งแต่ต้น ตัวอย่างเช่น สุนัขพันธุ์เทอเรีย (Terrier) มักจะมีขนเรียบ ที่ช่วยให้พวกมันขุดดินจนเป็นหลุมเล็ก ๆ ได้โดยไม่ทำให้ขนของมันไปพันติดกับรากไม้และก้อนหิน

ขณะที่สุนัขสายพันธุ์ที่อยู่ใกล้น้ำและภูเขา เช่น พันธุ์ลาบราดอร์ (Labrador) และพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด (St. Bernard) จะมีขนหนา ที่กันน้ำ หิมะ และน้ำแข็งได้ ให้ไม่เปียก

บางครั้งผู้ที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ที่มีขนแบบ double-coat เห็นว่าสุนัขของตนเกิดการผลัดขน มีขนร่วงเป็นจำนวนมาก เลยอาจจะคิดว่า ถ้าไปช่วยโกนขนให้มัน ก็น่าจะทำให้การผลัดขนเกิดขึ้นได้ดีขึ้น แต่จริง ๆ แล้ว การโกนขนสุนัขที่เป็นพวก double-coat นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

เพราะการโกนขน จะเป็นการตัดเอาขนชั้นนอกทิ้งไป ซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันสุนัขจากแสงแดด การโกนขนจึงกลับการเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่สุนัขจะร้อนจนเกินไป เกิดอาการผิวไหม้แดด หรือแม้กระทั่งนำไปสู่การเป็นมะเร็งผิวหนังได้

ขนชั้นนอก ที่มีเส้นยาวๆ และปกคลุมร่างกายอย่างหลวม ๆ นั้น ยังทำให้ลมเย็น ไหลผ่านผิวหนังและช่วยระบายความร้อน ได้ดีกว่าการที่โกนขนจนเหลือแต่ขนเกรียนๆ สั้นๆ ของทั้ง 2 ชั้น ซึ่งกลับทำให้ระบายความร้อนได้แย่ลง

สุนัขสายพันธุ์ที่มีขนชั้นเดียว (single-coat) นั้น เราสามารถจะโกนขนมันซ้ำ ๆ ได้ เนื่องจากการโกนขนไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลง "เนื้อสัมผัส (texture)" ของขนโดยรวมของพวกมัน ขนของมันก็ยังคงกลับมางอกยาวขึ้นเรื่อยๆ ได้ ขณะที่ขนของสุนัข สายพันธุ์ที่เป็นขนแบบ double-coat จะงอกขึ้นมาถึงแค่ความยาวระดับหนึ่ง และก็จะหยุดงอกต่อ

ส่วนเนื้อสัมผัสของขนของสุนัขพวก double-coat นั้น กลับเปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่โดนโกนขน โดยขนชั้นนอกที่เป็นขนปกคลุมป้องกัน (guard hair) เมื่อเคยถูกโกนแล้ว จะเปลี่ยนเป็นขนที่หยาบขึ้น และทำให้พวกดอกหญ้า/กิ่งไม้เล็กๆ ติดตามขนได้ง่าย

ยิ่งกว่านั้น ถ้าสุนัขมีอายุมากหรือไม่สุขภาพไม่ดี ขนของมันก็อาจจะไม่งอกกลับมาเหมือนเดิมหลังจากโกน การโกนขนยังทำให้สุนัขมีผิวหนังบริเวณเส้นขนพันกัน และมีอาการระคายเคืองผิวได้ง่าย ยิ่งถ้าเอาสุนัขไปอาบน้ำ ก็จะยิ่งมีปัญหาเส้นขนพันกันแน่นขึ้นอีก และทำให้สุนัขไม่สบายตัวมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น ถ้าคิดว่าจะโกนขนสุนัขของคุณ ก็ควรที่จะต้องปรึกษาช่างตัดขนสุนัขมืออาชีพ (หรือสัตวแพทย์) เสียก่อน เพราะช่างมืออาชีพจะมีประสบการณ์มาพอ ที่จะทราบว่าควรจะให้บริการสุนัขของคุณ ด้วยวิธีไหน ถึงจะดีที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาจารย์เจษฎ์ ไขข้อข้องใจ ควรตัด-โกนขนหมา ให้ตัวเย็นลงหรือไม่ เผยความเสี่ยง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...