โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

คุณหมอผู้แสนดีทะลุมิติมาเป็นคนไร้ค่า

นิยาย Dek-D

อัพเดต 10 ก.พ. 2567 เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2567 เวลา 15.04 น. • หวังเยว่ชิง
คนอื่นทะลุมิติมาเป็นพระสนมพระชายา ทำไมเธอถึงทะลุมิติมาเป็นเมียคนสวนกันเล่า ในนิยายเธอเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ทำไมชีวิตถึงกลายเป็นคนไร้ค่า สวรรค์ไม่ต้องเมตตาลูกก็ได้ถ้าจะทำกันแบบนี้!!!

ข้อมูลเบื้องต้น

หลินเฟิง คุณหนูผู้สูงศักดิ์แต่ต้องมาแต่งงานกับเจี้ยนหยี นิสัยเป็นคนเกียจค้านและไม่เอาการเอางาน น้อยใจในโชคชะตาทำไมนางต้องมาแต่งงานกับคนยากไร้เช่นเขา

เจี้ยนหยี สามีของหลินเฟิงจงเกลียดจงชังภรรยาผู้นี้ยิ่งนักวันๆ หลินเฟิงเอาแต่เกลียดค้านไม่ทำงาน ทำไมชีวิตที่ทุกข์ระทมของเขาต้องมาแต่งงานกับหลินเฟิงแทนที่จะเป็นซูหราน จากความเกลียดก็เริ่มถักทอกลายเป็นความรักความผูกพัน ภรรยาเอ่ยปากขอหย่า มีหรือที่เจี้ยนหยีคนนี้จะยอม ในเมื่อหลินเฟิงเป็นภรรยาของเขาแล้ว

****

จางหมิ่น คุณหมอผู้แสนดีทั้งชีวิตอุทิศเพื่อคนไข้ แต่ทำไมชีวิตถึงสั้นขนาดนี้เธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่โชคยังเข้าข้างให้เธอไปเกิดใหม่ในนิยายที่ตัวเองกำลังอ่าน แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นเธออยู่ในร่างของ หลินเฟิง น้องสาวของนางเอกของเรื่องแต่ทำไมคนที่ได้แต่งงานกับพระเอกถึงเป็นหลินฟาง ไม่เห็นเหมือนในนิยายเลยสักนิด

หลินเฟิงยังถูก เจียนหยีซึ่งเป็นสามี รังเกียจยิ่งกว่าอะไรเขาด่านางทุกวันว่าเกียจค้านวันๆ ไม่ทำอะไร เอาละ หลินเฟิงคนนี้จะทำตัวให้มีประโยชน์ให้ดูผู้คนจะได้เลิกตราหน้านางเสียที!!

จากคุณหนูผู้สูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นคนยากไร้หลินเฟิงคนนี้จะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป จะทำให้เจี้ยนหยีรักหัวปักหัวปำเลยคอยดู

------------------

ตัวอย่างบางตอน

"เจ้าจะทำอันใด เจ้าเมามากแล้วอย่าทำเช่นนี้เลย"

"เจ้าจะดื้อกับข้าทำไมกันกับคนอื่นเจ้าไม่เห็นจะเป็นเช่นนี้เลยสักนิด"

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร ข้ากับใครเจ้าพููดมาให้ดี ข้าไหนเลยจะไปทำเช่นนี้กับคนอื่น เจ้ากล้าใส่ความข้าหรือ!'

"เจ้ากับคนผู้นั้นสนิทกันถึงขั้นใกล้ชิดกันเพียงนั้นเลยหรือ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าคือสามี!"

"แล้วเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าคือภรรยาเจ้า!! อื้อออ!!!"

พูดคุยติดตามข่าวสารได้ที่

Facebook https://www.facebook.com/Xingmei.99/

Tikkok www.tiktok.com/@xingmei.x99

นิยายทุกเรื่องในนามปากกาจ้าวซิงเหม่ย แต่งขึ้นตามจินตนาการของตัวเองเท่านั้น อาจะมีคำพูดที่ไม่สุภาพ เพศหรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ชื่อ หรือสถานที่ไม่มีเจตนาที่จะพาดพิงใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น!

#หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ห้ามผู้ใดทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง หรือกระทำการใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน

มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

และตามพระราชบัญญัติ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558

แพทย์หญิงจางหมิ่น

ในหมู่นี้มาในชาวเมืองของเสฉวนมักเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนบ่อยครั้ง แต่ซ้ำร้ายที่เหตุมักเกิดในบริเวณจุดเดียวกันราวกับว่าเป็นตัวตายตัวแทน ซึ่งในระยะหลายๆปีที่ผ่านมาก็เห็นจะมีเพียงปีนี้ที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นติดต่อกันหลายเคส ร่วมๆก็ย่างเข้าเคสที่ 35 ไปแล้วแพทย์เองก็ทำงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนเคยหวั่นใจว่าจะมีเหตุเกิดขึ้นอีกหรือไม่ยิ่งกู้ภัยก็ขยันเก็บเคสมากๆ

ซึ่งในโค้งที่ว่านี้ตั้งอยู่ในที่เป็นทางผ่านออกนอกเมืองแต่กลับมีสถานที่รกร้าง สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าทึบที่มองไม่เห็นทางออก ต้นไม้โค้งงอมาเชื่อมกันบนเหนือถนนราวกับว่าเป็นอุโมงค์ยักษ์ที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่งที่ย่างกลายเข้าไป ไม่มีผู้คนอาศัย ดูอับชื้นและวังเวง

แม้จะเป็นตอนกลางวันต้นไม้เหล่านี้ก็ปิดแสงจากดวงอาทิตย์เหมือนกับว่าเป็นตอนกลางคืนอยู่ตลอดเวลาจึงไม่แปลกที่อุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นที่นี่

ผู้คนที่อาศัยในชนบทละแวกใกล้เคียงเล่าลือและล้วนเห็นพ้องต้องกันว่า ทางเส้นนี้ 'น่ากลัว' ซึ่งจะเป็นหัวข้อหยิบยกขึ้นมาตั้งวงนินทาหากจะมีลูกหลานใครในละแวกต้องเดินทางผ่านอุโมงค์นี้ ผู้คนมักจะมากล่าวคำร่ำลาเหมือนกับว่าเป็นวันสุดท้ายแล้วของคนผู้นั้น

เรื่องนี้ถูกนำมาพิจารณาหลายครั้งต่อหลายครั้งรวมทั้งถูกใส่สีตีไข่จนไม่มีใครแน่ใจแล้วว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรรู้เพียงว่าในนั้นมักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ

ในรัศมีที่ห่างออกไปประมาณ 2กิโลเมตรกำลังมีรถแล่นมาตามถนนด้วยความเร็วเกินกว่าลิมิตที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้กำหนดพร้อมกับเปิดเพลงเสียงดังและมีอาการเมาจากฤทธิ์สุราด้วยเกินครึ่งทำให้สติจากเดิมที่ไม่มีอยู่แล้วพอมาเปิดเพลงก็ไม่มีสมาธิในการจดจ่อท้องถนนเบื้องหน้าเข้าไปใหญ่

ไม่ทันได้เข้าไปในปากอุโมงค์คนขับก็โดนลิงตัดหน้ารถเขาจึงหักหลบอย่างรวดเร็วจนรถตกลงไปข้างทางโชคยังดีที่เขาไม่ได้เข้าไปลึกอีกหน่อยไม่งั้นคงไม่มีโอกาสได้กลับออกมา

เหตุเพราะบริเวณนั้นยังพอจะมีรถคนในพื้นที่สัญจรไปมาบ้างพอแต่ประปรายทำให้เขาถูกคนพบเห็นและช่วยเรียกรถกู้ชีพให้มานำตัวเขาส่งเข้าโรงพยาบาลในตัวเมืองได้

พอมาถึงเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนแม้ว่านี่จะเป็นตอนเที่ยงวันก็ตามที่เหล่าหมอและพยาบาลต่างพากันออกไปรับประทานข้าวเที่ยงกันตามประสา

รวมถึงตัวจางหมิ่นด้วยที่ออกมาอ่านหนังสือผ่อนคลายสมองที่ห้องสมุดส่วนกลางของโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่

“แต่ท่านพ่อข้าไม่อยากเข้าหอเลยเจ้าค่ะ หากเข้าไปข้าคงราวกับตกนรกแน่ๆ เลยเจ้าค่ะท่านพ่อ”

จางหมิ่นกำลังอ่านอย่างสนุกสนานและเอาใจช่วยพระเอกเจี้ยนหยี ด้วยความจนทำให้นางเอกอย่างซูหรานรังเกียจเดียดฉันท์เขา ราวกับว่าเขาเป็นตัวเงินตัวทองแต่น้องสาวสุดประสาทของนางเอกกลับชอบพระเอกสะอย่างนั้น

"อืมในเมื่อหลินเฟิงชอบพระเอกแล้วทำไมเจี้ยนหยีจึงไม่มีเธอในสายตาบ้างหรือเพราะเธอค่อนข้างมีเนื้อหนังกว่าพี่น้องหรือ แต่ถ้าเป็นเพราะนิสัยที่ หลินเฟิงหยาบกระด้างแต่ก็สามารถเปลี่ยนกันได้นิ"

จางหมิ่นเพ้อรำพันวิเคราะห์ในสิ่งที่เธอได้อ่านกับตัวเองเบาๆที่มีเพียงตัวเธอเองที่จะได้ยินในสิ่งที่ตนเองพูดออกมาเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนสมาธิผู้อื่นในการอ่านถึงแม้ในโซนหนังสือนันทนาการจะมีเพียงเธอที่นั่งอยู่ก็ตาม

'ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด---'

บทที่ 1 แพทย์หญิงจางหม่น

โทรศัพท์จางหมิ่นสั่นราวกับเจ้าเข้าทำให้เธอมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีกับเหตุการณ์ที่เธอกำลังจะได้รับรู้และก็ตามคาดเป็นอย่างที่เธอกังวลจริงๆด้วย

"คุณหมอจางหมิ่นมาที่ห้องผ่าตัดด่วนผู้ป่วยอยู่ในอาการโคม่าแล้ว"

เสียงผู้ชายปลายสายพูดขึ้นทันทีที่เธอรับโทรศัพท์และยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบใดๆสายก็ชิงตัดไปเสียก่อน

หลังจากนั้นเธอก็รีบเร่งวิ่งฝ่าอาคารมากมายเพื่อไปที่ตึกที่เธอประจำการอยู่การจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องผ่าตัดซึ่งหน้าประตูมีญาติผู้ป่วยที่นั่งร้องห่มร้องไห้

พอเธอเข้ามาถึงทุกคนก็เตรียมที่จะผ่าตัดเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงรอให้เธอมากำกับควบคุมในการผ่าตัดครั้งนี้ทุกวินาทีมีค่าเพราะมันต้องแข่งกับเวลายมทูตที่จะมาเอาชีวิตชายผู้นี้ไป

การผ่าตัดใช้เวลาร่วมถึงประมาณ12ชม.หากตีเป็นตัวเลขกลมๆก่อนจะส่งตัวผู้ชายรายนั้นไปที่ห้องพักฟื้นก่อนจะออกไปคุยกับญาติผู้บาดเจ็บ

"ขอโทษนะคะไม่ทราบว่าใช่ญาติของคุณโจวเฉินรึเปล่าคะ?"

หญิงสูงวัยที่กำลังร้องไห้จนน้ำตาแห้งขลอดเงยหน้าขึ้นมองจางหมิ่นหญิงสาวพยาบาลแสนสวย ก่อนที่หญิงชราคนนั้นพยักหน้าหงึกหงักพร้อมสะอึกสะอื้น ดวงตาแดงก่ำและปูดโปน

"ยินดีด้วยนะคะตอนนี้คุณโจวเฉินพบขีดอันตรายแล้วหากแต่กระดูกซี่โครงหักหลายท่อนจะตักพักฟื้นที่โรงพยาบาลจนกว่าร่างกายจะฟื้นฟูค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวนะคะ"

เธอพูดด้วยรอยยิ้มปลอบใจและเดินออกมาเพื่อที่จะเตรียมตัวกลับบ้านพระนี่ก็เที่ยงคืนกว่าๆแล้วร่างกายเธอเองก็เริ่มล้าหลายส่วนก็ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและไม่เป็นเวล่ำเวลาของเธอ

เธอรีบเดินไปที่รถด้วยสังขารที่อ่อนล้าจากการจดจ่อสมาธิผ่าตัดติดต่อกันหลายชั่วโมงเธอจึงสตาร์ทรถเก๋งที่เธอมีจากการทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเธอเองล้วนๆ

พอเธอขับรถออกไปไม่นานสมองเธอที่เกินจะฝืนไหวก็ค่อยๆปิดตัวเอง ทำให้อวัยวะเธอเริ่มลวนอย่างเช่นดวงตาที่ค่อยๆปิด มือไม้ที่เสียการควบคุม รวมถึงตัวเธอเองที่ฟุบลงกลางพวงมาลัยรถ

ในขณะนั้นได้มีรถพ่วงสวนทางมาทำให้เกิดเหตุปะทะกันขึ้นอย่างจังผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งสัญจรผ่านไปมาในเวลานั้นต่างออกและหยุดรถดูหากแต่ว่าก็มามุงดูเฉยๆ แต่ที่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดกว่านั้นคือรถพ่วงชนแล้วหนีทิ้งไม้เพียงเสียง 'โครม!' กับสภาพรถที่พลิกคว่ำ

กว่าจะมีคนนึกได้ว่าควรโทรแจ้งรถกู้ภัยให้มากู้ชีพผู้หญิงที่นอนเลือดอาบในรถก็เกือบ 10 นาทีตอนนี้แต่ก็ยื้อเวลาให้ชีวิตดวงน้อยๆ ของจางหมิ่นหมดไปช้าๆ อย่างทรมานจากพิษบาดแผล

พอรถกู้ภัยมาถึงเธอเห็นเพียงเสียงวูบวาบที่แยงเข้าตาเธอพร้อมเสียงคนโหวกเหวกอย่างตื่นกลัว ชุดพยาบาลสีขาวโชกไปด้วยเลือด

ตอนนี้พนักงานกู้ภัยกำลังแงะรถเธอแต่ลมหายใจเธอก็รวยรินลงทุกที่ก่อนจะค่อยๆดับไปภาพในดวงตาคู่สวยก็ค่อยๆ เลือนรางไม่นานนักก็เข้าสู่ความมืด

ภาพในความทรงจำของเธอค่อยๆเล่นถอยหลังในจิตใต้สำนึกของเธอที่ยังไม่ดับไป ต้องแต่เหตุการณ์ที่เธอรีบวิ่งไปดูแลเคสผ่าตัดและไล่ลงไปเรื่อยๆ ในแต่ละช่วงชีวิตของเธอที่กว่าจะสอบผ่านเข้ามหาลัยคณะแพทย์ได้เธอต้องตรากตรำร้องไห้บ้างก็อ่านหนังสือจนน้ำตาไหลแล้วภาพก็ฉายไปเรื่อยๆ จนถึงวัยเด็กของเธอที่ยืนดูเด็กแถวบ้านกินไอศกรีมเสียบไม้แต่เธอก็ไม่ได้กินแม้ไอศกรีมจะมีราคาเพียงแค่หยวนเดียวก็ตาม

เธอเฝ้ามองเด็กคนนั้นที่เริ่มร้องไห้น้อยใจในชีวิตของเธอที่อยากจะลิ้มรสไอศกรีมสักครั้งจนเด็กคนนั้นได้มีเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าเธอจะหาเงินให้ได้มากพอที่เธอจะสามารถกินไอศกรีมได้มากตามที่เธอต้องการ

ภาพเด็กน้อยใฝ่ฝันไอศกรีมค่อยๆดับไปเปลี่ยนมาเป็นภาพตึกเก่าๆ ทรุดโทรมเถาไม้เถาตำลึงเลื้อยทั่วตัวตึกซึ่งเป็นบ้านเช่าแต่ครอบครัวของเธอเพียงแต่อาศัยอยู่หลังตึกในป่ารกๆ เท่านั้นเพราะยากข้นแค้นนักไม่สามารถที่จะเช่าหรือซื้อบ้านพักในตึกนี้ได้แม้แต่อาหารมื้อเดียวเธอก็ยังไม่ได้มีโอกาสพอที่จะกินให้อิ่มท้องเล็กๆ ของเธอ

ทุกเรื่องราวฉายวนไปซ้ำๆ จนดับไปอย่างสมบูรณ์

บทที่ 2 ที่ไหนกัน

ดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนเหมือนลูกกวางทรายค่อยๆ ปรือขึ้นมา สายตาคู่นั้นค่อยๆ กวาดไปในสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ควรซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลหรือในรถของเธอเอง แต่ในใจลึกๆเธอยังภาวนาให้เธอเห็นว่านี่คือห้องนอนของเธอและทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝันฉากนึงเท่านั้น

แต่ที่เธอคาดหวังและคิดไว้ก็ไม่ใช่สักอย่างแต่ภาพที่เธอเห็นคือห้องเก่าๆ ฝุ่นเขลอะหยากไย่เกาะทั่วมุมหลังคาสังกะสีที่เก่าเหมือนร้อยปีที่แล้ว

ดวงตาสีใสเริ่มค่อยๆมองไปทางทิศที่แสงแยงเข้ามาในดวงตาของเธอ พบบานหน้าต่างเก่าๆที่ปิดเข้ามาไม่สนิท'แต่หากก็คงจะพอบังฝนได้แต่หากลมพัดมาแรงๆคงไม่วายหลุดกระเด็น'

จางหมิ่นที่คิดคำนึงภายในใจก็แต่คิดใคร่หัวเราะออกมาพร้อมๆ กับการพยุงตัวขึ้นและอวดครวญจากการเมื่อยตัวเพราะนอนอยู่บนพื้นแข็งๆ ที่มีเพียงฟางปูนอนเท่านั้น

สายตาคู่สวยมองไปยังฝุ่นที่เขลอะฉาบหนาหลายชั้นบนพื้นที่มีฟางวางระนาบยาวไปทั่วห้องก่อนจะลองใช้นิ้วแตะๆ จิ้มๆ จึงพบว่าที่เธอเห็นใต้ฟางหาได้ใช่ฝุ่นไม่แต่มันคือดินแห้งๆ อย่างกับสภาพอากาศร้อนจนดินแตกกร้าน

"ก็ท่านพี่เจี้ยนหยีไม่รู้จะแต่งนางเข้ามาทำไมขี้เกียจตัวเป็นขน!"

เสียงผู้หญิงที่มีวัยประมาณ 12-13 ปีเล็ดผ่านบานประตูไม้ไผ่เข้ามาพอให้ได้ยิน ร่างอรชรของสาวน้อยที่มีจางหมิ่นเข้ามาอยู่ลุกขึ้นและเอาหูไปแนบบานประตูเพื่อแอบฟัง

"ข้างนอกเขาทะเลาะอะไรกันนะทำไมสำเนียงถึงแปลกจัง.."

จางหมิ่นได้แต่คิดใคร่ครวญพลางหูที่แนบชิดประตูเพื่อฟังสิ่งที่คนภายนอกกำลังเถียงกันอยู่ อีกทั้งสำเนียงและวาจาที่เปล่งออกมานั้นแปลกราวกับคนโบราณ

"น้องเล็กเจ้าจะพูดให้ได้อะไรขึ้นมาเล่าคนที่อยากจะแต่งไม่ใช่ท่านพี่เจี้ยนหยี แต่เป็นท่านพ่อที่สั่งให้ท่านพี่แต่ง"

คราวนี้เป็นเสียงเด็กหนุ่มที่ฟังดูโตกว่าเด็กสาวเมื่อครู่สักหน่อยเพราะเสียงที่แตกทุ้มทำให้รู้ว่าเป็นวัยแตกเนื้อหนุ่มแล้ว

"เจี้ยนหยี.. แต่เมื่อกี้คนข้างนอกพูดว่า'เจี้ยนหยี'หรอ?"

จางหมิ่นพูดย้ำกับตัวเองเบาๆพลางคิดว่าตนคงอ่านหนังสือนิยายโบราณเล่มนั้นมากเกินไปจนเก็บมาฝันว่าตนได้เข้ามาอยู่เป็นแน่ มือขาวเรียวค่อยๆไล้มาที่เเขนอีกข้างก่อนจะออกแรงหยิก

"โอ๊ย! เจ็บจัง.. ถ้าเจ็บขนาดนี้คงไม่ใช่ความฝันแล้วละมั้ง"

ถือลูบเเขนที่ถูกตัวเองหยิกป้อยๆ ก่อนจะทันได้สังเกตว่าตัวเธอนั้นผอมเกร็งราวกับขาดสารอาหาร หรือคงกินอาหารที่คุณค่าทางโภชนาการต่ำ

เนื้อตัวขาวซีดจนค่อนไปทางเหลืองเหมือนคนถูกดูดเลือดออกไปจนหมดร่างกาย หรือไม่ก็คงจะเสียเลือดมากแล้วไม่ได้รับการถ่ายโอนเลือดอย่างเหมาะสม

ร่างบางหาที่ยึดเกาะมือเพื่อดึงร่างกายที่แสนจะปวดล้าขึ้นยืนและออกแรงผลักประตูบานไม้ไผ่เก่าๆ ออกไปพบกับสภาพที่ดินแห้งแตก มีโอ่งน้ำเล็กๆตั้งอยู่โดยที่ชิดทางเดินกับหินสีขาวแผ่นใหญ่หยาบๆ วางเรียงเป็นทางเชื่อมกับอีก 2 ที่ ที่ดีเหมือนที่หนึ่งจะเป็นห้องเก็บฟืนส่วนอีกที่จะเป็นบ้านพักของใครสักคน

แต่ถ้าเธอหลุดเข้ามาในนิยายจริงๆ ล่ะ? งั้นซุ้มเก่าๆตรงนั้นก็เป็นที่พักของหานหลงเหยาและหานเจียเจิงพ่อของพระเอกอย่างเจี้ยนหยีน่ะสิ…

"แต่นี่คงไม่ใช่ว่าฉันมาอยู่ในร่างของซูหรานหรอกจริงมั้ย.."

จางหมิ่นรีบเร่งเดินโอ่งไปที่โอ่งน้ำใบนั้นก่อนจะชะโงกตัวลงมองเงาในน้ำมีใบหน้าผู้หญิงโทรมๆ คนหนึ่งมองกลับมา ซึ่งควรจะเป็นใบหน้าของจางหมิ่นแต่กลับไม่ใช่ถ้าดูจากโหงเฮ้งเเล้วคงก็ไม่ใช่ซูหรานเหมือนกันแต่หากจะเป็นหลินเฟิงก็พอจะได้อยู่

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...