โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไขข้อสงสัย จากกระทู้ดัง แว่นท็อปเจริญ อยู่ได้ยังไง ทำไมสาขาเยอะ เห็นตัวเลขแล้วเข้าใจ

สยามนิวส์

อัพเดต 20 มี.ค. 2567 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2567 เวลา 10.26 น. • สยามนิวส์
ไขข้อสงสัย จากกระทู้ดัง แว่นท็อปเจริญ อยู่ได้ยังไง ทำไมสาขาเยอะ เห็นตัวเลขแล้วเข้าใจ

ร้านแว่นตาที่คนไทยคุ้นหูกันดีคือแว่นท็อปเจริญ เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นภาพที่พนักงานอยู่ในร้าน จนบางครั้งก็อาจจะไม่ค่อยเห็นมีลูกค้าอยู่ในร้าน จนหลายๆคนสงสัยว่าเขาขายได้หรือไม่

ล่าสุด เว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้กลับมาเป็นกระทู้ฮอตฮิตอีกครั้ง กับคำถามที่ว่า แว่นท็อปเจริญ ทำไมมีสาขามากมายขนาดนี้ ? ทั้ง ๆ ที่คนก็ไม่ค่อยจะเข้าร้านเท่าไหร่ พร้อมกับที่มีคนเผยให้เห็นถึงต้นทุนโดยคร่าว ๆ ของร้านแว่นท็อปเจริญมาเช่าพื้นที่ขายหน้าหาดดังภูเก็ต ดังนี้

- ค่าเช่าร้าน 3 ชั้น 2 คูหา 130,000 บาทต่อเดือน

- ค่าไฟประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน

- พนักงานสาว 5 คน ช่างแว่น 1 คน ประมาณ 150,000 ต่อเดือน

- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 15,000 บาทต่อเดือน

นั่นหมายความว่า แต่ละเดือนค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท แต่ร้านขายแว่นได้เกิน 300,000 บาท จริงหรือ

ทั้งนี้ เรื่องนี้ได้มีหลายคนเข้ามาให้ความคิดเห็นกับการที่แว่นท็อปเจริญยังอยู่ได้ ในสภาวะที่คนอาจจะไม่เห็นว่ามีลูกค้าเข้าร้าน กล่าวคือ

- แว่นท็อปเจริญควบคุมต้นทุนของตัวเองโดยการผลิตเลนส์และคอนแทคเลนส์เอง จึงสามารถตั้งราคาและทำกำไรได้เอง

- แว่นท็อปเจริญเป็นแบรนด์ดัง คนนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ และมีสาขามาก และปัจจุบันคนก็หันมาใส่แว่นกันมากขึ้นเพราะสายตาสั้น ไม่รวมที่บางคนซื้อแว่นกันแดดใส่อีก

ในขณะเดียวกัน TikTok man_khunman และ ลงทุนแมน ก็เคยพูดถึงวิธีการทำกำไรของแว่นท็อปเจริญ ไว้อย่างน่าสนใจ สรุปได้ดังนี้

- แว่นท็อปเจริญสามารถควบคุมต้นทุนแว่นได้น้อยมาก ถ้าราคาแว่น 100 บาท ต้นทุนแว่นแค่ 24 บาทเท่านั้น เมื่อเวลาที่เราเข้าแว่นท็อปเจริญ เราจึงได้เห็นพนักงานลดราคาแว่นได้อย่างน่าตกใจ บางทีทางร้านก็จัดโปรโมชั่นลด 70% หรือซื้อ 1 แถม 1 บ่อยครั้ง

- สิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ คือ เมื่อหักต้นทุนทั้งสิ่งของและคนแล้ว แว่นท็อปเจริญยังเหลือกำไรมากถึง 4% แทบจะเท่ากับกำไรของเซเว่นอีเลฟเว่น แม้ว่าจะขายต่อวันได้ไม่มากเท่า แต่ งานน้อยกว่า ใช้คนน้อยกว่า ต้นทุนต่ำกว่าเยอะ

- ต้นทุนที่แพงที่สุดของแว่นท็อปเจริญคือค่าดำเนินการ เช่น ค่าเช่าตึก ค่าพนักงาน ที่คิดเป็นอัตราถึง 72% แต่ที่แว่นท็อปเจริญยังสามารถไปต่อได้ เพราะห้างแว่นท็อปเจริญไม่มีการเปิดแฟรนไชส์ ต้นทุนจากทุกสาขาจึงสามารถนำมาหารเฉลี่ยกันและสามารถเอาเงินจากสาขาใหญ่ไปช่วยสาขาเล็กได้

- ร้านแว่นท็อปเจริญเน้นเปิดสาขามาก ต่อให้ขายได้แค่สาขาละ 1 อันต่อ 1 วัน แต่กำไรสุทธิเมื่อมาหารเฉลี่ยกันทุกสาขาแล้วยังเยอะมาก โดยมีการคาดการณ์ถึงกำไรสุทธิถึง 13,712,400 บาทต่อเดือน

- พื้นที่ในจุดที่จะขายของแว่นท็อปเจริญ ต้องอยู่ในแหล่งชุมชน คนเข้าถึงได้ง่าย และใช้วิธีการเช่าตึก ไม่ใช่การซื้อตึก ซึ่งหากสาขาไหนขายไม่ดี ก็เพียงแค่คืนตึกไปเปิดสาขาอื่นที่ใหม่ โมเดลเดียวกันกับเซเว่นอีเลฟเว่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...