โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

5 หุ้นจิ๋วแต่แจ๋ว! กำไรโดดเด่น แถมราคาพ้นจุดต่ำสุด

Wealthy Thai

อัพเดต 15 มิ.ย. 2567 เวลา 16.21 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2567 เวลา 02.04 น.

หุ้นขนาดเล็กเป็นหุ้นอีกกลุ่มที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนอย่างมาก ซึ่งในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็มีหุ้นขนาดเล็กหลายบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และราคาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ วันนี้ Wealthy Thai จึงมีมุมมองการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กจากนักวิเคราะห์มาฝาก มาดูกันว่าหุ้นไหนจะเข้าตา และมีแนวโน้มที่กำไรจะเติบโตดีในปี 2567 บ้าง
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นขนาดเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ประเมินแนวโน้มกำไรปี 2567 จะเติบโตดีจากปีก่อน ในขณะที่ราคาหุ้นผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ได้แก่ AU, ONEE, SECURE, KLINIQ และ HTC
ในส่วนของแนวโน้มการดำเนินงานของ AU นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดแนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 1/67 จะเติบโตสูงจากไตรมาส 1/66 จากฐานที่ต่ำ เพราะการบริโภคและยอดขายสูงกว่าปีก่อน
ขณะเดียวกันคาดมีโอกาสเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะไตรมาส 4/66 ฐานไม่สูง โดยการเติบโตได้รับปัจจัยจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจีน, การขยายสาขาใหม่ และการออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง
โดยฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567-2568 ที่ 225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อน และ 270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน ตามลำดับ ปัจจัยหนุนมาจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เพิ่มขึ้น 7%
รวมถึงการขยายสาขา After you และ Luggaw เร่งขึ้นต่อราว 8 และ 5 สาขา ขณะที่คาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ดีขึ้น ตาม economies of scale ที่รายได้เร่งขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบบางอย่างถูกล็อกไว้แล้ว คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 12.60 บาท
ถัดมา ONEE นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปี 2567 เติบโต 14% จากปีก่อน เป็น 576 ล้านบาท มีปัจจัยสนับสนุน ดังนี้
1.ธุรกิจทีวีและสื่อโฆษณา ในปีนี้บริษัทมีการปรับกลยุทธ์ โดยการยกระดับคอนเทนต์คุณภาพมากขึ้น คาดมีละครฟอร์มใหญ่หลายเรื่อง เช่น แม่หยัว, บางกอกคณิกา, การุณยฆาต, Love Lesson และทิชา ซึ่งมีการดึงดาราแม่เหล็กมาร่วมงาน คาดว่าจะชิงส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นและอัตราค่าโฆษณาดีขึ้น
2.เพิ่มรายได้จากธุรกิจอื่นๆ นอกจากกลุ่มทีวี ได้แก่ อีเว้นท์คอนเสิร์ตและ Artist management โดยดำเนินกลยุทธ์ Export to the world ผลักดันนำคอนเทนต์ส่งออกและเผยแพร่สู่สายตาชาวโลกและขยาย Event Fan meet ในต่างประเทศที่นอกเหนือจากทวีป Asia ไปยังทวีปอเมริกายุโรปและตะวันออกกลาง อีกทั้งมีแผนขยายฐานเจาะกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น 3. ต่อยอดจากธุรกิจหลักเข้าสู่ธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภค (FMCG) โดยจะผลิตสินค้าที่ระลึกแบรนด์ศิลปิน-ดาราแม่เหล็กของบริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เพิ่มช่องทางรายได้ คงคำแนะนำ ซื้อ และมูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 5.50 บาท
SECURE นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตที่ 20% ถือเป็นการเติบโตที่เร่งตัวขึ้น จากที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดรายได้ปี 2566 จะโต 12.6%
โดยให้เหตุผลว่าจะมีการเจาะตลาดกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ คือ กลุ่มสาธารณูปโภค เนื่องจากเป็นตลาดใหม่และมีความต้องการที่สูง ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะใกล้เคียงปีก่อน โดยประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ใกล้เคียงกับที่ผู้บริหารตั้งเป้าไว้ ยกเว้นการเติบโตของรายได้ที่เราทำไว้ที่ 10% เนื่องจากเราขอรอดูผลตอบรับของกลุ่มลูกค้าใหม่ที่บริษัทเตรียมจะเจาะตลาดเพิ่มก่อน ทำให้ภาพรวมคาดว่ากำไรสุทธิปี 2567 จะอยู่ที่ 108 ล้านบาท เติบโต 17.2% จากปีก่อน
ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” มองว่า SECURE เป็นหุ้นที่ยังเติบโตบนความต้องการด้าน Cybersecurity ประกอบกับราคาหุ้นยังไม่สะท้อนภาพการฟื้นตัวของกำไรที่ดีขึ้น ให้ราคาเป้าหมาย 18 บาท
KLINIQ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 365 ล้านบาท โต 26% จากปีก่อน จากรายได้รวมเติบโต 16% จากปีก่อน ตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว, SSSG ปรับตัวเพิ่มขึ้น, การเพิ่มบริการและการขยายสาขา (บริษัทตั้งเป้า 15 สาขา ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์คาดที่ 10 สาขา) รวมถึง SG&A to total sales ปรับตัวลดลง จาก economy of scale
แม้ราคาหุ้นจะ outperform SET 5% ใน 1 เดือนที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน KLINIQ เทรด PER ปี 2567 อยู่ที่ 25.5 เท่า ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มองว่าราคาปัจจุบันยังน่าสนใจ ยังไม่สะท้อนกำไรต่อหุ้นที่เติบโตเฉลี่ย 33% ในปี 2565-2567 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 50 บาท
สุดท้าย HTC นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) คงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการปี 2567 คาดจะทำ New High ได้ต่อ จาก 1. คาดปริมาณขายสูงขึ้นจากการรับรู้กำลังการผลิตใหม่ได้เต็มปี และมีปัจจัยหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงขึ้น ประกอบกับการบริโภคในประเทศที่สูงขึ้นตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐและอากาศที่ร้อนกว่าปกติจากการได้รับผลกระทบของเอลนีโญ
และ 2. บริษัทจะรับรู้ราคา PET Resin ที่ปรับลงต่อและมี U-rate ที่สูงขึ้นตามยอดขาย หนุน GPM คาดสูงขึ้นเป็น 42.7% และมี Upside จากการออกสินค้าใหม่ที่นอกเหนือจากกลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลม คาดจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นในช่วงเดือนมี.ค. 67
ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ยังปรับประมาณการกำไรปี 2567 ขึ้น 2.4% เป็น 696 ล้านบาท โต 11.2% ทำ New High ต่อ แม้มีฐานสูงในปี 2566 จากการปรับสมมติฐานรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นขึ้น
นอกจากนี้ ครึ่งหลังปี 2567 บริษัทมีแผนเพิ่มเครื่องจักรผลิตขวดแก้วด้วยเงินลงทุน 800 ล้านบาท คาดจะเริ่มเห็นความชัดเจนในเดือนมี.ค. นี้ ทั้งนี้ มองราคาหุ้นยังอยู่โซนต่ำและยังไม่สะท้อนแนวโน้มผลประกอบการ แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมสิ้นปี 2567 ขึ้นเป็น 19.60 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...