โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทย์เผย ความเผ็ดของพริก มีไว้ป้องกันตัวเอง แต่มนุษย์ดันชอบซะงั้น!?

CatDumb

อัพเดต 30 ม.ค. 2567 เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2567 เวลา 05.04 น. • CatDumb - แคทดั๊มบ์ | เล่าเรื่องน่าสนใจ ในแบบที่แมวก็เข้าใจง่ายๆ

ว่ากันด้วยเรื่องอาหาร “เผ็ด” เนี่ยถือเป็นของโปรดของใครหลาย ๆ คนเลย

แต่เพื่อน ๆ ทราบกันไหมครับว่าจริง ๆ แล้ว “ความเผ็ด” เนี่ย ตามธรรมชาติแล้วมันคือระบบการป้องกันตัวของพริกนะ กลายเป็นว่าคนดันชอบมันซะอย่างนั้น!?

ข้อมูลนี้มาจากนิตยสารออนไลน์ The Oxford Scientist ที่จัดทำขึ้นโดยมหาวิทยาลัย Oxford University มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ

ซึ่งบทความนี้เขียนเอาไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว มีชื่อหัวข้อว่า “วิทยาศาสตร์ของพริก”

ในบทความพูดถึงความเผ็ดของพริกว่า “เป็นกลไกการป้องกันตัว” ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อยับยั้งเชื้อรา และจุลินทรีย์ ที่เป็นผลมาจากแมลง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

หากไม่มีกลไกการป้องกันนี้เชื้อราจะทำลายเมล็ดพันธุ์ของพริก ก่อนที่มันจะถูกนกกิน และแพร่พันธุ์ออกไป

และสาเหตุที่ว่าทำไมนักวิทยาศาสตร์ถึงได้สรุปว่านี่คือข้อเท็จจริงล่ะ!?

นั่นเป็นเพราะว่าสิ่งที่เรียกว่า TRPV1 ที่เป็นเสมือนกับตัวรับรู้ความเผ็ดร้อน ซึ่งมันจะมีผลการตอบสนองต่อสาร Capsaicin ที่พบได้ในพริกชนิดต่าง ๆ

เจ้าตัว TRPV1 นี้จะมีอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่นกไม่มี เลยทำให้นกสามารถกินพริกได้โดยที่ไม่รู้สึกเผ็ดร้อนแต่อย่างใด

นักวิทย์เค้าก็เลยเชื่อว่า การที่ยอมให้นกกินได้ แต่ไม่ยอมให้แมลงและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกิน เป็นเหมือนกลไกการเอาตัวรอด และการขยายพันธุ์ ที่ใช้เวลาหลายล้านปีในการวิวัฒนาการ

แต่ไป ๆ มามา มนุษย์ดันชอบรสเผ็ดซะงั้น!?

เข้าไปอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ : https://oxsci.org/the-science-of-a-chilli/

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...