โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 พ.ค. 2567 เวลา 14.30 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2567 เวลา 14.30 น. • น้องเหม่ยเหมย
เมื่อสายลับทะลุมิติมาเกิดในร่าง คุณหนูจวนขุนนางที่….บิดาทิ้ง แม่เลี้ยงรังแก แย่สุดดันท้องไม่มีพ่อ! ตายแล้ว ข้าไม่มีทางยอมโดนรังแกคนเดียวแน่! ระวังตัวไว้เถอะ ข้าจะเอาคืนกลับเป็นร้อยเป็นพันเท่าเลย!!!

ข้อมูลเบื้องต้น

เมื่อสายลับทะลุมิติมาเกิดในร่าง คุณหนูจวนขุนนางที่….

มารดาผู้ให้กำเนิดตาย บิดาหมางเมิน แม่เลี้ยงรังแก

ผู้คนด่าว่าเป็นนางแม่มดเพราะเลือกเรียนวิชาพิษ

และสุดท้ายดันท้องไม่มีพ่อ!

จนถูกตระกูลขับไล่ออกมาอยู่จวนบ้านนอก!

หมดกัน ชาติก่อนเป็นสายลับไร้ครอบครัว

มาชาตินี้ดั๊นข้ามขั้นมามีลูกเลยหรือนี่!!!

เรื่องนี้อยู่ใน ซีรีย์ สายลับทะลุมิติ

เป็นโปรเจคที่สองนักเขียนจีนโบราณ มายุมายูและน้องเหม่ยเหมย แต่งร่วมกัน

ออกเป็นหนึ่งเล่มจบค่า ใครชอบแนวนี้ไปตามอ่านได้เลยค่า

(ไม่ได้ต่อกันอ่านเรื่องไหนก่อนก็ได้งับ หรืออ่านสองเรื่องควบคู่กันเลยก็ได้5555)

❤️ ฝากพวกเราสองคนด้วยนะคะ ❤️

อีบุ๊คในซีรีย์ สายลับทะลุมิติ

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง โดย มายุมายู จิ้มไปอ่านที่นี่

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นอนุตัวร้าย โดย น้องเหม่ยเหมย จิ้มไปอีบุ๊คที่นี่

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นแม่ลูกสองหรือสามกันนะ จิ้มไปอีบุ๊คที่นี่ ??”?กำลังจัดโปรลดแรง??”?

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า จิ้มไปอ่านที่นี่ ??”?กำลังจัดโปรลดแรง??”?

บทนำ

บทนำ

ฟิ้ว! ตุ้บ! พลั่ก! เผละ!

ทั้งไข่เน่า หัวผักกาดขาว สิ่งของสกปรกทั้งหลายต่างลอยพุ่งเข้าไปกระทบร่างบอบบางของหนึ่งสตรีที่กำลังจูงมือเด็กน้อยผู้เป็นลูกชายในสายเลือดของตนเองเดินออกมาจากประตูจวนตระกูลเกาอันแสนโอ่อ่า

“นางนี่แหละเป็นคนวางยาพิษคิดร้ายต่อบุตรชายของท่านเกาเซินรุ่ย พวกเรา….จัดการนางให้หนักเลย”

“คุณชายเกาซีหมิงเป็นคนดี ไยนางแม่มดผู้นี้จึงจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตรังแกคนดีได้ลงคอ”

“นางแม่มดชั่วร้าย”

“สตรีจิตใจดำมืด”

“พวกเรา จัดการนางให้หนัก ตอบแทนนายท่านผู้มีพระคุณของพวกเรา”

“ฆ่านางให้ตายเลยยิ่งดี”

เสียงตะโกนด่าทอสาดดังออกมาจากทุกสารทิศทำเอาสองแม่ลูกผู้น่าสงสารพร้อมใจกันก้าวถอยหลังหนี หากแต่ข้างหลังโดนชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งดักล้อมป้อนเอาไว้หมดสิ้นหนทางรอดแล้ว

ด้วยความรักสุดหัวใจของสตรีผู้เป็นมารดา เมื่อมิสามารถหนีฝ่าวงล้อมออกไปได้เพราะชาวบ้านล้อมปิดพวกนางทุกหนทาง นางจึงคว้าบุตรชายตัวน้อยของตนเองเข้ามากอดฝังไว้ในอ้อมอก หันแผ่นหลังป้องกันอันตรายลูกน้อยของตนเองอย่างสุดความสามารถ

“ฮึก ท่านแม่ ข้า…ฮึก กลัว”

ตุ้บ! พลั่ก! เผละ!

ไม่รอผู้ถูกกระทำทั้งสองได้ทันตั้งตัว บริเวณหน้าประตูใหญ่ของจวนเนืองแน่นไปด้วยเหล่าชาวบ้านหลายสิบคนที่พวกเขาต่างแห่กันเข้ามาเรื่อยๆ

บรรดาไข่ไก่ ผักเน่า สิ่งเหม็นเน่าปฏิกูลทั้งหลายถูกโยนเข้ามาอย่างแม่นยำ

“พวกท่านทุกคน….อุ้บ”

สตรีผู้ที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่าแม่มดร้ายกาจยังพูดไม่ทันจบ ไข่ไก่ฟองหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในปากนาง รสคาวคละคลุ้งทั่วปาก ของเหลวไหลยืดเลอะไปทั่วทั้งใบหน้าและทั้งตัว สภาพน่าเวทนายิ่งกว่าขอทานข้างถนนในเมืองเสียอีก

อีกทั้งอึสุนัขแห้งอีกหลายก้อนพุ่งเข้าใส่หน้าเต็มๆ หญิงสาวจึงทำได้มากสุดเพียงร่ำไห้หันกลับไปกอดลูกน้อยเพื่อปกป้องสุดฤทธิ์

ตอนแรกสิ่งที่ใช้โยนยังมิอันตรายเท่าไหร่ ทว่าพอเวลาผ่านไปนานเข้าหน่อยทั้งของแข็ง ก้อนหินเล็กใหญ่ต่างก็ถูกโยนเข้าไปประทบร่างบอบบางนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า

ตามศีรษะ ตามอาภรณ์ชุดเก่าที่ถูกนำมาปะซ่อมแซมครั้งแล้วครั้งเล่าเต็มไปด้วยโลหิตไหลรินออกมาจากบาดแผล ทว่าสองแขนเรียวยังคงกอดลูกน้อยในอกแน่นมิยอมปล่อย

ซู่~ ซู่~

“เฮ้ย พวกเราแยกย้ายกันเถอะฝนตกแล้ว”

“ไป ไป แยกย้ายเร็วฝนตกแรงแล้ว”

“ฝนมาตกอันใดยามนี้เนี่ย ข้ายังมิได้ปาหินก้อนนี้ไปเลย”

“เจ้าปาไปที่นางก่อนกลับเถอะ เอาให้แม่นนะ”

“ได้”

พลั่ก!

ราวกับหินก้อนนั้นเป็นอาวุธร้ายฆ่าคนตาย ยามหินก้อนนั้นกระทบศีรษะของสตรีบอบบาง ราวกับเป็นการตอกย้ำไปบนรอยแผลเดิมๆ ส่งผลให้นางที่เสียเลือดมากจนเกินขีดจำกัดของร่างกายผนวกกับร่างกายขาดสารอาหาร ผอมแห้งไร้เรี่ยวแรงทำให้นางมิอาจอดทนได้อีกต่อไป

ร่างบางล้มลงตามแรงโน้มถ่วงกระทบพื้นเช่นเดียวกับเม็ดฝนที่กำลังร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า

ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำตาไหลรินออกมาเคียงคู่ไปกับเม็ดฝน

“ท่านแม่! ท่านแม่!”

เด็กชายตัวน้อยลุกขึ้นจากอ้อมกอดของมารดาผู้เสียสละปกป้องเขาจนกระทั่งแรงเฮือกสุดท้ายของชีวิต

ชาตินี้นางทำสิ่งใดผิดหรือ ไยสวรรค์จึงรังแกกลั่นแกล้งกับถึงเพียงนี้

โดนตระกูลทอดทิ้งไม่พอใจพวกท่านหรือ

มารดาสิ้นใจไร้ที่พึง

คลอดบุตรชายทว่ามิทราบแม้กระทั่งตัวตนบิดา

ถูกไล่มายังบ้านนอกของมารดาเลี้ยง

ไร้เบี้ยหวัดรายเดือน

มีชีวิตอยู่พอเลี้ยงปากท้องบุตรของตนไปวันๆ

….เท่านี้สวรรค์ยังมิเห็นใจนางอีกหรือ

ไยสิ่งที่ตนเองมิได้กระทำจึงต้องมารับกรรมของผู้อื่นเช่นนี้ด้วย

ชาตินี้นางมิขออยู่มีชีวิตมิต่างกับหมาจรจัดตัวหนึ่งเช่นนี้อีกต่อไป…..กังวลก็แต่

บุตรชายตัวน้อยผู้น่าสงสารของนางผู้นี้….

แม่ขอโทษนะ อี๋เอ๋อ แม่ผู้นี้ช่างอ่อนแอไร้พละกำลังปกป้องเจ้าอีกต่อไปเสียแล้ว

หากสวรรค์มีจิตใจจริง ได้โปรดเห็นใจช่วยส่งใครมาปกป้องลูกน้อยของนางผู้นี้ทีเถิด….

เปลือกตาปิดลงพร้อมกับวิญญาณลอยหลุดออกจากร่างหายไป ในขณะเดียวกันนั้นมีแสงสว่างเรืองรองจากดวงวิญญาณอีกดวงลอยมาจากที่อันห่างไกล

วิญญาณดวงนั้นลอยเข้ามาในร่างดังกล่าวทำให้นางฟื้นคืนชีวิตจากความตายให้มีลมหายใจใหม่อีกครั้งหนึ่ง

เปลือกตาแสนหนักอึ้งลืมขึ้น

ความทรงจำแปลกประหลาดมากมายไหลพรูเข้ามาในสมอง สร้างความสับสนมึนงงให้กับเจ้าของร่างคนใหม่ยิ่งนัก

“นี่เราตายแล้วมาเกิดในยุคโบราณหรือนี่”

ขออัพเรื่องใหม่ในวันที่ 1 มกราคมปี 2567 นะคะ ฝากติดตามด้วยน้า

นาฬิกาอัจฉริยะ

บทที่หนึ่ง

นาฬิกาอัจฉริยะ

“นี่เราตายแล้วมาเกิดในยุคโบราณหรือนี่”

เซี่ยจินเย่เป็นสตรียุคปีสองพัน นางทำงานเป็นสายลับฝึกหัดอยู่ที่องค์กรลับระดับประเทศของจีน ก่อนที่นางจะฟื้นตื่นขึ้นมาอยู่ในร่างของสตรีใดก็ไม่รู้ ความทรงจำสุดท้ายคือนางกำลังแฝงตัวอยู่ในห้องวิจัยสมุนไพรจีนของประเทศแถบยุโรป

ตอนนั้นนางสามารถเข้าไปในห้องเก็บผลการวิจัยลับของที่นั่นทว่าโชคร้าย….ยังไม่ทันได้รู้ความลับของงานวิจัยพวกเขา นางดันตกหลุมพรางโดนควันพิษชนิดหนึ่งรมจนเสีบชีวิตลง

ไม่คิดเลยว่า นอกจากนางไม่ได้ไปยมโลกแล้ว นางยังได้รับโอกาสมาเกิดใหม่อีกหนในยุคโบราณเช่นนี้

อ้อ นางรู้ได้อย่างไรน่ะหรือ เซี่ยจินเย่วิเคราะห์จากความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างที่มันกำลังไหลพรูเข้ามาในหัวนางจนแทบระเบิดอยู่รอมร่อเวลานี้

ร่างเดิมนามเดียวกันกับนางคือเซี่ยจินเย่

เกิดในตระกูลขุนนางชนชั้นมิสูงมิต่ำอย่างขั้นห้าเป็นบุตรีของฮูหยินเอก….ดูเหมือนจะชาติตระกูลให้กำเนิดมิเลว ทว่ามารดาเจ้าของร่างตายเพราะเป็นโรคประหลาด หมอเทวดายังมิสามารถรักษาได้ ทำให้นางเป็นสตรีอายุสั้นตายไปตั้งแต่บุตรีคนเดียวของตนอายุได้เพียงเจ็ดหนาวเท่านั้น!

ในปีถัดมาสามีซึ่งเป็นประมุขตระกูลเซี่ยก็ประกาศเลื่อนขั้นอนุภรรยาคนที่หนึ่งให้ขึ้นมาเป็นนายหญิงคนใหม่ เป็นแม่เลี้ยงของคุณหนูใหญ่อย่างเจ้าของร่าง

นับจากวันนั้นชีวิตของเจ้าของร่างเดิมก็มิเคยพบเจอวันคืนโชคดีอีกเลย

ทั้งบิดาละเลย

โดนกลั่นแกล้งโดยพี่น้องร่วมบิดาคนอื่น

เบี้ยหวัด เสื้อผ้าและอาหาร รวมทั้งเรือนอาศัยมิต่างอันใดจากบ่าวสาวใช้คนหนึ่ง

และเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตสตรีน้อยผู้นี้คือ….

ในคืนวันหนึ่งเจ้าของร่างเดิมโดนวางกำหนัดทำให้บังเอิญไปร่วมรักกับบุรุษปริศนา

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดไม่หมดเพียงเท่านั้น….หนึ่งเดือนต่อมาร่างเดิมมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แม่เลี้ยงผู้หวังดีจึงไปตามท่านหมอมาตรวจชีพจร ผลปรากฏว่าตั้งครรภ์ทั้งที่ยังมิได้แต่งงาน!

เหตุการณ์นี้นับเป็นความขายหน้า สร้างความเสื่อมเสียครั้งใหญ่ของวงศ์ตระกูลแม้มิได้ใหญ่โตแห่งนี้ทีเดียวเชียว

บิดาของเจ้าของนางไม่ปรานี รอให้บุตรีของตนคลอดลูกออกมาก่อน กลับเชื่อคำแนะนำของภรรยาคนใหม่ส่งบุตรีผู้ท้องไม่มีพ่อมายังหมู่บ้านห่างไกลเมืองหลวงอันเป็นบ้านเก่าของแม่เลี้ยงผู้นั้น มาอยู่กับญาติของนางเองที่ทำให้ชีวิตที่นี่ของร่างนี้ทรมานยิ่ง อยู่มิสู้กับตายจากโลกนี้ไปเช่นนี้นั่นเอง

ความทรงจำและความรู้สึกทุกอย่างของเจ้าของร่างนี้อัดแน่นทุกอณูในอกเซี่ยจินเย่จนนางแทบหายใจมิออก

“ฮึก ท่านแม่ อะ อี้เอ๋อร์กลัว ฮึก ท่านแม่….หลับนานไปแล้ว”

เสียงเด็กน้อยร่ำไห้แทบขาดใจเรียกความสนใจจากเซี่ยจินเย่ได้เป็นอย่างดี

ภาพเด็กน้อยผิวขาวผุดผ่องแม้เนื้อตัวมอมแมมเปรียบดั่งก้อนแป้งที่ตกพื้น ดวงตาไร้เดียงสากำลังเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาทำให้เซี่ยจินเย่รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก แม้เด็กน้อยผู้นี้มิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของนางทว่าเป็นเจ้าของร่างนี้

เซี่ยเจ๋ออี้ เด็กน้อยอายุได้สี่เกือบห้าหนาว

“หยุดร้องไห้เถอะเด็กน้อย….ไม่สิ อี้เอ๋อร์ เป็นเด็กชายผู้ชายอย่าหลั่งน้ำตาง่ายดายสิ”

“ท่านแม่! ท่านแม่ตื่นนอนเสียที ฮึก”

เจ้าก้อนแป้งโผลงมากอดมารดาตนเองที่นอนหงายอยู่บนพื้นแน่นจนทำให้เซี่ยจินเย่อดมิได้ที่จะต้องร้องโอดโอยออกมาและเริ่มได้สติรับรู้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวทั่วร่างกายตนเองยามนี้

“โอ๊ย!”

“ท่านแม่เจ็บมากหรือไม่ อี้เอ๋อร์ อี้เอ๋อร์กลัวท่านหลับไปอีก พวกเรากลับบ้านไปนอนบนเตียง บนเตียงย่อม ฮึก ดีกว่าที่นี่”

“แม่มิเจ็บเลยสักนิด”

เซี่ยจินเย่โกหก ตรงกันข้ามนางเจ็บจนแทบสลบไปอีกรอบด้วยซ้ำ ทว่านางไม่มีทางบอกแบบนั้นเพื่อทำให้เจ้ากก้อนแป้งของนางผู้นี้ใจเสียเป็นแน่ นางฝืนยิ้ม ฝืนลูบหลังเจ้าก้อนแป้งเบาๆ

“ไหนอี้เอ๋อร์คนเก่ง ช่วยพยุงแม่ของเจ้าหน่อยซิ! หากกลับถึงบ้านก่อนฝนหยุดตกได้ถือว่าอี้เอ๋อร์ของแม่เก่งมาก!”

“อี้เอ๋อร์เก่ง อี้เอ๋อร์ทำได้ขอรับ”

หลังจากนั้นเด็กน้อยก็ช่วยพยุงมารดาที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลสดใหม่ โลหิตพากันหลั่งไหลเป็นทาง เสื้อผ้าที่สวมอยู่ก็ขาดหลุดลุ่ย เดินกลับบ้านของพวกตนท่ามกลางเม็ดฝนตกร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้ามิมีทีท่าเลยว่าจะหยุดในเร็วๆนี้

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอาจดูรวดเร็วสำหรับบางคนทว่าสำหรับคนร่างกายมีอาการบาดเจ็บสาหัส สิ้นชีวีไปแล้วหนหนึ่งเนื่องจากเสียเลือดมากเกินไปกลับคิดว่าเวลาผ่านไปเชื่องช้ายิ่งนัก

เซี่ยจินเย่เกือบตายเป็นหนที่สองอยู่แล้ว มิใช่เพราะไร้ความสามารถในการรักษาแผลของตนเองอย่างแน่นอนเพราะชาติที่แล้วก่อนเรียนจบมหาลัยนางเรียนจบเกียรตินิยมคณะแพทย์แผนจีนในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งจึงทำให้โดนองค์กรสายลับระดับประเทศมาทาบทามให้ไปทำงานด้วย

ทว่าสิ่งที่ทำให้นางเกือบตายคือร่างนี้และลูกน้อยไร้เงินทอง มีติดตัวเพียงไม่กี่อีแปะ นับแล้วไม่ถึงหนึ่งตำลึงเงินเลยด้วยซ้ำจึงไม่มีเงินแม้กระทั่งออกไปซื้อยามารักษาบาดแผลของตนเอง

หากแต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีแฝงอยู่ในช่วงที่เซี่ยจินเย่สลบไร้สติเพราะพิษไข้วันนั้นทำให้นางค้นพบบางสิ่งบางอย่างที่ติดตัวนางมาจากชาติที่แล้วของตนเอง

ในความฝันขณะหลับลึก ที่ข้อมือของนางมีนาฬิกาอัจฉริยะหนึ่งเรือนอันเป็นอุปกรณ์ที่ติดตัวเซี่ยจินเย่ตลอดเวลาในชาติก่อน

ความสามารถของนาฬิกาเรือนนี้คือมันเปรียบเสมือนห้องสมุดสมุนไพรเคลื่อนที่ เพียงหลับตานั่งสมาธินางก็สามารถค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรในห้องสมุดได้ และอีกทั้งยังเป็นอาวุธคู่กายของนาง ผนวกกับมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีหนึ่งที่ทำให้มันถูกเรียกว่าอัจฉริยะคือมันสามารถแสกนร่างกายมนุษย์เพื่อตรวจวิเคราะห์โรคได้!

ยิ่งคลังข้อมูลของนาฬิกาเรือนนี้กว้างใหญ่ไพศาลมากเท่าไหร่ โรคที่สามารถวิเคราะห์ได้ยิ่งมากตามไปด้วย

และแน่นอนว่าคลังข้อมูลของนาฬิกาเรือนนี้คือคลังข้อมูลล่วงหน้าจากยุตโบราณเช่นนี้ไปหลายพันปีเชียว

พอเซี่ยจินเย่ฟื้นคืนสติขึ้นมาสิ่งแรกที่นางทำคือตรวจสอบดูที่บริเวณข้อมือของตนเอง….

นาฬิกาอัจฉริยะทะลุมิติเวลามากับนางด้วย!

เซี่ยจินเย่ไม่เคยรู้สึกอุ่นใจครั้งไหนได้มากเท่าครั้งนี้เมื่อมีอาวุธคู่ใจนางอยู่ข้างกาย

นางฝืนร่างกายวาดรูปสมุนไพรที่ใช้รักษาบาดแผลบนร่างกายตนเองชนิดที่สามารถค้นหาได้ไม่ยากตามเนินเขาในป่าไม่ลึกและส่งภาพนั้นให้สาวใช้หนึ่งเดียวในเรือนออกไปตามหาสมุนไพรชนิดนี้มาให้นางรักษาตนเอง

ใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์อาการป่วยทั้งหมดจึงหายเป็นปิดทิ้งเหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นเท่านั้น

เวลานี้เซี่ยจินเย่นั่งซดดื่มข้าวต้มเหลวลงคอจนหมดชามก่อนวางลงบนโต๊ะ โดยพื้นไม้ข้างเตียงมีบ่าวสาวประจำกายผู้ภักดีหนึ่งคนคอยปรนนิบัติดูแลนางนั่งอยู่

เฟยซา

อดีตสาวใช้ข้างกายแม่ของร่างนี้ที่เหลือรอดคนเดียวจากผู้ติดตามทั้งหมดเป็นเพราะถูกส่งมาให้เจ้าของร่างนี้ตั้งแต่เด็ก

“เฟยซา สิ่งที่ข้าไหว้วานให้ไปทำได้เรื่องมาว่าอย่างไรบ้าง”

เมื่อวานนี้เป็นวันที่นางเริ่มกินอาหารมากขึ้น และมีแรงในการคิดวางแผนหนทางต่อไปในอนาคตของตนเองหลังจากต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างของคุณหนูไร้ค่ายิ่งกว่าลูกหมาตัวหนึ่งผู้นี้

ตอนนี้นางมีถึงสองคนที่ต้องเลี้ยงดูคือเด็กชายตัวน้อยผู้เป็นดั่งแสงสว่างนำทางมารดาอย่างนางกับบ่าวผู้ภักดีผู้ไม่เคยทิ้งร่างนี้แม้ว่าต้องลำบากลำบนเพียงใด

เซี่ยจินเย่สั่งให้เฟยซาไปสืบข่าวความเป็นไปเกี่ยวสาเหตุที่ร่างนี้โดนรุมประนามเมื่อสัปดาห์จนเกือบเอาชีวิตมิรอด

“มีคนปล่อยข่าวลือว่าคุณหนูของบ่าวคือคนร้ายวางยาพิษคุณชายเกาซีหมิงเจ้าค่ะ ยามนี้คุณชายใหญ่ของตระกูลพ่อค้าผู้ร่ำรวยและขึ้นชื่อว่าจิตใจสูงส่งมีน้ำใจที่ดีต่อชาวบ้านผู้ยากไร้นานาในแคว้นเราล้มป่วยหนักเพราะได้รับยาพิษเข้าร่างกาย หมอฝีมือดีจากทุกสารทิศเดินทางมารักษาก็ยังมิมีผู้ใดรักษาได้

พอพวกชาวรู้เช่นนั้นจึงพากันมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนตระกูลเกาเจ้าค่ะ”

“ข่าวลือว่าข้าเป็นคนวางยาพิษ มีหลักฐานชี้ตัวข้ารึ ไยจึงไม่มีเจ้าหน้าที่ทางการมาจับข้าเล่า”

“เป็นข่าวลือที่ยังไม่มีหลักฐานเจ้าค่ะคุณหนู ทว่าพวกชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อเพราะ….เอ่อ…คะ….”

ไรท์ คิดว่าเรื่องนี้ตั้งเวลาลงแล้ว เพิ่งมาเปิดดูว่ายังไม่ได้ตั้ง ต้องขออภัย ดีที่มีนักอ่านเตือน ><

เป็นข่าวลือที่ยังไม่มีหลักฐาน

“เป็นข่าวลือที่ยังไม่มีหลักฐานเจ้าค่ะคุณหนู ทว่าพวกชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อเพราะ….เอ่อ…คะ….”

ท่าทีอึกอักของเฟยซาแสดงถึงความลำบากใจในการรายงานต่ออย่างยิ่ง เซี่ยจินเย่หลี่ตาลองยามมองอีกฝ่าย ก่อนปัดมืออย่างมิถือความอันใดมากให้นางสบายใจในการพูด

“เพราะก่อนหน้าไม่นานมานี้คุณหนูโดนเปิดเผยความลับเรื่องที่คุณหนูชื่นชอบศึกษาวิชาปรุงพิษนานาชนิดเจ้าค่ะ พวกชาวบ้านส่วนใหญ่จึงเชื่ออย่างง่ายดาย”

“….”

อ้อ ในอดีตดาลเช่นนี้ไม่ว่าจะเป็นสตรีหรือบุรุษหากใครเลือกร่ำเรียนสายพิษมักโดนตราหน้าว่าเป็นพวกชั่วร้าย เพราะแทนที่จะเรียนวิชาการแพทย์เพื่อรักษาคนกลับเลือกเรียนวิชาที่ทำร้ายคนมากกว่า

ในความทรงจำของคุณหนูร่างนี้นางไร้สหายขาดมิตรตั้งแต่เด็กเพราะสิ่งที่นางเลือกศึกษาคือตำราพิษนั่นเอง

ทว่าคุณหนูผู้นี้มีเหตุผลในการก้มหน้าก้มตายอมถูกเกลียดคือ….นางคิดว่ามารดาตนเองตายลงมิใช่เพราะอาการป่วยไข้ธรรมดา หากแต่เป็นถูกยาพิษร้ายปลิดชีวิตต่างหาก

บอกใครก็ไม่มีคนเชื่อ ด้วยนิสัยอ่อนแอไม่สู้คนที่สืบทอดมาจากมารดาตนเองทำให้ร่างนี้ฮึบเลือกหาหลักฐานมายืนยันกับทุกคนด้วยตนเอง แต่มิรู้ร่างนี้สืบอีท่าใดไปสะกิดโดนต้นตอตัวใหญ่หรืออย่างไรจึงมีแต่เรื่องร้ายประเดประดังเข้ามาหานางจนท้ายที่สุดต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่เมืองห่างไกลจากเมืองหลวงแห่งนี้โดยที่ยังไม่ทันสืบหาความจริงอย่างที่ใจตั้งปณิธานได้

แต่มิเป็นไรนะคุณหนูเซี่ยคนเก่า ต่อจากนี้นางที่ชื่อเหมือนกันในชาติก่อนผู้นี้จะสานต่อปณิธานในการสืบหาความจริง รวมทั้งดูแลลูกน้อยที่แสนน่ารักเป็นอย่างดีเอง

เพื่อเป็นการตอบแทนที่มอบร่างนี้ให้นางมีชีวิตอยู่ต่อ

“ช่างบังเอิญเหมาะเจาะขนาดนี้เลย”

“คุณหนูมิต้องหวาดกลัวนะเจ้าคะ บ่าวจะหาทางชี้แจงกับพวกชาวบ้านในตลาดให้คุณหนูอย่างสุดความสามารถเจ้าค่ะ คุณหนูของบ่าวจิตใจดีขนาดนี้ไม่มีทางทำเช่นนั้นเป็นแน่”

“หยุดความคิดของเจ้าเอาไว้เลยนะเฟยซา”

“ทะ ทำไม คุณหนูกลัวหรือ บะ….”

“มิใช่ ข้ามิได้กลัว ทว่าการที่เจ้าทำเช่นนั้นนับเป็นการลงแรงสูญเปล่าโดยใช่เหตุ ไม่มีใครเชื่อเจ้าหรอก เผลอๆ เจ้าอาจโดนรุมทำร้ายกลับมาด้วยซ้ำ”

“ตะ แต่คุณหนูไม่ผิดนี่เจ้าคะ บ่าวไม่ยอม!”

“ข้าก็ไม่ได้บอกว่าจะยอมรับความผิดที่ตนเองมิได้ก่อเสียหน่อย….เรื่องนี้มีคนบางคนตั้งใจใส่ร้ายข้าอย่างแน่นอน”

“ต้องเป็นพวกคนใจร้ายตระกูลกัวแน่เลยเจ้าค่ะคุณหนู พวกเรามิมีศัตรูที่ไหนนอกจากคนเห็นแก่ตัวพวกนั้นแล้ว”

“ตระกูลกัว…”

ขอระลึกความทรงจำที่ค่อนข้างเลือนรางของร่างนี้สักครู่

ตระกูลญาติของแม่เลี้ยงเซี่ยเจียเฟยอันประกอบไปด้วยพี่สาวของแม่เลี้ยงผู้นั้นอย่างกัวเชี่ยนหนิง สามีของนางทำอาชีพค้าขาย กัวจิ้งคุน มีบุตรชายหนึ่งคนคือ กัวจื่อหราน และบุตรสาวสุดท้อง กัวเจียถง

คนพวกนี้ได้รับการฝากฝังให้ดูแลร่างเดิมดังนั้นเงินดูแลที่ส่งมาแต่ละเดือนจึงส่งมาให้กัวเชี่ยนหนิงก่อนแล้วค่อยส่งมาให้คุณหนูเซี่ยอย่างนาง

ไม่ต้องถามเลยว่าจะเหลือกี่ตำลึงจากที่ส่งมาแต่ละเดือน

คำตอบคือไม่เหลือสักตำลึงน่ะสิ!

คนพวกนี้ไม่ควรปล่อยไว้อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการข่าวลือนี้หรือไม่

เซี่ยจินเย่มิใช่คนดีขนาดยอมให้ใครมารังแกเอาเปรียบอยู่แล้ว

“อะ เอ่อ คุณหนูจะให้บ่าวทำสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะ”

พอเฟยซาเงยหน้าขึ้นไปเจอดวงตาเย็นชา มุมปากยกขึ้นด้วยความเย็นเยียบ เฟยซาตะลึงพรึงเพริดเพราะไม่เคยเห็นคุณหนูของตนเองเผยท่าทางเข้มแข็งอีกทั้งยังดูน่าเกรงกลัวสู้คนเช่นนี้

ยามนี้คุณหนูแม้สวมชุดเก่ามอซอปะเย็บซ่อมแล้วซ่อมอีก นางนั่งอยู่บนเตียงท่าทางสงบนิ่ง สายลมพัดเข้ามาแผ่วๆจากทางหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ ทำให้เส้นผมสีดำสลวยสะบัดพลิ้วไหวราวกับกลีบดอกอิงฮวาที่ปลิดปลิว ช่างทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกไม่กล้าเอ่ยปากดูถูกเลยสักนิดทั้งที่สภาพภายนอกมิต่างอันใดจากขอทานข้างถนนเช่นนี้

คุณหนูของนางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

ไม่ดูอ่อนแอเหยาะแหยะยอมให้ผู้อื่นรังแกอีกต่อไปแล้ว

หรือคุณหนูจะเสียใจจนคิดเปลี่ยนนิสัยตัวเอง

จู่ๆ เฟยซาน้ำตารื่นออกมาเอ่อคลอเมื่อนึกถึงสภาพเจ้านายของตนเองยามมีบาดแผลไปทั่วตัว โลหิตหลั่งรินตามทางเดิน ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนต้องพึ่งให้ลูกชายตัวน้อยพยุงกลับบ้านมาเมื่อหลายวันก่อน

“หากคุณหนูต้องการให้บ่าวทำสิ่งใดบอกบ่าวมาได้เลยเจ้าค่ะ บ่าวยอมเสียสละชีวิตนี้รับใช้คุณหนูของบ่าว!”

“นั่น เจ้าเอาศีรษะโขกพื้นแข็งทำไม ลุกขึ้นเฟยซา!”

เซี่ยจินเย่ลุกขึ้นมาห้ามอีกฝ่ายเกือบไม่ทัน นางตกใจยิ่งนักที่จู่ๆก็มีคนมาคำนับอันใดบ้าบิ่นขนาดนี้

ไม่ชินเสียเลย นางยังไม่ชินกับธรรมเนียมสาวใช้ของยุคนี้สักที

“แน่นอนว่าข้าจะต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองแน่ ทว่าก่อนอื่นมีสิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องนั้นคือสภาพความเป็นอยู่ของพวกเราต่างหาก เฮ้อ….”

เซี่ยจินเย่ถอนหายใจยามกวาดสายตามองห้องนอนโทรมๆของตนเอง คาดว่าอีกไม่ถึงสองปีที่นี่หลังคาคงทรุดลงมาทับผู้อยู่อาศัยตายเป็นแน่

“ตอนนี้ร่างกายข้าใกล้หายดีแล้ว วันนี้พวกเราขึ้นเขากัน เจ้านำทางนะเฟยซา”

“คุณหนูต้องการสิ่งใดเจ้าคะ ให้บ่าวไปเก็บมาให้ดีกว่า คุณหนูเพิ่งหายป่วยเดี๋ยวอาการป่วยกลับมาทรุดหนักอีกนะเจ้าคะ และอีกอย่างหากพวกเราขึ้นเขากันหมดแล้วใครจะอยู่ดูแลคุณชายน้อยเล่าเจ้าคะ หรือจะนำไปฝากป้าลี่ข้างบ้านเราดี ช่วงนี้ชาวบ้านยากจนไม่มีกินมากโจรจึงชุกชุมกว่าปกติเจ้าค่ะ”

เฟยซาเอ่ยถึงสตรีวัยกลางคนข้างบ้านนาง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านไม่กี่หลังเนื่องจากเรือนหลังที่พวกนางอาศัยอยู่ค่อนข้างอยู่เกือบติดชายป่าใหญ่เลยล่ะ

“ไปกันหมดนี่แหละ อี้เอ๋อร์เป็นเด็กสายตาดี เผื่อได้ของดีกลับมาแลกเงินเยอะหน่อยจะได้มิเสียเที่ยว”

“เจ้าค่ะ พวกเราจะขึ้นเขาไปทำอันใดนะเจ้าคะ บ่าวจะได้เตรียมตัวถูก”

“ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรล้ำค่าน่ะสิ ต่อไปนี้ข้าขอสัญญาว่าพวกเราจะไม่มีทางอดตายอีก ไป ไปเตรียมตัวได้แล้ว”

เป็นกำลังใจให้น้องและลูกน้อยด้วยน้า

นักอ่านคนไหนอยากอ่านไวไวช่วยคอมเม้นให้ไรท์มีแรงปั่นต้นฉบับด้วยน้าาาาา

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...