โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบตัวประกอบที่ต้องปกป้องพระเอก

นิยาย Dek-D

อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 18.45 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 18.45 น. • littleyumyum
ต้องมาสวมร่างตัวประกอบที่ป่วยใกล้ตายไม่พอ ยังต้องสวมบทบาทเป็นคนที่หลงรักพระเอกถึงขั้นยอมรับการโจมตีจนตายแทนในตอนท้ายเรื่องอีก แต่เพื่อโอกาสในการกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ‘เอมิล’จะไม่ทำก็คงไม่ได้แล้วล่ะ

ข้อมูลเบื้องต้น

Miracle of Love เป็นทั้งนิยายแนวแฟนตาซีโรมานซ์ที่โด่งดังและถึงขั้นพัฒนาไปเป็นเกมจีบหนุ่มสุดฮิตติดตลาดที่คนรู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมือง อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะดังไปทั่วโลกด้วย

และใช่ เอมิลเองก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับเดนตายของนิยายเรื่องนี้เช่นกัน

เขาติดตามมาตั้งแต่เวอร์ชั่นนิยาย พอเอามาทำเป็นเกมจีบหนุ่ม เขาก็นั่งไล่เคลียร์ทุกรูทอย่างบ้าคลั่งจนผ่านมันทั้งหมดอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน และในขณะที่เขากำลังยินดีกับความสำเร็จที่น่าภูมิใจของตัวเอง..เขาก็ตาย

ใช่ ตาย แถมยังตายเพราะลูกชิ้นติดคอตายด้วย!

ให้ตายเถอะ รู้แบบนี้เขาไม่น่ากินลูกชิ้นแล้วตะโกนดีใจไปพร้อมๆกันเลย เป็นการตายที่น่าอนาถเสียจนตัวเองก็ยังรู้สึกรับไม่ได้ ป้าแม่ค้าที่ขายลูกชิ้นอยู่ใต้ตึกจะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าลูกค้าประจำตายเพราะลูกชิ้นติดคอแบบนี้

ในตอนที่วิญญาณของเอมิลนั่งจ๋องมองร่างแน่นิ่งของตัวเองอย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อ เขาก็ถูกระบบดึงเข้าไปทำภารกิจในโลกนิยายเรื่องโปรด โดยมีรางวัลล่อตาล่อใจเป็นพรที่ขออะไรก็ได้หนึ่งข้อ

แน่นอนว่าเอมิลตอบตกลงอย่างไม่ลังเล นั่นเป็นโอกาสเดียวที่จะได้กลับไปมีชีวิตเชียวนะ!

ทว่าร่างของตัวประกอบที่ต้องมาอยู่นั้นดันอ่อนแอจนน่าสงสาร แถมเขายังต้องสวมบทบาทเป็นคนที่หลงรักพระเอกจนถึงขั้นยอมตายแทนในตอนท้ายเรื่องอีก

จะปฏิเสธก็ไม่ได้ เพราะถ้าปล่อยให้พระเอกตาย โลกของนิยายเรื่องนี้ก็จะล่มสลาย แถมพระเอกยังเป็นตัวละครโปรดของเขาอีก เอมิลเลยตั้งใจทำภารกิจอย่างเต็มที่ เขาสวมบทบาทเป็นคนขี้โรคน่าสงสารที่แอบหลงรักพระเอกได้อย่างแนบเนียน

จนกระทั่งถึงตอนท้ายเรื่อง..

ในสนามรบระหว่างมนุษย์และราชินีปีศาจ ตัวประกอบแสนอ่อนแอที่เห็นพระเอกกำลังจะโดนราชินีปีศาจโจมตีทีเผลอก็เอาตัวเองเข้าปกป้องอย่างไม่คิดเสียดายชีวิต

..ทว่า

ร่างสูงที่เห็นร่างของตัวประกอบนอนแน่นิ่งไปต่อหน้าก็กลายเป็นบ้าคลั่งขึ้นมา ราชินีปีศาจถูกโค่นลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับมากอดร่างของเขาเอาไว้อย่างทะนุถนอม

“ฟื้นสิเอมิล! เจ้าห้ามตายนะ ได้โปรดอยู่กับข้า..!”

เอ๋า? คุณพระเอก นางเอกของคุณนอนสลบอยู่ตรงนู้นนะ!


เรื่องใหม่มาแน้วค่า เรื่องนี้จะเป็นแนวแฟนตาซีเวทมนต์+โรงเรียน(นิดหน่อย) แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นแนวฟีลกู๊ดปนกาวเหมือนเดิมค่ะ ถอดสมองอ่านคลายเครียดกันได้เลย

#เอมิลจะปกป้องพระเอก

เอมิลจะปกป้องคุมพระเอกเองคับ! //กางแขนปกป้อง

***ห้ามดูดรูปไปใช้ทุกกรณี***

#เอมิลจะปกป้องพระเอก 1

เอมิลที่ตอนนี้อยู่ในรูปลักษณ์ของวิญญาณโปร่งแสงนั่งจ๋องมองร่างกายของตัวเองที่นอนหงายแน่นิ่งไปกับพื้นด้วยสายตาว่างเปล่า

อืม..นี่เขาตายแล้วสินะ?

เอมิลจะไม่ทำหน้าหมดอาลัยตายอยากขนาดนี้เลยถ้าเขาตายด้วยสาเหตุอื่น แต่สาเหตุจริงๆที่เขาตายก็คือลูกชิ้นติดคอนี่สิ!

น่าอนาถเกินไปแล้ว!

ให้ตายเถอะ รู้แบบนี้เขาไม่น่ากินลูกชิ้นแล้วตะโกนดีใจไปพร้อมๆกันเลย เป็นการตายที่น่าอนาถเสียจนตัวเองก็ยังรู้สึกรับไม่ได้ ป้าแม่ค้าที่ขายลูกชิ้นอยู่ใต้ตึกจะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าลูกค้าประจำตายเพราะลูกชิ้นติดคอแบบนี้

หากถามว่าเศร้ามั้ยที่ตัวเองตาย? เอมิลก็จะตอบตามตรงเลยว่าเขาไม่ได้รู้สึกเศร้าเท่าไหร่หรอก แค่เสียดายที่ตัวเองยังไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตตามใจนักเพราะเอาทำแต่งานมาตลอดจนอายุสามสิบก็เท่านั้น

เอมิลเป็นคนธรรมดาๆท่ามกลางผู้คนมากมายในสังคม อาชีพที่ทำก็เป็นแค่พนักงานออฟฟิศเงินเดือนตามมาตรฐาน ส่วนครอบครัว เดิมที่ครอบครัวเขาก็เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากครอบครัวหนึ่ง น่าเสียดายที่พ่อกับแม่มีเขาตอนที่ทั้งคู่อายุสี่สิบห้า หรือก็คือมีลูกช้านั่นแหละ พ่อกับแม่ของเขาก็เลยจากโลกนี้ไปด้วยโรคชราตั้งแต่เมื่อปีก่อนแล้ว

ตอนแรกๆก็เศร้าอยู่หรอก เหตุการณ์ตอนนั้นทำเขาอารมณ์ดิ่งไปช่วงหนึ่งเลย แต่พอเริ่มทำใจได้ เขาก็กลับมาใช้ชีวิตเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆเพื่อหาเลี้ยงตัวเองต่อ

ซึ่งช่วงหลังๆมานี้เขาก็มีความสุขดี และจะมีความสุขเป็นพิเศษเมื่อได้อ่านนิยายเรื่องโปรด

Miracle of Love เป็นทั้งนิยายแนวแฟนตาซีโรมานซ์ที่โด่งดังจนถึงขั้นพัฒนาไปเป็นเกมจีบหนุ่มสุดฮิตติดตลาดกันจนคนรู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมือง อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะดังไปทั่วโลกด้วย

และใช่ เอมิลเองก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับเดนตายของนิยายเรื่องนี้เช่นกัน

เขาติดตามมาตั้งแต่เวอร์ชั่นนิยาย พอเอามาทำเป็นเกมจีบหนุ่ม เขาก็นั่งไล่เคลียร์ทุกรูทอย่างบ้าคลั่งจนผ่านมันทั้งหมดอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน และในขณะที่เขากำลังยินดีกับความสำเร็จที่น่าภูมิใจของตัวเอง..เขาก็ตาย

อืม ตายเพราะลูกชิ้นติดคอจนได้มานั่งจ๋องมองร่างของตัวเองแบบนี้ไงเล่า

ยิ่งคิดก็ยิ่งอับอายขายหน้าจนแทบอยากจะเอาหน้ามุดดินหนีความอาย

แต่ในตอนที่เอมิลกำลังไม่รู้จะทำอะไรต่อ ในตอนนั้นเอง บรรยากาศรอบข้างของเขาจากที่เคยอยู่ในห้องเช่าก็พลันเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีดำสนิท

เอมิลกวาดสายตาไปมองโดยรอบ ก่อนจะพบว่าที่นี่ไม่มีอะไรเลยนอกจากพื้นที่สีดำว่างเปล่าที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาราวกับที่นี่ไม่ได้อยู่ในโลกความเป็นจริง

หรือนี่จะเป็นโลกวิญญาณ..?

ติ๊ง!

[ตรวจพบวิญญาณที่เหมาะสม คุณสนใจฟังข้อเสนอของระบบหรือไม่?]

ยังไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น หน้าต่างข้อความสีฟ้าใสก็พลันปรากฏขึ้นมาตรงหน้าอย่างกะทันหันจนเอมิลถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

ดวงตากลมโตสีดำกระพริบอย่างงุนงง แต่ด้วยประสบการณ์การอ่านนิยายแฟนตาซีมาอย่างโชกโชน อีกทั้งยังมีประสบการณ์การใช้ชีวิตมาถึงสามสิบปี เอมิลเลยประมวลผลสถานการณ์ในตอนนี้ได้อย่างรวดเร็ว

“สนใจ”

[กำลังเลือกภารกิจ..]

ติ๊ง!

[คุณได้รับภารกิจ ‘จงปกป้องพระเอกด้วยชีวิต’]

[โลก : Miracle of Love]

[รายละเอียดภารกิจ : สวมร่างตัวประกอบ ‘เอมิล ซิลแวน’ ดำเนินเนื้อเรื่องและปกป้องพระเอก ‘แคสเซียส คาลิกซ์’ จนถึงฉากจบโดยห้าม OOC]

[รางวัล : พร 1 ข้อ]

[ยอมรับ] / [ปฏิเสธ]

ได้เห็นรายละเอียดของภารกิจ เอมิลก็ถึงกับเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง คาดไม่ถึงว่าภารกิจของระบบจะเป็นภารกิจในโลกนิยายเรื่องโปรดของเขาน่ะสิ!

ด้วยความที่เป็นแฟนตัวยง แค่เห็นชื่อของสองตัวละคร เอมิลก็รู้ได้ในทันทีแล้วว่าทั้งคู่เป็นใคร

พระเอกของนิยายเรื่องนี้ ‘แกรนด์ดยุคแคสเซียส คาลิกซ์’ ตัวละครที่ครอบครองเส้นผมสีดำสนิทตามพิมพ์นิยมของพระเอกนิยายแนวโรมานซ์แฟนตาซี ดวงตาคมกริบสีม่วงอ่อนดูลึกลับ และใบหน้าหล่อเหลาถึงขนาดที่ต่อให้ยกตัวละครหน้าตาดีมาทั้งเรื่องก็ยังไม่มีใครเทียบได้ อีกทั้งยังมีพลังธาตุความมืดและสายฟ้าอันแข็งแกร่งอีกด้วย

แกรนด์ดยุคคาลิกซ์ดูภายนอกเป็นคนที่สุภาพและให้เกียรติคนอื่นเสมอ อีกทั้งยังปฏิบัติต่อทุกคนที่เข้าหาด้วยความเอาใจใส่จนกลายเป็นบุคคลที่เหล่าเลดี้รวมไปถึงคุณชายน้อยจากตระกูลต่างๆหมายปอง

เพราะโลกนี้เป็นโลกเวทมนตร์ ดังนั้นเรื่องเพศเลยไม่ใช่ปัญหาเวลาแต่งงาน เพราะทุกคู่สามารถมีทายาทกันได้ด้วยการใช้เวทมนตร์นั่นเอง

แม้พระเอกจะดูเป็นคนสุภาพและมีรอยยิ้มบางๆตามมารยาทประดับอยู่ตอนที่อยู่กับคนรอบตัวตลอด แต่หากสังเกตดีๆ พระเอกคนนี้จะขีดเส้นแบ่งและเว้นระยะห่างจากคนอื่นๆเสมอ แม้แต่ในตอนที่ยกยิ้มบาง แววตาที่มองผู้คนรอบตัวกลับดูว่างเปล่าเย็นชาราวกับไม่ได้มองเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยซ้ำ

จะให้อธิบายสั้นๆก็เป็นพวกที่ภายนอกดูยิ้มๆแต่ภายในดำมืดนั่นแหละ แต่ที่เป็นแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล ปมของพระเอกก็คือปมในครอบครัวที่มีการแก่งแย่งอำนาจกันอย่างดุเดือดจนพ่อแม่ของพระเอกเสียชีวิตจากความโลภของพวกญาติๆตระกูลสายรอง

ตระกูลคาลิกซ์ในตอนนั้นเรียกได้ว่าระส่ำระส่ายมาก จนพระเอกที่ในขณะนั้นอายุเพียงสิบหกปีก็ใช้ความแค้นเป็นแรงผลักดันในการแก้แค้น เขากวาดล้างตระกูลสายรองไปจนหมดเองกับมืออย่างโหดเหี้ยมแล้วขึ้นเป็นผู้นำตระกูลนับตั้งแต่ตอนนั้น โดยที่ในสายตาของคนนอก ตระกูลสายรองเพียงกำลังเดินทางไปพักผ่อนทางใต้แล้วเกิดอุบัติเหตุรถม้าตกเขาตายหมดเท่านั้น

เป็นการลงมือที่แนบเนียนและโหดเหี้ยมจนน่ากลัวจริงๆนั่นแหละ และด้วยความที่เคยโดนญาติสายรองเอาเปรียบเหยียดหยาม จนถึงขั้นแม้กระทั่งพยายามฆ่า พระเอกก็เลยกลายเป็นคนเย็นชาที่ไม่ไว้ใจใครไปเลย แต่ด้วยความที่ต้องเข้าสังคมให้ตระกูลในตอนนั้นมั่นคงขึ้น บุคลิกที่ดูเป็นคนสุภาพก็เลยถูกหยิบมาใช้เป็นเปลือกนอกตั้งแต่ตอนนั้น

แต่สุดท้ายนางเอกของเรื่องนี้ก็จะมาละลายน้ำแข็งในหัวใจของพระเอกได้อยู่ดี

นางเอกของเรื่อง ‘โอลิเวีย เดอ วาเลนไทน์’ องค์หญิงผู้สดใสร่าเริงของอาณาจักร แน่นอนว่านางเอกของเรื่องก็ต้องสวยมากอยู่แล้ว อีกฝ่ายมีเรือนผมสีทองยาวสลวย ดวงตากลมโตสีชมพูหวาน เรือนร่างบอบบางน่าทะนุถนอม และครอบครองพลังธาตุแสงประจำราชวงศ์อันหายาก

โอลิเวียเป็นหญิงสาวที่มีนิสัยร่าเริงสดใสมาก อีกทั้งยังซุกซนตามประสาองค์หญิงที่มีคนคอยตามใจอยู่เสมอ แม้แต่การอบรมที่เคร่งครัดในวังก็ยังไม่อาจทำลายความสดใสของเธอได้เลย

ส่วนตัวละครที่เขาต้องไปสวมร่าง..

เอมิลจดจำตัวละครนี้ได้ดีแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงตัวประกอบก็ตาม เหตุผลอย่างแรกคือตัวประกอบคนนี้มีชื่อเหมือนกันกับเขา และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือการกระทำที่น่านับถือของอีกฝ่าย

‘เอมิล ซิลแวน’ บุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลบารอนซิลแวน ตระกูลขุนนางธรรมดาๆที่ทำธุรกิจด้านการค้าขายทางทะเลเป็นหลัก

แม้จะฟังดูดี แต่ชีวิตของตัวประกอบคนนี้กลับน่าสงสารเป็นอย่างมาก ด้วยความที่ร่างกายต่อต้านมานาตั้งแต่เกิด สภาพร่างกายของเขาก็เลยอ่อนแอยิ่งกว่าปลาแสงอาทิตย์เสียอีก

ต้องอย่าลืมว่าโลกนี้เป็นโลกแฟนตาซีเวทมนตร์ที่มีมานาปะปนอยู่ในอากาศและสิ่งของทั่วทุกที่แม้กระทั่งในของกิน แต่ตัวประกอบคนนี้กลับมีร่างกายต่อต้านมานา นึกดูเอาสิว่านี่มันเป็นเรื่องที่โชคร้ายแค่ไหน เขาไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ด้วยซ้ำ

เอมิลเป็นตัวละครที่มีรูปร่างผอมบาง ดวงตาสีฟ้าอ่อน และเส้นผมสีน้ำตาลซีดยาวเลยแผ่นหลังเนื่องจากคนในครอบครัวไม่กล้าตัดเพราะกลัวจะทำให้ร่างกายอ่อนแอยิ่งกว่าเดิม

เดิมที ตัวประกอบคนนี้ไม่ควรจะมีอายุเกินสิบขวบด้วยซ้ำ แต่เพราะได้รับการดูแลอย่างทะนุถนอมจากพ่อแม่และคนในตระกูลมาตลอด เอมิลคนนี้เลยสามารถฝืนทนมาจนถึงอายุยี่สิบได้

แต่แล้ว ทุกอย่างที่อุตส่าห์ทำมาก็กลับพังทลายลงทั้งหมด

ในขณะที่ครอบครัวตระกูลซิลแวนออกเดินทางสู่ทะเลเพื่อหายาวิเศษมาประคองชีวิตลูกชาย เรือก็เกิดล่มเนื่องจากโดนอสูรทะเลโจมตี คนตระกูลซิลแวนที่เหลือเพียงพ่อแม่ของร่างนี้ต่างก็เสียชีวิตทั้งหมด มิหนำซ้ำ คนรับใช้ในตระกูลต่างก็พากันลาออกหมดเพราะเห็นวี่แววว่าตระกูลนี้จะล่มสลาย

ก็นะ ผู้นำตระกูลและภรรยาเสียชีวิต ส่วนทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวก็เป็นคนป่วยอ่อนแอ ซึ่งพอไม่มีการดูแลและไม่ได้รับยาวิเศษต่างๆจากผู้เป็นพ่อแม่แล้ว ตัวประกอบคนนี้ก็คงจะตายในอีกไม่ช้า และตระกูลนี้ก็คงจะล่มสลายในที่สุด

เอมิลสิ้นหวังกับชีวิตในตอนนี้มาก และในตอนที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าหลุมศพของพ่อแม่โดยไร้ซึ่งวี่แววของคนรับใช้รอบตัว ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินผืนหนึ่งก็ถูกยื่นมาตรงหน้า

และใช่ คนที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นให้ก็คือพระเอกนั่นเอง พระเอกเพียงแค่รู้สึกเห็นใจเพราะเขาราวกับเห็นภาพของเอมิลซ้อนทับกับตัวเองในวัยเด็กก็เท่านั้น

แต่น้ำใจเพียงเล็กน้อยนั่น สำหรับตัวประกอบที่สิ้นหวังและไม่เหลือใครเลยในตอนนั้น มันราวกับเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ฉุดรั้งให้เอมิลอยากมีชีวิตต่อขึ้นมา

เอมิลกลายเป็นตัวประกอบที่ตกหลุมรักพระเอกนับตั้งแต่ตอนนั้น เขาคอยเอาใจใส่พระเอกอยู่ห่างๆเสมอ พยายามช่วยพระเอกเท่าที่ตัวเองพอจะช่วยได้เต็มที่ จนสุดท้ายก็กลายเป็นคนที่เอาตัวเข้าปกป้องพระเอกจนตาย

เขานับถือในความรักอันบริสุทธิ์ของตัวประกอบคนนี้มาก ไม่ง่ายเลยนะที่จะหาคนที่มอบความรักให้คนคนหนึ่งจนถึงขั้นยอมตายแทนได้แบบนี้

เอมิลส่ายหัว

เอาล่ะ กลับมาที่ภารกิจกันดีกว่า

อันที่จริง คำตอบมันก็ถูกกำหนดเอาไว้อยู่แล้วแหละ พรหนึ่งข้อนั่น เขาสามารถขอให้ตัวเองกลับไปมีชีวิตได้อีกครั้งได้เลยนะ อีกอย่าง พระเอกก็เป็นตัวละครโปรดของเขาด้วย ถ้าเป็นไปได้ เอมิลก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายบาดเจ็บเหมือนกัน

มือบางกดลงไปที่ปุ่มยอมรับอย่างไม่ลังเล

[คุณยอมรับภารกิจ ระบบกำลังโหลดข้อมูลและรายละเอียดปลีกย่อยของภารกิจ..]

“..อึก!”

เอมิลนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อจู่ๆในหัวของเขาก็มีข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับภารกิจและระบบเพิ่มเข้ามามากมาย แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น ความเจ็บปวดเหล่านั่นก็ค่อยๆจางหายไป

เจ็บแฮะ..

แต่เอาเถอะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจกับระบบอยู่ในหัวทำให้เขาเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้มากขึ้นเลยทีเดียว

[ยืนยันภารกิจ กำลังส่งตัวผู้ทำภารกิจ..]

[ทำการส่งตัวเสร็จสิ้น]

วูบ!

เอมิลรู้สึกราวกับร่างทั้งร่างตกจากที่สูงจนใจหล่นวูบไปครู่หนึ่ง แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น พอได้ลืมตาขึ้นมาอีกที เอมิลก็พบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนั่งอยู่หน้าหลุมศพแล้ว

หือ? หลุมศพ? เดี๋ยวนะ ฉากนี้มัน..

[ภารกิจฝึกสอน : ดำเนินเนื้อเรื่องส่วนแรกในฐานะของ ‘เอมิล ซิลแวน’ โดยห้าม OOC]

[รางวัล : แพ็คเกจมือใหม่, ปลดล็อคร้านค้าระบบ]

ภารกิจฝึกสอน..!?

ดวงตากลมโตสีฟ้าอ่อนเผลอเบิกกว้างขึ้นครู่หนึ่ง เอมิลสัมผัสได้ว่าบนใบหน้าของตัวเองดูชื้นๆราวกับมีคราบน้ำตาอยู่ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อ ในตอนนั้นเอง ผ้าเช็ดหน้าเนื้อดีสีน้ำเงินเรียบๆผืนหนึ่งก็ถูกมือหนายื่นมาตรงหน้า

เอมิลเผลอมองตามขึ้นไปโดยอัตโนมัติ ก่อนจะพบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่แทบทำเอาคนมองหยุดหายใจอยู่ตรงหน้า

เสียงทุ้มมีเสน่ห์เอื้อนเอ่ย “..ข้าคิดว่าท่านต้องการมัน รับไปเถอะ”

ด..เดี๋ยวก่อนสิ มาถึงก็เริ่มแบบนี้เลยหรอ!?


OOC (out of character) = การเล่นนอกบท หรือการทำตัวไม่ตรงตามนิสัยเดิมของตัวละครนั่นเองค่า

บทแรกมาแน้วค่ะ ข้อมูลอาจจะแน่นนิดหน่อย ส่วนรายละเอียดข้อมูลอื่นๆในนิยายจะค่อยๆทยอยเล่าในตอนต่อๆไปน้า

ฝากน้องเอมิลคนเก่งด้วยน้า!

#เอมิลจะปกป้องพระเอก

#เอมิลจะปกป้องพระเอก 2

แม้จะยังตกใจและคาดไม่ถึงกับภารกิจที่มาแบบกะทันหันมากแค่ไหน แต่ภายนอก เอมิลยังคงสวมบทบาทกลมกลืนไปกับตัวละครได้อย่างแนบเนียน

อย่าดูถูกคนที่แกล้งป่วยเพื่อลางานกับหัวหน้าจนครบโควตาเชียว เรื่องนี้เขาเซียนมากนะ!

เอมิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “..ขอบคุณท่าน”

แม้ตัวเองจะไม่สามารถกลั่นน้ำตาออกมาได้อีกแล้ว แต่คราบน้ำตาบนใบหน้าก็ช่วยให้การแสดงครั้งแนบเนียนเป็นอย่างมาก

ดวงตาสีฟ้าอ่อนหลุบสายตามองผ้าเช็ดหน้าในมือ ก่อนจะเงยหน้ามองคุณพระเอกด้วยสายตาขอบคุณปนลึกซึ้ง

ตามต้นฉบับ เอมิลจะเริ่มตกหลุมรักพระเอกตั้งแต่ตอนนี้ ดังนั้นเขาจะต้องพยายามทำสีหน้าให้ดูเหมือนคนที่กำลังตกหลุมรักมากที่สุด

แต่ว่าก็ว่าเถอะ จากที่อ่านในนิยาย รวมถึงได้เห็นภาพของพระเอกมาจากในเกมบ้างแล้วก็จริง แต่พอได้มาเห็นตัวจริงแบบนี้ เอมิลก็พบว่าพระเอกหน้าตาดีมากจริงๆ

คิ้วเรียว ดวงตาคมมีเสน่ห์ดูลึกลับ จมูกโด่งเป็นสัน สันกรามคมกริบได้รูป แล้วไหนจะหุ่นอันสมบูรณ์แบบนั่นอีก ไอดอลในโลกก่อนยังไม่หน้าตาดีเท่านี้เลย นี่มันหน้าตาที่พระเจ้าบรรจงปั้นแต่งมาชัดๆ!

วินาทีนั้น เอมิลก็พลันหน้าแดงขึ้นมาทันทีโดยไม่จำเป็นต้องแกล้งทำ

ทางด้านของแคสเซียส ดวงตาคมหลุบมองร่างที่ดูบอบบางตรงหน้านิ่งๆ ทว่าสายตาที่ใช้มองกลับดูว่างเปล่าเย็นชาสวนทางกับท่าทีสุภาพภายนอกโดยสิ้นเชิง

“ท่านแกรนด์ดยุคครับ! มีสารด่วนจากพระราชวังถูกส่งมาครับ!”

ในตอนนั้นเอง ร่างของอัศวินในชุดประจำตระกูลคาลิกซ์ก็วิ่งเข้ามาในสุสาน ก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษให้กับร่างสูงด้วยความนอบน้อม

แคสเซียสเหลือบมองคุณชายที่ดูบอบบางตรงหน้าครั้งหนึ่ง “..เช่นนั้นข้าขอตัว”

เอมิลยังคงสวมบทบาทต่อไป เขามองตามหลังพระเอกไปด้วยสายตาที่ราวกับมองแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิต แน่นอน การกระทำนั่นอยู่ในสายตาอัศวินคนสนิทที่มาแจ้งข่าวเมื่อครู่ทั้งหมด

..คงจะเป็นคุณชายที่มาตกหลุมรักท่านแกรนด์ดยุคอีกคนแล้วสินะ?

[ภารกิจฝึกสอนเสร็จสิ้น]

[คุณได้รับ แพ็คเกจมือใหม่]

[ปลดล็อคฟังก์ชันร้านค้าระบบแล้ว]

ลับสายตาของคนอื่น เอมิลที่มีคราบน้ำตาอยู่เต็มใบหน้าก็เผยยิ้มกว้างออกมาทันที

สมกับเป็นภารกิจฝึกสอนจริงๆ เพราะมันเป็นอะไรที่ง่ายมาก ฉากเจอกันครั้งแรกของตัวประกอบเอมิลและพระเอกไม่มีอะไรซับซ้อน ที่เขาต้องทำก็คือแค่พูดขอบคุณ กับทำสายตาเหมือนคนเพิ่งตกหลุมรักก็เท่านั้น

นี่มันง่ายมาก!

และสาเหตุที่เอมิลกับพระเอกบังเอิญเจอกัน เพราะเนื่องจากที่นี่เป็นพื้นที่สุสานของเหล่าผู้คนในตระกูลขุนนางทั้งหลาย ดังนั้นตอนที่เอมิลกำลังนั่งอยู่หน้าหลุมศพพ่อแม่ คุณพระเอกที่เพิ่งจะกลับออกมาจากไปเยี่ยมหลุมศพของพ่อแม่ตัวเองก็เดินมาเจอเข้าพอดี

นี่คือการพบและพูดคุยกันครั้งแรกของทั้งคู่ ส่วนครั้งที่สอง เอมิลเคยได้บังเอิญพูดคุยกับพระเอกเรื่องผ้าเช็ดหน้าครั้งหนึ่งตอนอยู่ในโรงเรียน และการพบกันครั้งสุดท้ายก็คือในสนามรบที่เจ้าตัวยอมตายแทนพระเอกนั่นแหละ

นี่มันสุดยอดตัวประกอบ ฉากที่ได้ออกมามีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ขนาดสัตว์เลี้ยงของพระเอกยังมีซีนมากกว่าอีก

แต่นี่เป็นจำนวนครั้งที่ได้พูดคุยกันเท่านั้น ตอนอยู่ในโรงเรียน ตัวประกอบคนนี้มักจะแอบมองพระเอกจากที่ไกลๆเสมอ แต่ต้องบอกก่อนนะว่าร่างนี้ไม่ได้เป็นสตอล์กเกอร์ เขาจะแอบมองพระเอกแค่ตอนที่ตัวเองบังเอิญเจอหรือมองเห็นเท่านั้น

แน่ล่ะ ร่างกายที่แค่เดินไม่กี่ก้าวก็แทบเป็นลมแบบนี้ จะเอาความสามารถไหนไปวิ่งตามพระเอกไปทุกที่ได้ แค่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโรงเรียนเดียวกับพระเอกได้ก็สุดยอดมากแล้ว

พูดถึงโรงเรียน หลายคนอาจจะสงสัยว่าตัวละครก็มีอายุเลยยี่สิบกันหมดแล้ว ทำไมยังต้องไปโรงเรียนอีก? โอเค มาทบทวนความสำคัญของโรงเรียนในโลกนี้กันใหม่ดีกว่า

‘วิทยาลัยเวทมนตร์เซเลสเทียร์’ เป็นโรงเรียนสอนเวทมนตร์อันดับหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิวาเลนไลน์ที่จะรับเฉพาะบุคคลที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปเข้ามาเรียนเท่านั้น

อันที่จริง ในสายตาของเอมิล ที่นี่น่าจะถูกเรียกว่าห้องสมุดแทนโรงเรียนมากกว่า เพราะโรงเรียนนี้มีจุดศูนย์กลางเป็นหอสมุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเวทมนตร์ ที่นั่นได้รวบรวมหนังสือเวทมนตร์ทุกรูปแบบตั้งแต่สมัยโบราณ อีกทั้งยังมีหนังสือลับบางอย่างซ่อนอยู่อีก ดังนั้นแม้จะเป็นผู้นำตระกูลที่อายุมากกว่าห้าสิบก็ยังอยากเข้ามาหาความรู้ที่นี่

หากบังเอิญเจอหนังสือโบราณสำคัญๆเข้าแล้วล่ะก็ นั่นอาจเปลี่ยนชีวิตของคนในตระกูลที่ตกต่ำให้กลายเป็นรุ่งโรจน์ในพริบตาเลยก็ว่าได้

การเรียนของที่นี่ค่อนข้างอิสระ นอกจากวิชาบังคับเพียงวิชาเดียวอย่างวิชาเวทมนตร์ ที่เหลือทุกคนสามารถเอาเวลาไปทำภารกิจแลกแต้มได้ตามใจ

อย่างที่บอกว่าหอสมุดเวทมนตร์ของที่นี่นั้นมีความรู้มากมายมหาศาล ยิ่งได้ขึ้นไปชั้นสูงๆ ความสำคัญของหนังสือแต่ละเล่มก็ยิ่งมาก ดังนั้นหากอยากขึ้นไปชั้นสูงๆก็ต้องขยันทำภารกิจของโรงเรียนเพื่อใช้แลกแต้มในการเข้าหอสมุดนั่นเอง

วิธีสมัครเข้าเรียนที่นี่ก็ไม่ได้ยุ่งยากเลยสักนิด ที่นี่ไม่จำกัดฐานะ แค่จ่ายเงินมาหนึ่งล้านเหรียญทองก็ได้เข้าเรียนแล้ว ส่วนเรื่องจบการศึกษา ที่นี่ก็ไม่ได้เคร่งครัด แค่เรียนให้ครบหนึ่งปีจนได้ใบรับรอง หลังจากนั้นหากใครจะอยากลาออกก็ตามใจเลย

แต่แน่ล่ะ มีขุมทรัพย์อย่างห้องสมุดอยู่ตรงหน้า ใครจะไปอยากออก แต่เนื่องจากมีกฎว่าหากอยู่เกินหนึ่งปีจะต้องจ่ายค่าเทอมปีละล้านเหรียญทอง คนที่ออกส่วนมากเลยเป็นกลุ่มคนที่มีเงินไม่พอมากกว่า

ในความคิดเขา นี่มันเหมือนกับการจ่ายเงินดูหนังรายเดือนมากกว่าโรงเรียนซะอีก

และใช่ ตัวประกอบที่เขามาสวมร่างอยู่นี่ก็เอาเงินเก็บของตระกูลไปเรียนที่นั่นเพื่อเจอพระเอก แต่ไม่ใช่แค่เพื่อเจอพระเอกเพียงอย่างเดียว ร่างนี้ยังต้องการใช้ห้องสมุดนั่นหาวิธีรักษาโรคของตัวเองด้วย มันจึงเป็นการลงทุนที่เอมิลมองว่าคุ้มค่า

ถึงจะเป็นตระกูลที่ไม่เหลือใครเลย แต่พ่อกับแม่ของร่างที่ก็ค่อนข้างรอบคอบ ทั้งสองคนฝากเงินในตระกูลมากกว่าครึ่งไว้ที่ธนาคารกลางของอาณาจักร ดังนั้นถึงแม้จะนั่งๆนอนๆไปทั้งชีวิต ร่างนี้ก็ไม่มีทางอดตาย

แต่ปัญหาคือจะป่วยตายก่อนได้ใช้เงินนี่สิ

เอมิลกัดฟัน ความเจ็บปวดภายในร่างกายที่แล่นเข้ามาเป็นระยะนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าสภาพร่างกายของร่างนี้เลวร้ายมากแค่ไหน ขนาดแค่ถอนหายใจแรงๆ เขายังรู้สึกเหนื่อยจนแทบสลบเลย

การที่ร่างนี้หิ้วร่างกายที่ราวกับปลาแสงอาทิตย์มาถึงสุสานได้โดยไม่ตายไปก่อนก็ถือว่าปาฏิหาริย์มากแล้วจริงๆ

เอมิลยอมแพ้ในการลุกขึ้นยืน เขาเปลี่ยนเป็นหันมาสนใจกับรางวัลจากระบบแทน

ตอนแรกเอมิลว่าจะค่อยรับของขวัญจากระบบหลังจากออกไปจากที่นี่ก่อน เพราะเขาไม่ค่อยชอบบรรยากาศรอบตัวที่เป็นสุสานในยามโพล้เพล้เท่าไหร่ แต่ดูท่าว่าเขาคงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเปิดมันที่นี่แล้ว

เอมิลใช้มือเลื่อนหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าแล้วกดไปที่ช่องเก็บของ เพราะได้รับข้อมูลรายละเอียดคร่าวๆเกี่ยวกับระบบมาในหัวแล้ว เขาเลยไม่ได้รู้สึกงุนงงกับระบบเท่าไหร่

เอาง่ายๆ ระบบนี่ก็เหมือนกับระบบในเวอร์ชั่นเกมจีบหนุ่มของนิยายเรื่องนี้ เขาเลยสามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนเนื้อหาในเกมจีบหนุ่มก็ไม่ได้ต่างจากนิยายเท่าไหร่ เพียงแค่นางเอกจะสามารถเลือกจีบตัวละครอื่นอย่างพระรอง ตัวประกอบ หรือแม้กระทั่งตัวร้ายได้ด้วย และฉากจบก็จะเปลี่ยนไปตามทางเลือกของผู้เล่น ซึ่งมีตั้งแต่จบดีไปจนถึงจบแบบแบดเอนท์

แต่ตอนนี้มาดูแพ็คเกจมือใหม่กันดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

วิ๊ง!

วินาทีที่นิ้วของเอมิลแตะเพื่อเปิดแพ็คเกจ แสงสีขาวก็สว่างจ้าขึ้นมาทันที ก่อนจะตามมาด้วยหน้าต่างข้อความของระบบที่เด้งต่อเนื่องขึ้นมารัวๆ

[คุณได้รับ ‘พรแห่งชีวิต’]

[คุณได้รับสกิลติดตัว ‘ไร้ความเจ็บปวดเพื่อคนรัก’]

[คุณได้รับแต้มร้านค้า 10,000 แต้ม]

เอมิลตื่นเต้นกับของจากระบบมาก โดยไม่รอช้า เขารีบกดเข้าไปดูรายละเอียดของแต่ละอย่างทันที

[พรแห่งชีวิต : พรจากระบบ ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์มากที่สุด ทั้งยังสามารถต้านทานพิษได้ทุกชนิด]

วินาทีนั้น ความรู้สึกปวดเมื่อยในร่างกายและอาการเจ็บตามที่ต่างๆที่แล่นขึ้นมาเป็นระยะก็พลันหายวับไปในพริบตา มิหนำซ้ำ เอมิลยังรู้สึกว่าร่างกายในตอนนี้แข็งแรงเสียยิ่งกว่าร่างตัวเองในโลกก่อนอีก

หา..? โรคร่างกายต่อต้านมานาของเจ้าของร่างถูกรักษาไปแบบนี้ง่ายๆเลยหรอ?

แต่เดี๋ยวนะ นี่มันไม่ถูกต้อง เขาต้องสวมบทบาทเป็นคนป่วยนะ ถ้าร่างกายแข็งแรงไม่ผอมแห้งบอบบางแบบเมื่อก่อน เขาก็ยิ่งแสดงตามบทได้ยากน่ะสิ!

เอมิลกัดฟัน เขารีบกดดูรายละเอียดสกิลต่อทันที

[ไร้ความเจ็บปวดเพื่อคนรัก (สกิลติดตัว) : เมื่อใดก็ตามที่ได้รับบาดเจ็บจากการปกป้องพระเอก ไม่ว่าบาดแผลเล็กหรือใหญ่ ระบบจะตัดการรับรู้ถึงความเจ็บปวดให้โดยอัตโนมัติ]

ต่างจากรางวัลอย่างแรก พอได้เห็นรายละเอียดของสกิลนี้ เอมิลก็พลันเผยยิ้มกว้างออกมาทันที แบบนี้สิค่อยดีหน่อย! ต่อไปนี้ถึงเขาต้องกระโดดเข้าไปรับการโจมตีแทนพระเอกเป็นร้อยรอบก็ไม่กลัวแล้ว!

[แต้มร้านค้า : ใช้ในการแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆในร้านค้าของระบบ หาได้จากการทำภารกิจ การส่งสิ่งของต่างๆให้พระเอก และการปกป้องพระเอก]

ส่วนอย่างสุดท้าย พอได้เห็นรายละเอียด เอมิลก็พยักหน้ารับรู้ เขาว่าตัวเองเข้าใจการทำงานของระบบนี้มากกว่าเดิมแล้วล่ะ

ในเมื่อเปิดแพ็คเกจมือใหม่ไปแล้ว คราวนี้เอมิลเลยเลื่อนไปดูฟังก์ชันร้านค้าของระบบบ้าง แต่พอกดเข้าไปเท่านั้นแหละ รายชื่อสินค้าแต่ละอย่างก็ทำเอาเอมิลถึงกับคิ้วกระตุก

[ร่างกายผ่ายผอมอมโรค 1,500 แต้ม]

[รายละเอียด : ปรับรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูผ่ายผอมอมโรคราวกับคนป่วยที่ยังคงมีความงดงาม ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย]

[น้ำตาสั่งได้ 2,000 แต้ม]

[รายละเอียด : สามารถทำให้น้ำตาไหลหรือหยุดได้ตามความนึกคิด ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย]

[ไอเป็นเลือดแบบสุ่ม (ทุกวัน) 3,000 แต้ม]

[รายละเอียด : สุ่มเวลาไอเป็นเลือดทุกวัน เป็นการขับของเสียออกจากร่างกาย ยิ่งไอเป็นเลือด ร่างกายก็ยิ่งแข็งแรง]

[ชีพจรปั่นป่วน 1,000 แต้ม]

[รายละเอียด : ผู้คนที่ตรวจสอบชีพจรจะเข้าใจว่าคุณเป็นคนป่วยหนัก]

[หัวใจหยุดเต้น (1 ครั้ง) 10,000 แต้ม]

[รายละเอียด : ทำให้หัวใจหยุดเต้นเป็นเวลาสิบนาที ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย]

[เป็นลมตามใจนึก (1 ครั้ง) 500 แต้ม]

[รายละเอียด : ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะหมดสติ โดยคุณยังสามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรอบอยู่ภายในจิตใต้สำนึกได้]

มิจฉาชีพ! เจ้าระบบนี่มันมิจฉาชีพชัดๆ!

ดูสกิลที่ใช้หลอกลวงผู้คนแต่ละอย่างนี่สิ! ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าระบบนี่ยังทำเป็นรักษาร่างกายให้เขา แต่จริงๆแล้วอีกฝ่ายแค่ต้องการบังคับให้เขากลับมาใช้แต้มซื้อสกิลในระบบทีหลังต่างหาก!

แล้วไม่ใช่แค่นี้นะ สกิลที่ใช้หลอกลวงยังมีขายอยู่ในระบบอีกมากจนแม้แต่เอมิลก็ยังเลื่อนดูไม่หมด แต่นอกจากสกิลพวกนั้นแล้ว ระบบก็ยังมีของมีประโยชน์อย่างอื่นอยู่บ้าง อย่างเช่นโพชั่นรักษา รวมไปถึงสิ่งของจิปาถะและอาวุธต่างๆแบบที่เขาเคยเห็นในเกมจีบหนุ่ม

ถึงจะแอบบ่นระบบงุ้งงิ้งในใจ แต่เพื่อการแสดงที่แนบเนียน เอมิลเลยตัดสินใจใช้แต้มที่เพิ่งได้รับมาซื้อสกิลไปสองสามสกิล

[คุณได้รับ ‘ร่างกายผ่ายผอมอมโรค’]

[คุณได้รับ ‘ชีพจรปั่นป่วน’]

[คุณได้รับ ‘ไอเป็นเลือดแบบสุ่ม (ทุกวัน)’]

[แต้มคงเหลือ 4,500 แต้ม]

สองสกิลแรกถือว่าจำเป็นมากในการแสดงเป็นคนป่วย โดยเฉพาะอย่างที่สอง ถ้าแค่ร่างกายดูผอมเฉยๆ แต่ชีพจรปกติดีแล้วมีคนมาตรวจ เขาก็โป๊ะแตกน่ะสิ! ดังนั้นอะไรกันได้ก็ต้องกันเอาไว้ก่อน

ส่วนสกิลไอเป็นเลือดอะไรนั่น มีไว้เพื่อเรียกความสงสารล้วนๆ เชื่อสิว่าถ้ามีคนป่วยน่าสงสารมาไอเป็นเลือดอยู่ตรงหน้า แถมยังเป็นคนที่ตกหลุมรักอย่างบริสุทธิ์ใจอีก ต่อให้พระเอกจะใจแข็งขนาดไหนก็ต้องมีใจอ่อนบ้างแหละ

ก็ถ้าพระเอกและคนรอบตัวไม่รู้สึกสงสารเขา อีกฝ่ายคงไม่มีทางรับของที่เขาตั้งใจจะส่งไปแน่ อย่าลืมนะว่าแต้มภารกิจมันเพิ่มได้จากการส่งของให้พระเอกด้วยน่ะ อย่างน้อยถ้าพระเอกรู้สึกสงสารเขาสักนิดหน่อย เขาก็คงพอมีโอกาสขึ้นบ้าง

ส่วนสกิลน้ำตาสั่งได้ก็น่าสนใจอยู่ แต่เอาไว้พอถึงเวลาจำเป็นจริงๆก็ค่อยซื้อแล้วกัน ตอนนี้เขายังไม่ค่อยอยากใช้แต้มมากเกินไปนัก

เอาล่ะ ทีนี้เขาก็พร้อมลุยแล้ว! ต่อไปก็รีบกลับไปส่งใบสมัครเข้าเรียนเพื่อตามไปปกป้องพระเอกกันเถอะ!


ยัยน้องมาแน้วค่ะ มาพร้อมกับร่างกายแข็งแรงแบบสุบๆ แต่ต้องแกล้งทำเป็นคนป่วย ส่วนระบบก็คือมิจฉาชีพมาก สกิลแต่ละอย่างคือ 555555555

#เอมิลจะปกป้องพระเอก

#เอมิลจะปกป้องพระเอก 3

โชคดีมากที่ตระกูลซิลแวนมีนกเวทมนตร์ที่ใช้ส่งจดหมายเป็นประจำอยู่ เอมิลเลยไม่จำเป็นต้องออกจากคฤหาสน์ไปส่งจดหมายด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นคงได้หลุด OOC แน่

ถึงแม้ว่าตอนนี้เอมิลจะร่างกายแข็งแรงดียิ่งกว่าคนปกติแล้ว แต่อย่าลืมสิว่าตามต้นฉบับแล้วร่างนี้อ่อนแอแค่ไหน อย่าว่าแต่ออกไปข้างนอกเลย แค่เดินจากห้องนอนมาห้องอาหารได้ก็เต็มกลืนแล้ว

อันที่จริง ถึงไม่มีนกเวทมนตร์ คนทั่วไปก็ยังสามารถฝากให้สาวใช้ไปส่งจดหมายได้ แต่เนื่องจากคนรับใช้ที่นี่ขอรับเงินก้อนสุดท้ายและทยอยลาออกกันจนหมด เอมิลเลยไม่สามารถฝากใครไปส่งจดหมายได้

ที่เช้านี้เขาต้องเอาวัตถุดิบมาทำอาหารกินเองก็เพราะไม่มีใครทำให้แล้วนี่แหละ

จะว่าไป ที่เอมิลในต้นฉบับเข้าเรียนที่วิทยาลัยเซเลสเทียร์ได้ก็น่าจะเป็นเพราะใช้นกเวทมนตร์ในการส่งจดหมายเหมือนกันสินะ? เพราะในนิยายหรือเกมไม่ได้อธิบายลงลึกในฉากของตัวประกอบแบบนี้ เขาเลยไม่ค่อยมีข้อมูลเท่าไหร่

ทีนี้ก็รอจดหมายตอบกลับแล้วก็สามารถเข้าเรียนได้เลยสินะ!

ขั้นตอนการสมัครเรียนไม่มีอะไรยากเลย อันดับแรกคือต้องส่งจดหมายแจ้งความประสงค์ในการเข้าเรียน และหลังจากนั้นก็จะมีจดหมายตอบกลับเพื่อให้ไปรายงานตัวและจ่ายเงินค่าเรียน แค่นี้เป็นอันจบ

วิทยาลัยเซเลสเทียร์มีระบบการเรียนการสอนที่คล้ายกับการไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมในโลกก่อนมาก เพราะนอกจากที่นี่จะไม่มีเวลาเปิดเทอมหรือปิดเทอมแล้ว โรงเรียนนี้ยังสามารถสมัครเข้าเรียนตอนไหนก็ได้อย่างอิสระ

เอมิลเห็นภาพจากในเกมว่าโรงเรียนที่ว่านั่นหรูหรามาก แถมหอพักก็ยังดีแบบสุดๆ เขาก็เลยตั้งใจไว้ว่าจะไปอยู่หอที่นั่นถาวรจนกว่าภารกิจจะจบเลย ไม่มีความคิดจะกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลซิลแวนอีกแล้ว

แน่ล่ะ ขืนอยู่ที่นี่ไปแบบไม่มีคนใช้ เขาก็ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองน่ะสิ แล้วตามต้นฉบับ เอมิลที่ร่างกายอ่อนแอจะไปทำทุกอย่างนั่นไหวได้ไง

เอมิลตามต้นฉบับเองก็อยู่หอที่โรงเรียนเช่นกัน ทั้งห้องพักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่มีแม้แต่ระบบเวทมนตร์ทำความสะอาด ไปจนถึงเรื่องอาหารสามมื้อแบบไม่อั้นที่นักเรียนสามารถไปทานเองที่โรงอาหารหรือจะสั่งมาที่หอพักก็ยังได้

นี่มันสวรรค์ชัดๆ!

แต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือมันแพงนี่แหละ..

อ่าห้ะ ทุกคนคงไม่ได้คิดว่าสวัสดิการดีๆแบบนี้จะเป็นของฟรีหรอกใช่มั้ย? นอกเหนือจากค่าเรียนหนึ่งล้านเหรียญทองต่อปีแล้ว หากอยากอยู่หอของโรงเรียนพร้อมอาหารไม่อั้นด้วย คุณจะต้องจ่ายเพิ่มอีกหนึ่งล้านเหรียญทองต่อปี

สรุปรวมค่าเรียนด้วยก็ตกปีละสองล้านเหรียญทอง

เป็นจำนวนเงินที่ครอบครัวสามัญชนทั่วไปสามารถใช้อยู่กินได้เป็นสิบๆปีเลยทีเดียว ถือว่าเป็นราคาที่มหาศาลมาก

แต่ไม่เป็นไร ยังไงเขาก็น่าจะได้มาทำภารกิจในโลกนี้แค่ปีเดียวเท่านั้นแหละ ดังนั้นเงินที่มีเหลืออยู่เท่าไหร่ก็รีบๆใช้ให้หมดไปเถอะ เพราะหลังจากที่เอมิลตาย ตระกูลซิลแวนก็ไม่มีผู้สืบทอดต่ออยู่แล้ว และทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกยกให้กับคลังหลวง หรือก็คือยกให้ตระกูลนางเอกเอาไปใช้พัฒนาอาณาจักรยังไงล่ะ

เอมิลส่ายหัวอย่างอ่อนใจ ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเรียบๆที่ถูกซักเสียจนสะอาด ทั้งยังมีกลิ่นหอมฟุ้ง

ผ้าเช็ดหน้าของคุณพระเอกล่ะ!

เอมิลแอบกรี๊ดกร๊าดอยู่ในใจ ถึงตอนที่เจอกันก่อนหน้านี้เขาจะดูนิ่งๆเพราะต้องคีพบทเป็นคนเศร้า แต่อย่าลืมสิว่าคุณพระเอกน่ะเป็นตัวละครโปรดของเขาเลยนะ! ใครบ้างได้มาเจอตัวละครที่ชอบแล้วจะไม่ตื่นเต้นน่ะ!?

ดวงตากลมโตสีฟ้าซีดจ้องมองผ้าเช็ดหน้าในมือด้วยสายตาวิบวับ

นี่สินะไอเทมที่ตัวประกอบอย่างเอมิลในต้นฉบับพกติดตัวไว้เป็นของยึดเหนี่ยวจิตใจมาตลอด!

เท่าที่เคยทั้งอ่านนิยายและเล่นเกมมา เอมิลจำได้ว่าร่างนี้หวงแหนผ้าเช็ดหน้าที่ได้รับจากพระเอกมาก เจ้าตัวเอาใจใส่ดูแลมันอย่างดีโดยไม่เคยเอามาใช้เลยสักครั้ง มากสุดก็แค่หยิบมาดูนิดหน่อยเท่านั้น ขนาดตอนตาย ร่างนี้ยังกำผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ในมือแน่นเลยคิดดูสิ

อันที่จริง จำการพบกันครั้งที่สองของร่างนี้กับพระเอกที่พบกันในโรงเรียนได้รึเปล่า? ครั้งนั้นแหละเป็นครั้งที่เอมิลเข้าไปคุยเพราะต้องการขอบคุณพระเอกและคืนผ้าเช็ดหน้า แม้ว่าตัวเองจะแอบรู้สึกเสียดายก็ตาม

แต่พระเอกที่ไม่เคยใส่ใจใครนอกจากนางเอกมีหรอจะสนใจ? อีกฝ่ายเลยปฏิเสธที่จะรับคืน เอมิลเลยเก็บมันเอาไว้ไม่ห่างตัวนับตั้งแต่นั้น

เพื่อสวมบทบาทให้แนบเนียน แสดงว่าต่อไปนี้เขาจะต้องพกผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไปไหนมาไหนด้วยแล้วสินะ?

นั่งจิบชาอ่านหนังสือริมหน้าต่างไปได้ไม่กี่ชั่วโมง เอมิลก็ได้รับจดหมายตอบกลับจากวิทยาลัยเซเลสเทียร์ในที่สุด

คนตัวเล็กยิ้มกว้าง เขารีบกุลีกุจอลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวย้ายข้าวย้ายของขึ้นรถม้าไปที่โรงเรียนทันที

พอรู้ว่าจะต้องไปโรงเรียนเดียวกับพระเอก เอมิลก็รีบเก็บของตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แถมยังให้นกเวทมนตร์ไปส่งจดหมายขอเช่ารถม้าไว้ล่วงหน้าแล้วอีกต่างหาก เขาในตอนนี้เลยเรียกได้ว่าพร้อมสุดๆ

มุ่งสู่เนื้อเรื่องหลักกันเถอะ! สู้!

ระหว่างทาง เอมิลที่นั่งอยู่ในรถม้าตัดสินใจเลื่อนดูของในร้านค้าระบบอีกรอบ เขาเพิ่งมาคิดได้ว่าทั้งการเดินและการเคลื่อนไหวของตัวเองในตอนนี้ดูกระฉับกระเฉงแบบสุดๆจนดูไม่เหมือนคนป่วย เขาเลยว่าจะมาเลื่อนหาสกิลในระบบที่พอจะช่วยได้สักหน่อย

จนกระทั่ง..

[การเคลื่อนไหวเชื่องช้า 2000 แต้ม]

[รายละเอียด : ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายทุกอย่างดูเชื่องช้า อ่อนแอ และดูไร้เรี่ยวแรงราวกับคนป่วย แต่จะทำให้ประสาทสัมผัสทุกด้านถูกยกระดับให้ดีขึ้น]

ดวงตาของเอมิลเป็นประกายวิบวับ เอาอันนี้แหละ!

[คุณได้รับ ‘การเคลื่อนไหวเชื่องช้า’]

[แต้มคงเหลือ 2,500 แต้ม]

เห็นแต้มที่ลดลงไปจนน่าใจหาย เอมิลก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา แต่เอาเถอะ ถือซะว่านี่เป็นการลงทุนก็แล้วกัน

และวินาทีที่ซื้อสกิลในร้านค้าเสร็จ เอมิลก็รู้สึกได้ว่าตัวเองเคลื่อนไหวร่างกายได้ช้าลงกว่าเดิมจริงๆราวกับติดอยู่ในโหมดภาพสโลว์ แต่ใช่ว่าสกิลนี้จะมีแต่ข้อเสียอย่างเดียว เพราะในตอนนี้ เอมิลสามารถสังเกตรายละเอียดรอบตัวได้อย่างชัดเจนราวกับว่าเขามีตาเหยี่ยวเลยเชียวล่ะ

ซูมเข้าซูมออกเพื่อมองใกล้ไกลก็ยังได้ แถมประสาทสัมผัสด้านการได้ยินและการได้กลิ่นก็ดีขึ้นกว่าเดิมราวกับได้รับประสาทสัมผัสของสัตว์นักล่ามาครองอีก

นี่มัน..สุดยอด! ถึงจะแลกมากับการที่เคลื่อนไหวได้ช้าลงก็เถอะ แต่นี่ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว!

เอมิลฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีในใจไปตลอดทาง รู้ตัวอีกที รถม้าก็มาหยุดอยู่ที่หน้าโรงเรียนแล้ว

“ขอบคุณท่านมาก” เอมิลเอ่ยขอบคุณพลางส่งยิ้มอ่อนโยนให้คนขับรถม้าเมื่ออีกฝ่ายช่วยประคองเขาลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง

เดิมทีนิสัยของเอมิลตามต้นฉบับก็เป็นคนอ่อนโยน เขาเลยต้องสวมบทเป็นคนดีคนอ่อนโยนสักหน่อย เพราะนิสัยจริงๆเขาค่อนข้าง- เอ่อ..เอาเป็นว่าช่วงเวลาที่เขาจะทำตัวอ่อนโยนก็คือตอนอยู่กับเด็กๆและตอนหัวหน้าขึ้นเงินเดือนให้เท่านั้นแหละ

ส่วนสัมภาระ เขาเก็บไว้ในแหวนมิติเพื่อความสะดวกแล้ว เพราะคนในโลกนี้ที่มีฐานะและมีเงินขึ้นมาหน่อยก็เลือกที่จะใช้แหวนมิติเก็บของกันทั้งนั้น แต่มันก็ไม่ได้ปลอดภัยเท่าไหร่เพราะสามารถโดนขโมยหรือโดนแย่งชิงไปได้

เพราะแบบนี้ ธนาคารก็เลยสำคัญมากยังไงล่ะ

“เป็นหน้าที่ขอข้าอยู่แล้วครับ แต่เอ่อ..ท่านต้องการให้ข้าไปส่งด้านในหรือไม่?”

คนขับรถม้ามองร่างของคุณชายตรงหน้าด้วยสายตาเป็นห่วง รูปร่างดูอ่อนแอผอมบางพร้อมปลิวลมเช่นนี้ แน่ใจหรือว่าจะเดินเข้าไปคนเดียวไหว?

แล้วสาวใช้ไปไหนหมด? คุณชายสุขภาพเช่นนี้ยิ่งไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียวสิ!

“ไม่เป็นไร ข้าเดินไหวครับ”

เอมิลยิ้มหวาน ร่างกายแข็งแรงราวกับนักกีฬามาเองแบบนี้ก็ต้องเดินไหวอยู่แล้วสิ ถึงอาจจะเดินช้าไปหน่อยเพราะสกิลใหม่ แต่เขาไม่มีทางเหนื่อยกับอะไรแค่นี้แน่นอน

“เช่นนั้น..ข้าขอให้ท่านโชคดี”

แม้คนขับรถม้าจะดูเป็นห่วงคุณชายน่าสงสารตรงหน้า ทว่าปกติขุนนางก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวของตนเองอยู่แล้ว เขาจึงโค้งหัวครั้งหนึ่งแล้วบังคับม้าออกไปทันที

ลับหลังคนขับรถม้า เอมิลก็เดินลิ่วเข้าไปในโรงเรียนอย่างคุ้นเคย แน่ล่ะ เขาเล่นเกมจีบหนุ่มจนจบมาทุกรูทแล้วเชียวนะ ทุกซอกทุกมุมของโรงเรียนนี้เขารู้จักหมดนั่นแหละ

แถมยังรู้ด้วยว่าจุดไหนมีไอเทมลับซ่อนอยู่บ้าง

เอมิลแอบยิ้มร้ายในใจ เขาหมายมั่นปั้นมือไว้แล้วว่าจะไปเอาไอเทมชิ้นไหนมาใช้งานบ้าง เพราะไอเทมบางชิ้นมันไร้ประโยชน์สำหรับนางเอก แต่มีประโยชน์สำหรับเขานี่นา ดังนั้นเอามาให้เขายืมใช้ก่อนสักหน่อยจะเป็นอะไรไป เดี๋ยวพอเขาตาย ของทุกอย่างก็กลับคืนสู่คลังหลวงหมดอยู่ดี

ระหว่างทางเดินไปอาคารรายงานตัว เอมิลต้องเดินๆแล้วหยุดเป็นระยะจากผลของสกิล เพราะสกิลนั่นบังคับให้เขายืนพักหายใจหลังเดินทุกๆยี่สิบก้าวน่ะสิ!

สมกับเป็นคนป่วยจริงๆ เขาไม่ต้องแสดงอะไรเพิ่มเติมก็ดูแนบเนียนแล้ว

เอมิลถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ เขาใช้เวลาที่เสียไปในการสำรวจพื้นที่และสภาพแวดล้อมโดยรอบไปด้วย

จะว่าไป ฉากที่เอมิลต้องเอาผ้าเช็ดหน้าไปคืนก็อยู่ช่วงต้นเรื่องนี่นา แล้วนี่เขาต้องเอาไปคืนตอนไหนล่ะเนี่ย? หรือเจอคุณพระเอกตอนไหนก็คืนตอนนั้นเลย?

..ไม่รอให้ได้คิดนาน สายตาที่ดีผิดมนุษย์ปกติก็เหลือบไปเห็นร่างสูงกำยำของคุณพระเอกที่กำลังมุ่งหน้าไปยังหอรับภารกิจพอดี

ตามนิยาย พระเอกต้องการขึ้นไปชั้นสูงๆของหอสมุดเพื้อหาวิธีควบคุมพลังธาตุมืดของตัวเอง ซึ่งนอกจากตัวของพระเอกแล้ว จะไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายมีธาตุมืด คนนอกจะรับรู้แค่ว่าพระเอกมีธาตุสายฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ธาตุมืดเป็นธาตุเดียวกันกับที่ราชินีปีศาจมี มันควบคุมได้ยากมาก ทั้งยังทำให้ผู้ครอบครองถูกพลังควบคุมได้ง่าย พลังที่ใช้ฆ่าตระกูลสายรองของตัวเองก็คือพลังธาตุมืดนี่แหละ ทุกคนเลยเข้าใจว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นอุบัติเหตุกันหมด

ซึ่งแท้จริงแล้ววิธีควบคุมธาตุมืดก็ง่ายแสนง่าย คือต้องควบคุมมันด้วยความรัก ดังนั้นพอพระเอกรักนางเอกเมื่อไหร่ เดี๋ยวอีกฝ่ายก็ควบคุมพลังได้ดีขึ้นเองแหละ

..ก็สมกับเป็นนิยายรักดี

แต่ช่างเรื่องนี้ไปก่อนเถอะ เขาอุตส่าห์ได้เจอพระเอกแล้วทั้งที นี่แหละโอกาสในการเพิ่มแต้มร้านค้าของเขา!

และราวกับระบบรู้ใจ..

[แจ้งเตือน! คุณได้รับภารกิจย่อย]

[ภารกิจย่อย : พูดคุยกับพระเอก]

[รางวัล : แต้มร้านค้า 500 แต้ม]

[ล้มเหลว : กลายเป็นเจ้าชายนิทรา 3 วัน]

หา..!? เดี๋ยวนี้ระบบมันหัดมีบทลงโทษแล้วหรอ!?


มาแล้วค่า ส่วนเวลาในการอัพก็เหมือนกับเรื่องก่อนๆเลยค่ะ เราจะพยายามมาอัพทุกวัน ยกเว้นว่าวันไหนจะไม่ว่างจริงๆก็จะเลื่อนไปลงวันถัดไปแทน

ช่วงแรกๆจะรายละเอียดค่อนข้างเยอะเพราะไม่อยากให้งง อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ!

#เอมิลจะปกป้องพระเอก

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...