เกิดใหม่มาเป็นนางมารร้ายของสองพ่อลูกในยุค 80s
ข้อมูลเบื้องต้น
เกิดใหม่มาเป็นนางมารร้ายของสองพ่อลูกในยุค 80s
คำโปรย
………………..
ใครจะไปคิดว่านอนหลับอยู่ดีๆ ตื่นมาอีกทีมาอยู่ในยุค 80s ซ้ำยังมาอยู่ในร่างของหญิงที่มีลูกและสามีแล้ว ทว่าลูกและสามีสุดที่รักทั้งสอง ดันเกลียดขี้หน้าเธอนะสิ เหอะ! เชื่อสิว่าชีวิตของหานเย้าต่อไปนี้ไม่ง่าย
เรื่องย่อ
………………..
นิยายพูดถึงเรื่องราวของสาวโสดที่ทะลุมิติไปเกิดใหม่ในยุค 80s แต่ดันโชคร้า่ยไปอยู่ในร่างของนางมารร้ายที่สองพ่อลูกเกลียดขี้หน้า เพราะนางคนนี้เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ หล่อนเอาแต่รังแกลูกชายของตัวเองและดุด่าสามี ทำให้สองพ่อลูกต้องเจ็บระทมนานนับหลายปี ความจนที่มีก็ทรมานมากพอแล้ว นางยังทำให้เรื่องมันเลวร้ายเข้าไปอีก
ส่วนเธอที่ต้องมาเกิดใหม่ในร่างของนางมารคนนี้จะต้องรับกรรมแทนสินะ เอาแหละ!ในเมื่อเลือกเกิดไม่ได้ กลับไปยังโลกปัจจุบันเหมือนเดิมก็ไม่ได้ อย่างนั้นเธอจะทำให้ครอบครัวใหม่นี้กลายเป็นครอบครัวสุขสันต์ และเธอจะต้องหาเงินให้ได้มากๆเพื่อหลุดพ้นจากความยากจนที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้
ชี้แจง
………………..
นิยายเรื่องเกิดใหม่มาเป็นนางมารร้ายของสองพ่อลูกในยุค 80sเป็นนิยายจีนแนวสุขนิยมเน้นอ่านเพื่อความสุขและความบันเทิงเท่านั้น
นิยายเรื่องเกิดใหม่มาเป็นนางมารร้ายของสองพ่อลูกในยุค 80sแต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง ห้ามคักลอกดัดแปลงหรือทำซ้ำ สถานที่เหตุการณ์เกิดจากจินตนาการ ไม่มีการอ้างประวัติศาสตร์แต่อย่างใด
นามปากกา : ข้าอยากรวย
ทะลุมิติมาอยู่ในร่างแม่ใจร้ายยุค 80s
“พ่อครับ เธอจะตายไหม?” เสียงเด็กน้อยหน้าตามอมแมมเงยหน้าถามคนเป็นพ่อ
“แม่ของลูกแค่สลบไปเท่านั้น” เสียงราบเรียบว่าด้วยความเบื่อหน่ายปนไม่พอใจ หากว่าพระเจ้าเข้าข้างเขากับลูกชายตัวน้อย ผู้หญิงที่นอนอยู่ตรงนี้ต้องตายไปแล้ว
“มะไม่ ผมไม่มีแม่ใจร้ายอย่างผู้หญิงคนนี้” ตั้งแต่จำความได้เสี่ยวหานไม่เคยเรียกหานเย้าว่าแม่เลยสักครั้ง เพราะว่านางไม่เคยทำตัวเป็นแม่ที่ดี คอยแต่รังแกเสี่ยวหานกับพ่อ
‘เสียงเด็กที่ไหนกัน’ หานเย้ากำลังสับสนกับสิ่งที่ได้ยิน ในห่วงแห่งหนึ่งนางมองเห็นแต่ความมืดมิด มีเพียงเสียงเด็กน้อยเจื้อยแจ้วที่เธอพอจะได้ยิน
“อะโอ๊ย….” มือเรียวยกขึ้นมากุมศีรษะ ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะหรี่มองไปยังรอบๆ
“พ่อเธอฟื้นแล้ว…” เมื่อร่างบางลุกขึ้นเด็กน้อยจึงกระโดดหนีด้วยความกลัว
“ลูกดูแม่ของลูก พ่อจะออกไปหาของป่า” เสียงเข้มของหานลู่ว่าก่อนจะเดินหนีออกไปเลย
“พะพ่อ อย่าทิ้งผมไว้กับนางปีศาจ! พ่อครับ!” หื้ม…เด็กคนนี้ว่าอะไรนะ นางปีศาจอย่างนั้นเหรอ
เมื่อรู้สึกตัวร่างบางจึงสำรวจมองรอบๆ ก่อนจะพบว่าในบริเวณนี้มีเพียงแค่เธอกับเด็กน้อยเพียงสองคนเท่านั้น
นั่นก็หมายความว่าเด็กคนนี้ว่าเธอเป็นปีศาจเหรอ………
หานเย้าได้แต่คับแค้นใจก่อนจะสังเกตว่าตอนนี้ตัวเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องนอน แต่กลับมานอนอยู่ในบ้านโบราณแห่งหนึ่ง
ย๊า! นี่เธอทะลุมิติมาอยู่ในอีกยุคอย่างนั้นเหรอ ดูจากสไตล์บ้านแล้วน่าจะเป็นยุค 80s
“สะเสี่ยวหาน ฉันเป็นแม่ของลูกไม่ใช่นางปีศาจ!” ตอนนี้เธอจำเรื่องราวทุกอย่างได้แล้ว
เธอเข้ามาอยู่ในอีกมิติหนึ่งซึ่งเป็นยุค 80s ชื่อของผู้หญิงคนนี้ชื่อเหมือนกันกับเธอในมิติปัจจุบัน
ทว่าในมิตินี้เธอกลับแต่งงานและมีลูกแล้ว หนำซ้ำเธอยังเป็นนางมารร้ายสำหรับทุกคนด้วย เป็นผู้หญิงที่ทั้งลูกและสามีรังเกียจ
อยากจะบ้าตาย! แล้วเธอจะรับมือกับลูกชายจอมดื้อที่อยู่ตรงหน้ายังไง ดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะเกลียดชังเธอมากเลย
“มะไม่เสี่ยวหานไม่อยากมีแม่เป็นนางปีศาจ”
“เอ่อ…..” ดูสิเธอโชคร้ายมากแค่ไหน ที่มาอยู่ในร่างของหญิงผู้นี้ แม้แต่ลูกชายของนางยังรังเกียจนางที่เป็นแม่ของตัวเองเลย
“เธอกินไก่ย่างของผมจนหมด ใจร้าย!” เสี่ยวหานน้อยว่าก่อนจะชี้นิ้วไปยังไก่ย่างที่เหลือเพียงซากเท่านั้น
โอ้วว…จริงสิก่อนที่เจ้าของร่างเดิมจะตายจากไป นางกินไก่ย่างตัวใหญ่เพียงคนเดียวจนหมด ความตะกละของนางจึงทำให้สำลักไก่จนตาย
แล้วเธอก็มาเกิดในร่างของหญิงตะกละคนนี้ ช่างโชคร้ายจริงๆ
“แม่ขอโทษนะจ๊ะ” เอาล่ะ ในเมื่อได้มีโอกาสมาเกิดใหม่แล้ว เธอจะทำตัวน่ารังเกียจแบบเจ้าของร่างเดิมไม่ได้
“เธอ…” อะไรกัน นางดูเปลี่ยนไป แม่ของเสี่ยวหานเหรอจะเอ่ยคำขอโทษ ทุกครั้งก็เอาแต่โทษเขากับพ่อ
โทษว่าเสี่ยวหานเกิดมาทำให้นางลำบากเพราะแย่งอาหารนางกิน โทษพ่อว่าไม่เอาไหนไม่สามารถเลี้ยงดูนางให้ดีได้
“เอ่อ เสี่ยวหาน เอาอย่างนี้ไหมเพื่อเป็นการไถ่โทษแม่จะทำอาหารให้ลูกกิน” เอาเถอะ ลูกของเธออาจจะหิวมากก็ได้ที่เธอไปแย่งไก่ย่างกิน เลยยังโมโหหิวอยู่
“ไม่! ผมกลัวถูกวางยาพิษ!” เด็กชายตัวน้อยปฏิเสธเสียงแข็ง
“แม่ไม่….” ดูเหมือนว่านางจะลืมไปว่าเมื่อหลายวันก่อนที่หานเย้าตัวจริงจะตาย นางเคยรั้นวาจาเอาไว้ว่า
‘หากว่าแกแย่งซุบหน่อไม้ของฉันกิน ฉันจะวางยาพิษแกให้ตาย’ วันนั้นนางกินซุบหน่อไม้คนเดียวไม่เหลือไว้ให้เสี่ยวหานและสามีของนาง
“ฮ่า ฮ่า ลูกรักอย่าคิดมากเลย แม่ไม่ทำอย่างนั้นหรอก” มาถึงตอนนี้นางต้องยิ้มสู้สิ ต้องหาวิธีไม่ให้เสี่ยวหานลูกชายของนางกลัวนางอีก
“เธอผีเข้าเหรอ?” นั้นแม่ของผมจริงๆอย่างนั้นเหรอ ตั้งแต่เกิดมาแม่ไม่เคยพูดกับผมว่าลูกรักเลย ทำไมครั้งนี้ถึงได้เปลี่ยนไปล่ะ ลูกรักอะไรกันเสี่ยวหานได้ยินแล้วขนลุก
“ห๊ะ!” ย๊า!ดูเหมือนว่าวีรกรรมของหานเย้าคนก่อนจะร้ายไม่น้อย กระทั่งลูกชายตัวน้อยยังมองนางเป็นเหมือนเด็กเลี้ยงแกะแบบนี้
“หรือว่าเธอจะเป็นวิญญาณของไก่ย่างตัวนั้น” เด็กน้อยวิ่งไปหลบหลังประตูบ้านเพราะคิดว่าในร่างของแม่ตัวเองมีวิญญาณผีไก่เข้าสิงสู่
วิญญาณไก่บ้าบอสิ!
ลูกชายสุดที่รักตั้งฉายาใหม่ให้เธออีกแล้ว
“มาจ๊ะ วันนี้แม่ทำผัดแตงกวากับทอดไข่เจียวให้ลูกกับพ่อทานด้วยนะ” หลายวันมาแล้วที่หานเย้าพยายามทำดีเพื่อให้สองพ่อลูกไว้ใจเธอ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองจะระแวงเธอมากกว่าเดิมอีก
“…….” คนทั้งสองมองอาหารตรงหน้าด้วยสีหน้าสยดสยอง
“นี่อะไร” หานลู่ชี้ไปที่เมนูหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามภรรยาตรงหน้า
“อ้อๆนี่นะเหรอ ผัดแตงกวายังไงล่ะ” หานเย้าตอบด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อก่อนในยุคปัจจุบันเธอไม่เคยทำอาหารอะไรแบบนี้
ครั้งนี้เพื่อลูกชายสุดที่รักและสามีตรงหน้าแล้ว เธอจึงตั้งใจทำอาหารให้คนทั้งสองกิน
“พ่อครับ เธอวางยาพวกเราหรือเปล่า” แต่ดูเหมือนว่าลูกชายของเธอจะยังกลัวแม่คนนี้อยู่
“มะไม่เลยลูกรัก แม่จะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”
“แล้วทำไมกับข้าวถึงหน้าตาเป็นแบบนี้ล่ะ” อาหารทั้งสองจานนี้มองยังไงก็แยกไม่ออกเลยว่าจานไหนเป็นผัดแตงกวา จานไหนเป็นทอดไข่เจียว
เพราะทั้งสองจานนั้นไหม้เกรียมจนหมด……..
“เธอเก็บไว้ทานเองเถอะ ฉันกับลูกจะกินแค่ข้าวเปล่า” เสียงเรียบว่า หากจะให้ลูกชายของเขากินอาหารทั้งสองจานนี้ เสี่ยวหานจะต้องท้องเสียแน่นอน
“อะ ได้ยังไงกัน” ไอ้บ้า! เธออุตส่าห์ทำตั้งนานแต่กลับพูดแบบนี้ ไม่คิดจะรักษาน้ำใจภรรยาของตัวเองหรือยังไง
“ทำไมจะไม่ได้ ก่อนหน้านั้นเราสองคนพ่อลูกก็กินข้าวเปล่าเกือบทุกวัน” หานลู่ว่าด้วยสีหน้าราบเรียบก่อนจะใช้ตะเกียบคีบข้าวเปล่ากินหน้าตาเฉย
“อืม ผมก็จะกินข้าวเปล่ากับพ่อ” เด็กน้อยพยักหน้ามองร่างสูงของคนเป็นพ่อกินข้าว ก่อนจะลงมือกินตามอย่างคนเป็นพ่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“……..” อะไรกันชายทั้งสองคนนี้ประชดเธอหรือเปล่า ไม่คิดจะให้โอกาสเธอปรับปรุงตัวหน่อยเหรอ
“หากว่าลูกกับพ่อของลูกไม่เชื่อแม่ อย่างนั้นแม่ก็จะกินให้ดู” สิ้นสุดคำ ร่างบางจึงนั่งลงกินข้าวพร้อมกับผัดแตงกวาเข้าปากด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย
แค๊ก แค๊กๆ!
“เค็มชะมัด!” ทั้งเค็มทั้งไหม้กินไม่ได้เลยสักนิด เธอไม่คิดว่าอาหารที่ทำครั้งแรกจะมีรสชาติแบบนี้
สองพ่อลูกมองหน้ากันด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าหญิงสาวจะกล้ากินอาหารตรงหน้าจริงๆ
“มะแม่ว่า…แม่กินข้าวเปล่าด้วยคนดีกว่า” หานเย้าว่าก่อนจะกินข้าวเปล่าด้วยความจำใจ
เธอไม่คิดเลยว่าการทำหน้าที่ภรรยาและแม่ที่ดีมันจะลำบากขนาดนี้ แม้แต่เรื่องทำอาหารง่ายๆเธอยังทำไม่เป็น แล้วอย่างนี้ลูกชายตัวน้อยและสามีจะมองเธอยังไง
คงมองเธอเป็นเพียงแม่และภรรยาใจร้ายเหมือนเมื่อก่อนอีกแน่
……………
“ดูแลลูกให้ดี ฉันจะเข้าไปในเมืองหางานทำ” หลายวันมาแล้วที่สามีของเธอออกไปหางานทำ แต่ว่าไม่มีที่ไหนรับเขาเข้าทำงานเลย
“อืมๆสามีไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะดูแลลูกของเราให้ดีเลย” ร่างบางรับปากเพราะไม่อยากให้หานลู่ต้องเป็นกังวล
“พ่อให้ผมไปด้วยสิครับ ผมไม่อยากอยู่กับเธอ” เด็กน้อยวิ่งเข้าไปเกาะขาคนเป็นพ่อ เพราะว่าเด็กน้อยไม่อยากจะอยู่ใกล้คนเป็นแม่เลยสักนิด เพราะเขากลัวแม่รังแกเขาอีก….
“ลูกอย่าดื้อ” ใช่ว่าเขาจะไว้ใจภรรยาแสนชังคนนี้ แม้จะห่วงลูกชายตัวน้อยแต่เขาก็ไม่อยากพาเสี่ยวหานไปลำบากด้วย
“พ่อครับ…”
“ลูกรักจ๊ะ ไม่ได้ยินที่พ่อของลูกบอกเหรอ อย่าดื้อสิจ๊ะ” หานลู่ยกยิ้มอย่างชอบใจ
หึ เจ้าลูกชายตัวแสบไม่อยากอยู่กับเธออย่างนั้นเหรอ แต่ต้องเสียใจด้วยที่ลูกต้องอยู่กับแม่ในระหว่างที่พ่อไปหางานทำ
“พ่อผมกลัว” เสี่ยวหานที่ได้ยินประโยคนี้ได้แต่หันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากคนเป็นพ่อ เพราะแม่ของเขานั้นมีท่าทีแปลกไปมาก
“ละลูกว่าไงนะ!” กลัว? นี่ลูกของเธอยังคงคิดว่าเธอเป็นวิญญาณไก่มาสิงสู่ร่างของแม่ตัวเองอีกเหรอ
“พ่อ นางยักษ์แยกเขี้ยวใส่ผม”
“ห๊ะ! นางยักษ์?” ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ลูกชายตัวแสบตั้งฉายาใหม่ให้เธอ ก่อนหน้านั้นก็นางปีศาจ มาตอนนี้เธอกลับได้ชื่อใหม่เป็นนางยักษ์
โอ้วว….เจ้าลูกชายคนนี้ช่างรักเธอมากจริงๆ
“เธออย่ารังแกลูกให้มาก อย่าให้ฉันหมดความอดทน” หานลู่ขู่ภรรยา ที่ผ่านมาเขาหลับตาข้างหนึ่งทำเป็นมองไม่เห็นว่านางรังแกลูกยังไง แต่ดูเหมือนว่านับวันมันจะยิ่งมากเกินไป
ดังนั้นเขาจะไม่ปล่อยให้เรื่องมันเป็นอย่างนี้อีก หากว่าเธอทำอะไรเสี่ยวหานเขาจะไล่เธอให้ไปอยู่ที่อื่น
“อะแฮม สามีไม่ต้องห่วงไปหรอก เดี๋ยวฉันจะช่วยดูลูกเอง” น่ากลัวเกินไปแล้วหากว่าวันใดที่เธอเผลอ ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้จะกินหัวเธอหรือเปล่า ดูจากสายตาคู่นั้นคงแค้นเธอไม่น้อย
“อย่าเรียกฉันว่าสามี…” ได้ยินหญิงตรงหน้าเรียกเขาอย่างนี้แล้วมันเคืองหูเหลือเกิน รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ได้รักเธอและไม่คิดจะแต่งงานกับเธอ
ที่เรื่องทุกอย่างมันลงเอยแบบนี้ นั่นไม่ใช่เพราะความคิดชั่วๆของเธออย่างนั้นเหรอเขาถึงได้มาแต่งงานกับเธอ
เธอจะต้องเร่งหาเงินเพื่ออนาคตของลูกและครอบครัว
ลับหลังสามีหนุ่มเจ้าลูกชายกลับตั้งหน้าตั้งตาจะหนีออกจากบ้านไปให้ได้ เพียงแต่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากคนเป็นแม่
“…….”
“ลูกรักมองแม่ทำไมจ๊ะ” ดูสายตากลมๆคู่นั้นที่มองเธอสิ คงจะโกรธไม่น้อยที่เธอไม่ยอมให้เขาออกไปเล่นกับเพื่อน
ไม่ใช่ว่าหานเย้าไม่อยากให้เจ้าตัวน้อยออกไปเล่นข้างน้อย เพียงแต่เธออยากจะให้ลูกได้แบ่งเวลาในการเที่ยวเล่นและร่ำเรียนตำรา
นางหานเย้าคนเดิมไม่แม้แต่จะให้ลูกชายเข้าเรียนหนังสือด้วยซ้ำ นางกลัวว่าเงินที่สามีหามาจะหมดไปกับค่าเล่าเรียนของลูกชาย นางจึงไม่ได้สนใจเรื่องอนาคตของเสี่ยวหาน
“ผู้หญิงใจร้าย!” ทำไม? ผู้หญิงคนนี้ถึงไม่เหมือนกับแม่คนอื่นๆของเพื่อนเขาเลยเอาแต่จะรังแกเขาแค่จะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ผู้หญิงตรงหน้ายังไม่ยอมให้ไปเลย
“…….” หานเย้ามองดวงตาของลูกชายที่รื้อไปด้วยก้อนน้ำตาด้วยความปวดใจ
เธอรู้ว่าทุกอย่างต้องใช้เวลา การที่เธอทำดีกับเขาสองคนพ่อลูกเพียงไม่กี่วัน มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่สองพ่อลูกมีต่อเธอได้
ดังนั้นเธอจะพยายามทำให้ลูกชายเห็นเองว่าเธอรักและหวังดีกับเขา และจะไม่ทำตัวเหมือนหานเย้าเจ้าของร่างเดิมคนนี้อีก
“เสี่ยวหานจ๊ะ” ร่างบางเดินเข้าไปใกล้ลูกชายตัวน้อย ก่อนจะยื่นมือเข้าไปโอบกอดคนตรงหน้า
เธออยากให้เขารับรู้ว่าเธอไม่ได้ใจร้ายกับเขาผ่านอ้อมกอดของเธอ ต่อไปนี้มือคู่นี้ของเธอจะไม่รังแกลูกชายอีกแล้ว แต่จะเป็นที่กำบังคอยปกป้องลูกชายตัวน้อยเอง
“……” เด็กน้อยตัวแข็งทื่อ ไม่คิดว่าผู้หญิงใจร้ายจะเดินเข้ามากอดเขาแบบนี้
ความรู้สึกนี้คืออะไร? อ้อมกอดของแม่มันอบอุ่นขนาดนี้เลยเหรอ
“เสี่ยวหานจ๊ะ แม่รู้ว่าที่ผ่านมาแม่ทำไม่ดีกับลูก แม่เสียใจที่เคยทำแบบนั้นกับลูกและพ่อ แม่ขอโทษนะ” ร่างบางว่าก่อนจะกอดเด็กน้อยตรงหน้าแน่นกว่าเดิม
“เธอ…” ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรไป เขาไม่เคยคิดเลยว่าแม่ที่เคยร้ายกาจจะเข้ามากอดเขาและเอ่ยขอโทษแบบนี้
“แม่รู้ว่าลูกยังโกรธ แต่ว่าลูกรักให้โอกาสแม่ได้ทำอะไรเพื่อลูกได้ไหม” มือเรียวยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาลูบแก้มกลมทั้งสองข้างอย่างรักใคร่
“……..”
“เสี่ยวหานจ๊ะ ให้แม่ได้ปรับปรุงตัวเป็นแม่ที่ดีของลูกได้ไหม?” บางทีการแสดงความรักให้เด็กน้อยตรงหน้าได้รับรู้ก็อาจเป็นเรื่องที่ดี
เธอรู้ว่าตั้งแต่ลูกชายเกิดมาหานเย้าไม่เคยกอดลูกชายตัวน้อยเลย หากว่าลูกร้องไห้งอแง หานเย้าก็มักจะให้สามีเป็นคนดูแลลูกปลอบลูก
เด็กน้อยเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินประโยคนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาชอบมากเวลาที่คนตรงหน้ากอดเขาเหมือนเมื่อกี้
หากว่าเขายอมที่จะเชื่อผู้หญิงตรงหน้า เธอจะไม่กลับไปใจร้ายใส่เขาอีกหรือเปล่า
“ว่ายังไงจ๊ะ” ดูท่าทางที่หนักใจแบบนั้นแล้วมันน่าเอ็นดูจริงๆ ไม่รู้ว่าหานเย้าคนเดิมกล้ารังแกลูกชายของตัวเองได้ยังไงกัน
“ให้ผมไปเล่นกับเพื่อนสิ”
“เอ่อ….” ที่เธอไม่อยากให้ลูกไปเล่นกับเพื่อนก็เพราะเธออยากให้ลูกอยู่บ้านหัดอ่านตำราหนังสือ
หากว่าหานลู่สามีของเธอหางานทำได้แล้ว เธอจะเก็บเงินเอาไว้เป็นค่าเล่าเรียนหนังสือให้ลูกชาย อีกส่วนหนึ่งจะเก็บเอาไว้ลงทุน
หากจะอยู่ที่บ้านนอกอีกต่อไป อนาคตข้างหน้าทั้งเสี่ยวหานและครอบครัวของเราต้องลำบากแน่ เพราะในมิติปัจจุบันหรืออีกหลายสิบปีข้างหน้า คนที่มีเงินตราคือคนที่มีโอกาสมากที่สุด
ดังนั้นเธอจะยังใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้อีกต่อไปไม่ได้ เธอจะต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด
“โกหก!” ไหนบอกว่าอยากเป็นแม่ที่ดีไง แค่เขาขอออกไปเล่นกับเพื่อนแป๊บเดียวก็ไม่ได้ เสี่ยวหานคิดในใจ
“มะไม่จ๊ะ มันไม่ใช่อย่างที่ลูกคิดนะ แม่แค่อยากให้ลูกแบ่งเวลาอ่านหนังสือ”
“ผมอ่านหนังสือไม่ออก” จะอ่านได้ยังไงกัน เขาเป็นเด็กโง่จะอยู่บ้านอ่านหนังสือได้ยังไง
“เดี๋ยวแม่สอนลูกเอง” ลูกรักลืมไปหรือเปล่าจ๊ะ ว่าลูกยังมีแม่สุดสวยอยู่ตรงหน้าทั้งคน
“เธออ่านหนังสือออกเหรอ” เสี่ยวหานว่าด้วยความตื่นเต้น ในหมู่บ้านไม่มีใครที่อ่านหนังสือได้เลย แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับบอกเขาว่าเธอจะสอนเขาอ่านหนังสือ
“แม่อ่านออกสิจ๊ะ” เอาเถอะ แม้ว่าร่างบางจะไม่พอใจกับสรรพนามที่ลูกรักตรงหน้าเรียกเธอ แต่หานเย้ารู้ว่าอีกไม่นานลูกจะต้องเรียกเธอว่าแม่แน่นอน
“ผมไม่เชื่อ!” จะเป็นไปได้ยังไง ขนาดคุณพ่อหานลู่ที่เก่งกาจยังอ่านหนังสือไม่ได้เลย
“งั้นเย็นนี้ หลังจากที่ลูกกลับมาจากเล่นกับเพื่อน แม่จะสอนลูกอ่านหนังสือดีไหมจ๊ะ” คอยดูเถอะลูกรัก แม่คนนี้จะทำให้ลูกดูว่าแม่นั้นเก่งแค่ไหน
“…….”
“เอ่อ เป็นอะไรไปจ๊ะ”
“แต่บ้านเราไม่มีหนังสือ” ผู้หญิงตรงหน้าจะสอนเขายังไงกัน อย่าว่าแต่หนังสือเลยกระดาษสักแผ่นก็ไม่มี
“อะแฮม เรื่องหนังสือเดี๋ยวแม่จัดการเองจ๊ะ”