โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟ้อง AD อะลูมิเนียมจีนถล่มไทย ทุบ 14 โรงงานเดี้ยง ฉุดจีดีพีประเทศ 3 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2565 เวลา 02.19 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 08.49 น.

อะลูมิเนียมจีนถล่มไทยทุบอุตสาหกรรม 3 หมื่นล้านเดี้ยง 14 โรงงานทนไม่ไหวรวมตัวร้องพาณิชย์เปิดไต่สวนเก็บภาษีเอดีสินค้านำเข้า หวั่นรอช้าอีก 2-3 ปี ตลาดหาย 50% กระทบการจ้างแรงงาน 1 หมื่นคน อุตฯต่อเนื่องยานยนต์-เครื่องใช้ไฟฟ้า-ก่อสร้างต้นทุนพุ่ง

นายสุพัฒน์ รัตนศิริวิไล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเม็ททอล อลูมิเนียม จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่ากลุ่มโรงงานผู้ผลิตอะลูมิเนียมขึ้นรูปได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) ให้เปิดไต่สวน เพื่อพิจารณาใช้ภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าเหล็กอะลูมิเนียมขึ้นรูปที่นำเข้าจากจีน

หลังพบว่าราคาอะลูมิเนียมจีนถูกกว่าไทย 30% และอัตราภาษีนำเข้าก็เป็น 0% ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยอดนำเข้าจากจีนโตขึ้น 100% จนปัจจุบันจีนมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 10% เป็น 30% ดังนั้นหากไม่มีการดำเนินการอะไรคาดว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจีนจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มถึง 50%

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนสามารถแข่งขันด้วยราคาที่ต่ำมาก เพราะภายในมีนโยบายประเทศจีนมีนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรม สามารถขอรัฐสนับสนุนการตั้งโรงงานได้ ซึ่งปัจจุบันจีนถือเป็นผู้ผลิตเหล็กอะลูมิเนียมที่ครองอันดับ 1 ของโลก ประมาณ 60% ของกำลังการผลิตโลก 70-80 ล้านตัน หรือคิดเป็นตัวเลขประมาณ 40 ล้านตันต่อปี

ที่ผ่านมาจึงไม่แปลกที่หลาย ๆ ประเทศได้ประกาศเอดีกับจีนไปแล้ว ไม่ว่าเป็น ออสเตรเลีย อเมริกา สหภาพยุโรป เลบานอน อิรัก และเวียดนาม มากันประมาณ 3-5 ปีแล้ว เพราะสู้ไม่ได้

สำหรับตัวเลขการนำเข้าสินค้าจากจีน ในปี 2560 มีการนำเข้า 18,622 ตัน มูลค่า 1,816 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 54.29% จากการนำเข้าทั้งหมด และเพิ่มต่อเนื่อง โดยในปี 2561 เพิ่มเป็น 23,419 ตัน มูลค่า 2,105 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 58.26% ในปี 2562 ปริมาณ 33,413 ตัน มูลค่า 2,668 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 70.11% และปี 2563 ปริมาณ 36,850 ตัน มูลค่า 2,994 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 
73.89%

“ตอนนี้ในกลุ่มมี 14 โรงงาน เรามีกำลังการผลิต 70% ของไทยที่มีทั้งหมด 40 กว่าโรงงาน เราเป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำทำมา 50 ปีแล้ว ที่ป้อนวัตถุดิบให้กับกลุ่มก่อสร้าง อุตสาหกรรมยานยนต์ รถอีวี ชิ้นส่วนอากาศยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ช่วยจีดีพีประเทศปีละ 30,000 ล้านบาท”

นายสุพัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้น 6 โรงงานฟ้อง และให้ข้อมูลไปแล้ว ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศก็ไม่ได้ละเลยเรื่องนี้ อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเอดี เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติและมีการจ้างงานมากกว่า 10,000 คน

“การผลิตในประเทศปัจจุบันถือว่ามีเพียงพออยู่แล้ว ผลิตได้ 2-3 แสนตัน ใช้ 1 แสนตัน ที่เหลือส่งออก 10-20% โดยตลาดใหญ่สุดเป็นอเมริกา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และ CLMV แต่เมื่อมีการนำเข้าจากจีนมาทำให้อุตสาหกรรมอะลูมิเนียมต้องลดกำลังการผลิต เพราะสู้ไม่ได้ รัฐไม่ต้องห่วงว่าการพิจารณาเอดีจะช่วยผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายถือครองตลาด เพราะอุตสาหกรรมเราไม่ได้มีรายใหญ่ครองส่วนแบ่งตลาด แต่มีผู้ผลิตจำนวนมาก”

นอกจากเรื่องเอดีแล้ว ทางกลุ่มมองถึงแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมว่าจะทำอย่างไร จำเป็นต้องให้รัฐช่วยสนับสนุนหรือไม่ เพราะสถานการณ์ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมนี้ไม่เพียงได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าจากจีน แต่ต้นทุนการผลิตจากวัตถุดิบเหล็กนำเข้าที่ต้องนำเข้า 100% ก็ปรับราคาขึ้นตามราคาน้ำมัน จากเดิมช่วงโควิด 1,400 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มเป็น 3,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน

นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีกำหนด 30 วันภายหลังจากวันที่ประกาศราชกิจจานุเบกษาเปิดไต่สวนเอดีเมื่อวันท่ี 3 ธันวาคมที่ผ่านมา จากนั้นจะต้องดูว่าครบถ้วนหรือไม่ ต้องขอข้อมูลเพิ่มหรือไม่ แล้วจึงจะสรุปเสนอต่อ ทตอ.ได้

ทั้งนี้ ประกาศเปิดไต่สวนเอดีนั้น นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ลงนามประกาศเปิดไต่สวนเอดีเหล็กอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูป 8 พิกัด ที่นำเข้าจากจีน ก่อนที่จะย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์

ซึ่งเป็นไปตามคำร้องของผู้ผลิตไทย 6 ราย คือ บจ.โกลด์สตาร์เมททอล, บจ.ซิมเมอร์ เมตัล สแตนดาร์ด, บจ.ไทยเม็ททอล อลูมิเนียม, บจ.เมืองทองอุตสาหกรรม อลูมีเนียม, บจ.ยูไนเต็ด อลูมิเนียม อินดัสตรี้, บจ.อลูเม็ท และ บจ.แอลเมทไทย โดยพบว่าสินค้าจีนมีการทุ่มตลาดในอัตรา 34.71% ของราคา ซีไอเอฟ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...