โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

6 อาหารช่วยลดเสมหะเหนียวข้น บรรเทาไอ ที่แพทย์แนะนำ!

GedGoodLife

อัพเดต 07 มี.ค. 2566 เวลา 12.20 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2565 เวลา 11.21 น. • GED good life ชีวิตดีดี

ใครที่มีเสมหะเยอะ มีเสมหะเป็นประจำ มารวมกันทางนี้เลย!! เพราะเสมหะที่มีมากจนเกินไป อาจทำให้คุณรู้สึกอึดอัด ไม่สบายคอ แถมยังเสียบุคลิกภาพอีกด้วย! วันนี้ Ged Good Life จึงขอเสนอ “6 อาหารช่วยลดเสมหะเหนียวข้น” ที่แพทย์แนะนำ ใครที่มีเสมหะเยอะ ต้องไม่พลาด ควรหามากินกันแล้วล่ะ จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย!

6 อาหารช่วยลดเสมหะเหนียวข้น

นพ.วินัย โบเวจา หมอโรคปอดและทางเดินหายใจ ได้กล่าวไว้ในช่อง Youtube ส่วนตัวว่า “เทคนิคที่ผมใช้ในการลดเสมหะ คือ ผัก ผลไม้ สมุนไพรพื้นเมือง โดยอาศัยฤทธิ์ละลายเสมหะ ลดการอักเสบ ต่อต้านอนุมูลอิสระ และบางรายอาศัยฤทธิ์การยับยั้งการเจริญของเชื้อโรคไวรัส และแบคทีเรีย” โดยมี 6 อาหาร ดังนี้

1. กระเทียม (Garlic)

การกินกระเทียมช่วยลดเสมหะ ช่วยทำให้เสมหะไม่เหนียว ไม่ข้น และทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจลดการอักเสบ ลดสารอนุมูลอิสระได้

วิธีกินเพื่อช่วยละลายเสมหะ : กินสด 1-3 เม็ด หรือคั้นกระเทียมกับน้ำมะนาว แล้วเติมเกลือใช้จิบหรือกวาดคอก็ได้

สรรพคุณอื่น ๆ ของกระเทียม : บรรเทาหวัด รักษากลากเกลื้อน ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในทางเดินอาหาร ช่วยสมานแผล ต้านเชื้อรา มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ ลดอาการแน่น จุกเสียด เป็นต้น

2. ขิง (Ginger)

ขิง เป็นสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ มีฤทธิ์เผ็ดร้อน และมีเอนไซม์ช่วยละลายเสมหะ ขิงสดยังมีประสิทธิภาพต่อต้านการสะสมของเชื้อไวรัสได้ดี

วิธีกินเพื่อช่วยละลายเสมหะ :สามารถดื่มในรูปแบบชาขิงร้อน ๆ 1 ถ้วยต่อวัน หรือเคี้ยวขิงสดก็ได้ หรือนำขิงสดกับน้ำมะนาวผสมกัน แล้วใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ทานครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 2 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการหวัด และแก้ไอได้ดี

สรรพคุณอื่น ๆ ของขิง : กำจัดพิษที่เกิดจากการติดเชื้อภายในร่างกาย ช่วยขับลมในลำไส้ ระงับการคลื่นไส้อาเจียน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาอาการหอบหืด เป็นต้น

3. พริก (Chili pepper)

พริกมีคุณสมบัติที่ทำให้เส้นเลือดฝอยโป่ง หรือโต ทำให้น้ำมูกบางลง เช่น ตอนกินส้มตำเผ็ด ๆ จะทำให้น้ำมูกไหลเยอะ คนที่มีน้ำมูกข้นก็จะสั่งออกมาได้ง่าย ฉะนั้น พริกจึงช่วยได้มากในการลดเสมหะ

วิธีกินเพื่อช่วยละลายเสมหะ : ตำ หรือเคี้ยวพริกเป็นเม็ดได้ แล้วแต่บุคคลว่า สามารถกินพริกได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเป็นคนที่กินเผ็ดไม่ได้เลย หรือแพ้พริก ก็ให้ผ่านข้อนี้ไปกินตัวช่วยอื่น ๆ แทนได้

สรรพคุณอื่น ๆ ของพริก : ช่วยเจริญอาหาร แก้อาเจียน บิด ขับเหงื่อ ขับลม แก้ปวดเมื่อย ขับปัสสาวะ เป็นต้น

4. น้ำผึ้งมะนาว (Honey lemon)

น้ำผึ้้งผสมมะนาว มีฤทธิ์ในการละลายเสมหะ และยับยั้งการเจริญของเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส และมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ บางรายเมื่อใช้น้ำผึ้งกับมะนาว กลับรู้สึกเสมหะเหนียวกว่าเดิม อาจลดปริมาณน้ำผึ้งลง

วิธีกินเพื่อช่วยละลายเสมหะ : น้ำผึ้ง 2 – 3 ช้อน ผสมกับมะนาวครึ่งลูก ผสมกับน้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิห้อง แล้วจิบทั้งวัน จะช่วยละลายเสมหะได้มาก

สรรพคุณอื่น ๆ ของน้ำผึ้งมะนาว : มะนาวมีวิตามินซี ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันการตกเลือดหลังคลอด และช่วยบรรเทาอาการระคายคอจากการติดเชื้อ

5. สับปะรด (Pineapple)

เมื่อไหร่ที่เสมหะเยอะ หนึ่งในผลไม้ที่ช่วยได้เป็นอย่างดี คือ สับปะรด เอนไซม์ที่อยู่ในสับปะรดมีสรรพคุณลดอาการอักเสบ และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำคอ ลดอาการไอ แก้เสมหะเหนียว และขับเสมหะได้ดี

วิธีกินเพื่อช่วยละลายเสมหะ : สามารถกินสด หรือดื่มน้ำสับปะรดก็ได้

สรรพคุณอื่น ๆ ของสับปะรด : เป็นยาระบายอ่อน ๆ ย่อยอาหารกระเพาะลำไส้ แก้กระษัย บำรุงไต ขับปัสสาวะ เป็นต้น

6. หัวหอม (Onion)

หอมแดงลูกเล็ก มีฤทธิ์ละลายเสมหะ ทำให้เสมหะไม่เหนียว

วิธีกินเพื่อช่วยละลายเสมหะ : สามารถปอกกินสด ๆ ก็ได้ หรือนำมาต้มใส่น้ำ แล้วสูดดมควันจากหัวหอม จะช่วยให้จมูกโล่ง ขับน้ำมูก ละลายเสมหะได้

สรรพคุณอื่น ๆ ของหัวหอม : แก้หวัด คัดจมูก ป้องกันมะเร็ง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลลดต่ำลงได้ ช่วยบำรุงหัวใจ ต่อต้านอนุมูลอิสระ

อาหารช่วยลดเสมหะเหนียวข้น

สิ่งสำคัญ อย่าลืม! ผู้ป่วยควรหาสาเหตุของเสมหะเรื้อรังให้เจอ

ถึงแม้ว่า อาหารช่วยลดเสมหะเหนียวข้น ทั้ง 6 ชนิดนี้ จะช่วยลดเสมหะ หรือละลายเสมหะได้ แต่ก็ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัย หรือรักษาได้ ฉะนั้นผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพให้ดี หาสาเหตุของอาการไอให้เจอ และสามารถใช้ยาแก้ไอลดเสมหะที่มีตัวยาอย่าง คาร์โบซิสเตอีน บรอมเฮกซิน เป็นต้น ควบคู่กันไป ทั้งนี้ถ้าอาการไอยังไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัย และรักษาที่ถูกต้องต่อไป…

อ้างอิง : 1. หมอวินัย โบเวจา 2. 3. bangkokbiznews 4. ข้อมูลพืชสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 5. กรมการแพทย์แผนไทยฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...