ประวัติ 'โคตะ มิอุระ' กำปั้นดาวรุ่ง คู่แข่ง 'บัวขาว' เจ้าของไวรัล 'ชนะน็อก' ไฟต์แรกที่ขึ้นชก
ประวัติ ‘โคตะ มิอุระ’ กำปั้นดาวรุ่ง คู่แข่ง ‘บัวขาว’ เจ้าของไวรัล ‘ชนะน็อก’ ไฟต์แรกที่ขึ้นชก
ประวัติ โคตะ มิอุระ กำปั้นดาวรุ่งจากแดนอาทิตย์อุทัย กำลังเป็นที่กล่าวถึงอย่างร้อนแรง เนื่องจากเป็นคู่ชกของ นักมวยขวัญใจคนไทย อย่าง “บัวขาว บัญชาเมฆ” ที่มีนัดดวลหมัดในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ ในศึกมวยไฟต์พิเศษ “KAT PRESENTS LEGEND OF RAJADAMNERN” ถ่ายทอดสดทางช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23
ทว่านอกจากลีลาการชกที่แฟนมวยให้การจับตามองแล้ว เรื่องรูปร่างหน้าตาของพ่อหนุ่มมิอุระก็เป็นที่กล่าวถึงไม่น้อย ด้วยรูปลักษณ์ยียวนชวนให้ใจสั่นจนเกิดเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ไทยและต่างประเทศมาก่อนหน้านี้
กับไฟต์แรกบนสังเวียนมวยของ โคตะ มิอุระ ในรายการแข่งขัน Rizin FF-Rizin 33 ศิลปะการต่อสู้แบบผสม หรือ MMA โดยเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ไปด้วยการชนะน็อก เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2021 ซึ่งขณะนั้นมิอุระอายุ 19 ปี
และแม้ว่าจะโดนหมัดไปไม่น้อยแต่ออร่าความหน้าตาดีของเขาก็ไม่ลดลงแม้แต่น้อย ทำให้เกิดเป็นกระแสการแชร์ภาพและวิดีโอของเจ้าตัวไปในวงกว้าง ทั้งยังมีแฟนคลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โคตะ มิอุระ เป็นใคร?
ปัจจุบัน โคตะ มิอุระ อายุ 20 ปี สูง 175 ซม. และหากเป็นแฟนบอลญี่ปุ่นอาจจะคุ้นหูกับนามสกุลของเขา เพราะเขาคือลูกชายแท้ๆ ของ “คาซึโยชิ มิอุระ” หรือ “คิง คาซู” นักฟุตบอลระดับตำนานชาวญี่ปุ่น ที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้มิอุระตัดสินใจเข้าวงการมวย เพราะคุณพ่อชอบดูมวย
นอกจากนี้ ตั้งแต่เด็ก มิอุระ มีความชื่นชอบและสนใจกีฬาฟุตบอล และมวยมาตลอด ทำให้เขาเริ่มเรียนมวยตั้งแต่ประถม และพอขึ้นมัธยมก็เข้าร่วมชมรมศิลปะป้องกันตัว พอจบ ม.ปลายก็เข้าสังกัดมวยชื่อดัง ‘BRAVE GYM’ และเริ่มต้นวงการมวยอาชีพ ในศึกทัวร์นาเมนต์ สามารถชนะน็อกคู่ต่อสู้ในครั้งแรกที่แข่งขัน ทำเอาคุณพ่อโผเข้ากอดด้วยความภาคภูมิใจ
ด้านคุณแม่ของโคตะ คือ “ริซาโกะ มิอุระ” ซุปเปอร์สตาร์นักแสดง และนางแบบชื่อดังของญี่ปุ่น โคตะยังมีพี่ชายแท้ๆ 1 คน คือ “เรียวตะ มิอุระ” อายุ 24 ปี ปัจจุบันเป็นนักแสดง เรียกว่าสืบทอดความหน้าตาดีมาทั้งครอบครัว
นอกจากนี้เจ้าตัวดูเหมือนจะชื่นชอบ “สุนัข” เป็นพิเศษ เพราะมักจะชอบจูงน้องหมาไปเดินเล่นบ่อยๆ
ภาพ : kota_miura_official
คลิปที่กลายเป็นไวรัล
@kota.miura #kotamiura ♬ Fellinluvwithmybestfriend – Iloveslowedmusic
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :