โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ “อนุทิน” ลงพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด ติดตามภารกิจดับไฟป่า ย้ำรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานเต็มที่

สวพ.FM91

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 12.38 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 11.46 น.

นายกฯ “อนุทิน” ตรวจติดตามภารกิจดับไฟป่า อ.ดอยสะเก็ด ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า ชื่นชมเป็นจิตอาสารับผิดชอบต่อส่วนรวม เป็นพลังของชุมชนที่เข้มแข็ง ย้ำรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานเต็มที่

นางสาวนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (20 เม.ย.69) เวลา 16.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ ณ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด ตรวจติดตามภารกิจดับไฟป่า ภายใต้แนวคิด “ป่าเปียก” ( Wet Fire Break) และการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ขนาดใหญ่ สำรวจและดับไฟป่าในพื้นที่ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า

นายกรัฐมนตรี ได้พบปะให้กำลังใจและมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ประมาณ 500 คน

โดยนายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณในความเสียสละของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการควบคุมไฟป่า ซึ่งเป็นงานที่ยากและเสี่ยงภัย แทบไม่มีใครเห็นสภาพการทำงานจริง หากไม่ได้มาคุยกันจริงๆ ก็อาอาจสนับสนุนไม่ตรงจุด วันนี้จึงต้องการพบปะ เพื่อพูดคุย รับฟัง เพื่อพัฒนางานนี้ โดยหากขาดเหลือหรือต้องการสิ่งใด ให้บอกรัฐบาลพร้อมดูแลอย่างเต็มที่ และขอชื่นชมและให้กำลังใจในการทำงานทุกคน

นายกฯ ย้ำว่าทุกคน คือด่านหน้าที่สำคัญในการดูแลป่า และดูแลอากาศให้คนทั้งประเทศ ถ้าไม่มีทุกคนตรงนี้ สถานการณ์คงหนักกว่านี้มาก โดยขอบคุณจากใจจริงเข้าใจดีว่างานควบคุมไฟป่าเป็นงานที่ยากและท้าทายมาก ต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด และเสี่ยงอันตราย รวมทั้งต้องแข่งกับเวลาต้องเสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ และเวลาของครอบครัว

พร้อมกันนี้ นายกฯ ได้ชื่นชมในความทุ่มเทของผู้กล้าหาญทุกคน เรื่องไฟป่า วันนี้เราจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าการดับไฟหรือการควบคุมไฟเพียงอย่างเดียว โดย เป้าหมายสำคัญ คือการ “ป้องกันไม่ให้เกิด” ให้ได้มากที่สุด ดังนั้นงานการเฝ้าระวังและการป้องกันมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อควบคุมได้เร็ว ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะความเสียหายน้อยลง ทั้งต่อผืนป่า สุขภาพของประชาชน และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน

นายกฯ ย้ำถึงปัญหาการจุดไฟเผาว่า ต้องจัดการอย่างเข้มงวดและทำการสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจ ว่าต้องไม่มีการจุดไฟเผาเพื่อหาของป่า ใครที่ทำผิดต้องรับผิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม โดยต้องไม่ปล่อยให้ปัญหาเกิดซ้ำแบบเดิม อย่างไรก็ตามแม้หลายพื้นที่ยังมีข้อจำกัดทั้งกำลังคนและอุปกรณ์ โดยนายกฯ ยินดีรับเรื่องนี้ไว้ พร้อมเร่งสนับสนุนให้มากขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย รวมทั้งสำรวจพื้นที่ ดูจุดความร้อน เฝ้าระวัง และวางแผนเข้าควบคุมไฟป่า เพื่อให้ ทำงานรวดเร็ว แม่นยำ และตรงจุดมากขึ้น และลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงานทุกคน

นายกฯ ย้ำถึงการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์อื่น ๆ ต้องพร้อมใช้จริง และเพียงพอต่อการทำงานในพื้นที่ หากตรงไหนยังขาดหรือยังติดขัด ให้บอกโดยพร้อมสนับสนุนดำเนินการให้

นายกฯ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าสิ่งที่ทุกคนทำไม่ได้สูญเปล่า ทุกก้าวที่เดินเข้าไปดับไฟ คือ การช่วยลดความสูญเสียของประเทศ ช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและปกป้องสุขภาพของประชาชนทุกคน ขณะเดียวกันความปลอดภัยของทุกคนก็เป็นเรื่องสำคัญ โดย นายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนที่มาในวันนี้จะดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้ความปลอดภัยและสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีเกิดขึ้นกับภูมิภาค ภาคเหนือให้ได้มากที่สุด แม้ปีหน้าจุดความร้อนและฝุ่นจะไม่ลดลงเป็น 0 ทั้งหมด แต่คาดว่าจะลดลงมาได้เป็นลำดับๆ โดยเชื่อว่าด้วยความร่วมมือของทุกคนเราสามารถทำได้ พร้อมขอเป็นขวัญกำลังใจให้ทุกคน และอวยพรให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรงประสบความสำเร็จในสิ่งที่ความปรารถนาความดีของทุกคนจะคุ้มครองให้ทุกคนและครอบครัวมีความสุข และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน เราจะอยู่เคียงข้างกันไม่ทิ้งกัน

ด้าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM ได้เพิ่มเติมถึงข้อสั่งการนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แก้ไขสาธารณภัยภาคเหนือ 20 เมษายน 2569 จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า

1) การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5
- บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ภาครัฐ ท้องถิ่น ท้องที่ ห้ามปล่อยปละละเลยการแก้ไขปัญหา หากสถานการณ์รุนแรง ให้ผู้ว่าฯ สั่งการเบ็ดเสร็จ (Single Command)
- ใช้ดาวเทียมเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และระดมกำลังทรัพยากรสนับสนุนภาคพื้นดินและทางอากาศ
- เผาอ้อยต้องเป็นศูนย์ คุมโรงงาน-เกษตรกร ห้ามเผา งดรับซื้อผลผลิตจากการเผา
- ดูแลสุขภาพประชาชน กลุ่มเปราะบาง จัดห้องปลอดฝุ่น หน้ากาก และรณรงค์ลดฝุ่น
- สร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน ลดการเผาสร้างหมอกควัน

2) การเตรียมพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม – น้ำแล้ง
- บริหารจัดการน้ำเชิงรุก ปรับเกณฑ์ระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์เอลนีโญ
- ให้จังหวัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ตรวจสอบเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน
- สร้างการรับรู้และเผยแพร่ข่าวสารการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว

3) การแก้ไขมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน
- ยกระดับความร่วมมือด้านการต่างประเทศตั้งคณะทำงานร่วมกับเมียนมา
- ติดตั้งสถานีตรวจวัดอัตโนมัติ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำและแจ้งเตือนภัยอย่างรวดเร็ว แม่นยำ
- ดูแลสุขภาพประชาชนและระบบนิเวศ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบสถานการณ์และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...