โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัยพบ "กาแฟ" อาจช่วยชะลอวัยและป้องกันโรค โดยมีคาเฟอีนเป็นเพียงตัวประกอบ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิจัยพบ

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทกซัสเอแอนด์เอ็ม (Texas A&M University) ค้นพบกลไกทางชีววิทยาที่อาจอธิบายได้ว่า เหตุใดการดื่มกาแฟจึงช่วยส่งเสริมสุขภาพและอาจทำให้อายุยืนยาวขึ้น โดยพบว่า สารประกอบที่ได้จากพืชในกาแฟมีบทบาทสำคัญในการต้านความชรา มากกว่าตัวคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว
ที่ผ่านมามีการสังเกตพบอย่างต่อเนื่องว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟมักมีอายุยืนยาวและมีอัตราการเกิดโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับอายุต่ำกว่าคนทั่วไป เช่น โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และภาวะสมองเสื่อม แต่การศึกษาในอดีตมักเป็นเพียงการสังเกตการณ์ ซึ่งไม่สามารถระบุคำอธิบายทางชีววิทยาที่ชัดเจนได้

งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients ได้เปิดเผยผลการทดลองในระดับเซลล์ที่ระบุว่า สารประกอบในกาแฟสามารถเข้าไปจับกับโปรตีนตัวรับ (Receptor) ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า NR4A1 ซึ่งโปรตีนชนิดนี้ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของยีนเพื่อตอบสนองต่อความเครียดทางชีวภาพและสิ่งเร้าอื่น ๆ ในร่างกาย
ดร.สตีเฟน เซฟ (Stephen Safe) นักชีวเคมี อธิบายว่า "ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่โดดเด่นของกาแฟ อาจเชื่อมโยงกับวิธีการที่สารประกอบของมันทำปฏิกิริยากับตัวรับชนิดนี้ ซึ่งช่วยปกป้องร่างกายจากความเสียหายที่เกิดจากความเครียด"
นอกจากนี้ สารประกอบ NR4A1 ยังทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับสารอาหารที่ช่วยควบคุมกระบวนการอักเสบ การเผาผลาญ และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ อีกด้วย
การวิจัยก่อนหน้านี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่า การแสดงออกของสารประกอบ NR4A1 ในมนุษย์และหนูจะลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ร่างกายเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
ดร.สตีเฟน เซฟ (Stephen Safe) ระบุว่า "หากเนื้อเยื่อเกิดความเสียหาย สารประกอบ NR4A1 จะเป็นตัวที่ตอบสนองเพื่อลดความเสียหายนั้นลง ถ้าหากขาดตัวรับนี้ไป ความเสียหายก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น"
ในการศึกษานักวิจัยได้นำเซลล์มะเร็งของมนุษย์ และเซลล์เม็ดเลือดขาว (Macrophages) ของหนูทดลอง มาสัมผัสกับกาแฟและสารประกอบของกาแฟในแต่ละชนิด ผลปรากฏว่า สารประกอบในกาแฟบางชนิดสามารถจับกับ NR4A1 และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้สำเร็จ และยังแสดงผลลัพธ์ในการยับยั้งการอักเสบในเซลล์เม็ดเลือดขาวได้อีกด้วย
สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด คือ คาเฟอีนกลับไม่ใช่พระเอกในกลไกนี้ ดร.เซฟ อธิบายเพิ่มเติมว่า "แม้คาเฟอีนจะจับกับตัวรับได้ แต่มันกลับไม่ได้แสดงผลลัพธ์ที่กระตือรือร้นมากนักในแบบจำลองของเรา ในขณะที่สารประกอบจำพวกโพลีไฮดรอกซี (Polyhydroxy) และโพลีฟีนอล (Polyphenolic) กลับทำงานได้ดีและออกฤทธิ์มากกว่ามาก"
แม้การศึกษาจะระบุถึงผลลัพธ์ของสารประกอบหลายตัวที่ทำงานร่วมกับสารประกอบ NR4A1 อย่างเช่น กรดคลอโรจินิก (Chlorogenic acid) และกรดคาเฟอิก (Caffeic acid) แต่เครื่องดื่มอย่างกาแฟมีความซับซ้อนสูงมาก โดยมีส่วนประกอบทางเคมีมากกว่า 1,000 ชนิด

นอกจากนี้กาแฟยังมีผลลัพธ์ทางสุขภาพผ่านกลไกอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การเข้าไปยับยั้งเอนไซม์โดยตรง การแทรกแซงระบบภูมิคุ้มกัน และการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้ (Microbiome)
ซึ่งกลไกเหล่านี้ทำงานประสานกัน ทำให้ผู้ดื่มกาแฟได้รับประโยชน์ทางสุขภาพในระดับที่ใกล้เคียงกับผู้ที่ทานมังสวิรัติ
แม้จะค้นพบผลลัพธ์เชิงบวก แต่นักวิจัยระบุว่างานวิจัยนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงคำแนะนำเกี่ยวกับการบริโภคกาแฟในปัจจุบันควรอยู่ภายในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากแต่ละบุคคลมีการตอบสนองที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม การค้นพบกลไกของสารประกอบ NR4A1 ซึ่งเชื่อมโยงกับความชราและโรคต่าง ๆ ถือเป็นทิศทางที่น่าตื่นเต้นสำหรับการบำบัดโรคในอนาคต โดยตอนนี้นักวิจัยกำลังมุ่งหน้าศึกษาว่า สารสังเคราะห์ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานของ NR4A1 จะสามารถนำมาใช้ต่อสู้กับโรคมะเร็งและโรคทั่วไปอื่นๆ ได้อย่างไรต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...