โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ซีอีโอ BYD” ชี้ธุรกิจสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งตลาดสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 เมษายน 2569 เวลา 22.12 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ซีอีโอ BYD" ระบุความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกพุ่งจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทสามารถขยายตัวได้โดยไม่ต้องพึ่งตลาดสหรัฐ พร้อมเร่งบุกตลาดยุโรป เอเชีย และละตินอเมริกา

วันที่ 25 เมษายน 2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามในอิหร่านกำลังเร่งให้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้นทั่วโลก ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนเร่งฉวยโอกาสขยายตลาดในต่างประเทศ

จีนยังคงเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก แม้ผู้ผลิตจีนจะยังเข้าถึงตลาดสหรัฐได้จำกัด แต่กลับได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในเอเชีย ยุโรป และภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะ BYD ซึ่งแซง Tesla ขึ้นเป็นผู้ขายรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลกตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และกำลังเร่งขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

Stella Li รองประธานบริหารของ BYD ระบุว่า บริษัทสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งตลาดสหรัฐและกำลังเผชิญความท้าทายในการผลิตให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดอื่น เช่น บราซิล สหราชอาณาจักร และยุโรป

พร้อมชี้ว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภครับรู้ถึงต้นทุนที่ประหยัดได้ในชีวิตประจำวันจากการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันกำลังการผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

BYD ยังเดิมพันกับเทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษ (flash charging) ซึ่งสามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตรภายในเวลาไม่กี่นาที โดยมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยลดข้อกังวลเรื่องเวลาในการชาร์จ และดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มใหม่

ในงาน Beijing Auto Show ซึ่งกลายเป็นงานยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน มีการจัดแสดงรถยนต์มากกว่า 1,400 คัน จากผู้ผลิตทั้งจีนและต่างชาติ โดยผู้ผลิตจีนเป็นศูนย์กลางของเวทีดังกล่าว

อย่างไรก็ตามการขยายตัวของผู้ผลิตรถยนต์จีนยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในสหรัฐที่มีการตั้งกำแพงภาษีและเพิ่มการตรวจสอบด้านกฎระเบียบ รวมถึงความกังวลเรื่องเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ความปลอดภัยข้อมูล และความมั่นคง

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตจีนเริ่มขยับจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ และซอฟต์แวร์ โดย BYD ระบุว่าบริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่เป็น ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่ชิ้นส่วนสมาร์ตโฟน แบตเตอรี่ พลังงานแสงอาทิตย์ ไปจนถึงรถบัสและรถบรรทุก

ด้านนวัตกรรม บริษัท XPeng เปิดตัว SUV ไฟฟ้า 6 ที่นั่งรุ่นใหม่ พร้อมแผนพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในปีนี้ และตั้งเป้าผลิตรถยนต์บินได้ในปี 2570

ผู้ผลิตต่างชาติ เช่น Volkswagen, Toyota และ Ford ซึ่งเคยครองตลาดจีน กำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น และเริ่มหันมาร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่น เช่น BMW ที่จับมือกับ CATL หรือ Audi ที่ใช้ระบบช่วยขับจาก Huawei

แม้ผู้ผลิตจีนจะเติบโตในตลาดโลก แต่การแข่งขันในประเทศยังคงดุเดือด โดยสงครามราคาและการเปิดตัวสินค้าอย่างรวดเร็วทำให้กำไรถูกบีบลง และกระทบต่อยอดขายในประเทศของ BYD ซึ่งลดลงต่อเนื่อง 7 เดือน ขณะที่ยอดขายในยุโรปกลับเพิ่มขึ้นถึง 156% ในช่วงไตรมาสแรก

ผู้บริหาร BYD มองว่า การแข่งขันที่รุนแรงจะนำไปสู่การควบรวมกิจการในที่สุด และไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะสามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว สะท้อนวัฏจักรเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในอดีต

อ้างอิง : bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...