“ซีอีโอ BYD” ชี้ธุรกิจสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งตลาดสหรัฐ
"ซีอีโอ BYD" ระบุความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกพุ่งจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทสามารถขยายตัวได้โดยไม่ต้องพึ่งตลาดสหรัฐ พร้อมเร่งบุกตลาดยุโรป เอเชีย และละตินอเมริกา
วันที่ 25 เมษายน 2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามในอิหร่านกำลังเร่งให้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้นทั่วโลก ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนเร่งฉวยโอกาสขยายตลาดในต่างประเทศ
จีนยังคงเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก แม้ผู้ผลิตจีนจะยังเข้าถึงตลาดสหรัฐได้จำกัด แต่กลับได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในเอเชีย ยุโรป และภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะ BYD ซึ่งแซง Tesla ขึ้นเป็นผู้ขายรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลกตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และกำลังเร่งขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
Stella Li รองประธานบริหารของ BYD ระบุว่า บริษัทสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งตลาดสหรัฐและกำลังเผชิญความท้าทายในการผลิตให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดอื่น เช่น บราซิล สหราชอาณาจักร และยุโรป
พร้อมชี้ว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภครับรู้ถึงต้นทุนที่ประหยัดได้ในชีวิตประจำวันจากการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันกำลังการผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด
BYD ยังเดิมพันกับเทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษ (flash charging) ซึ่งสามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตรภายในเวลาไม่กี่นาที โดยมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยลดข้อกังวลเรื่องเวลาในการชาร์จ และดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มใหม่
ในงาน Beijing Auto Show ซึ่งกลายเป็นงานยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน มีการจัดแสดงรถยนต์มากกว่า 1,400 คัน จากผู้ผลิตทั้งจีนและต่างชาติ โดยผู้ผลิตจีนเป็นศูนย์กลางของเวทีดังกล่าว
อย่างไรก็ตามการขยายตัวของผู้ผลิตรถยนต์จีนยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในสหรัฐที่มีการตั้งกำแพงภาษีและเพิ่มการตรวจสอบด้านกฎระเบียบ รวมถึงความกังวลเรื่องเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ความปลอดภัยข้อมูล และความมั่นคง
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตจีนเริ่มขยับจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ และซอฟต์แวร์ โดย BYD ระบุว่าบริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่เป็น ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่ชิ้นส่วนสมาร์ตโฟน แบตเตอรี่ พลังงานแสงอาทิตย์ ไปจนถึงรถบัสและรถบรรทุก
ด้านนวัตกรรม บริษัท XPeng เปิดตัว SUV ไฟฟ้า 6 ที่นั่งรุ่นใหม่ พร้อมแผนพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในปีนี้ และตั้งเป้าผลิตรถยนต์บินได้ในปี 2570
ผู้ผลิตต่างชาติ เช่น Volkswagen, Toyota และ Ford ซึ่งเคยครองตลาดจีน กำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น และเริ่มหันมาร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่น เช่น BMW ที่จับมือกับ CATL หรือ Audi ที่ใช้ระบบช่วยขับจาก Huawei
แม้ผู้ผลิตจีนจะเติบโตในตลาดโลก แต่การแข่งขันในประเทศยังคงดุเดือด โดยสงครามราคาและการเปิดตัวสินค้าอย่างรวดเร็วทำให้กำไรถูกบีบลง และกระทบต่อยอดขายในประเทศของ BYD ซึ่งลดลงต่อเนื่อง 7 เดือน ขณะที่ยอดขายในยุโรปกลับเพิ่มขึ้นถึง 156% ในช่วงไตรมาสแรก
ผู้บริหาร BYD มองว่า การแข่งขันที่รุนแรงจะนำไปสู่การควบรวมกิจการในที่สุด และไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะสามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว สะท้อนวัฏจักรเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในอดีต
อ้างอิง : bbc.com