โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘เอ็ดดี้’ ดีดปาก ‘ปวิน’ เอาภาพรัฐมนตรีไลฟ์ขายของ ไปแทน โครงสร้างนโยบายทั้งหมด

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 เมษายน 2569 เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

28 เม.ย.2569- จากกรณีนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ต้องหาหลบหนีคดีม.112 โพสต์ข้อความโจมตีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ว่า เขียนไปแล้วว่ามันคือความทุเรศทุรังของศุภจี ที่อยู่ๆ ก็ไปจับมือกับเน็ตไอดอล ช่วยไลฟ์ขายทุเรียน ลูกละร้อย แล้วอวดว่า ขาย 3 ชั่วโมง ได้ยอดขาย 15 ล้านบาท แต่ผลกระทบต่อคนขายทุเรียนอื่นๆ มีมหาศาล เพราะไม่มีใครขายลูกละร้อย นี่คือไปทำกลไกตลาดพัง แล้วเจ้าอื่นเค้าจะขายยังไง แต่ที่มันเป็นโศกนาฏกรรมที่แท้ทรูก็คือ ตัวเองเป็นถึงรัฐมนตรีพาณิชย์ ถ้าทำงานเป็น ทำงานฉลาด ทำงานเก่ง มีทักษะ ถ้าเก่งจริง ต้องเอาเวลา 3 ชั่วโมงที่ยืนแหกปากขายทุเรียน ไปใช้ในการทำธุรกิจมีมูลค่าสูงกว่า 15 ล้านบาท แบบเซ็น MOU เสร็จภายใน 5 นาที แล้วเป็น MOU ที่ให้ค่าตอบแทนธุรกิจไทยเป็นพันล้าน ถ้าทำได้ ก็ไม่ต้องลงมาไลฟ์ขายทุเรียนจนหน้าดำ แถมผมเสียทรงอีกต่างหาก - นี่คือ case ของ put the wrong woman in the wrong job… นั้น

เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความว่า อ่านคำวิจารณ์นี้แล้ว เห็นปัญหาชัดอย่างหนึ่ง คือเอา “ภาพรัฐมนตรีไลฟ์ขายของ” ไปแทน “โครงสร้างนโยบายทั้งหมด”

ความจริง การไลฟ์ขายทุเรียนไม่ใช่มาตรการเดียว และไม่มีใครบอกว่าหนึ่งไลฟ์จะกู้เศรษฐกิจมหภาคทั้งประเทศได้

แต่มันเป็นหนึ่งในเครื่องมือของการบริหารตลาดผลไม้ยุคใหม่

ปีนี้ผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นมาก ถ้ารัฐรอให้ผลผลิตล้นตลาดก่อน ราคาพังก่อน เกษตรกรเจ็บก่อน แล้วค่อยออกมาตรการเยียวยา นั่นต่างหากคือการบริหารแบบเก่า

แต่สิ่งที่ศุภจีกำลังทำคือดึง demand เข้ามาก่อน supply จะทะลัก

หนึ่ง: เขาแยกไม่ออกระหว่าง “การขายของหนึ่งไลฟ์” กับ “กลไกขยายตลาด”

กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้บอกว่านี่คือมาตรการเดียวที่จะกู้เศรษฐกิจประเทศ แต่ระบุชัดว่า Live Commerce เป็นหนึ่งในเครื่องมือเชื่อม supply จากเกษตรกรสู่ demand ของตลาด โดยเฉพาะปี 2569 ที่ผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้น 33% จึงต้องเร่งขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศควบคู่กันไป

สอง: คำว่า “ไม่ใช่มหภาค” เป็นการตั้งโจทย์ผิด

ถ้าผลผลิตทุเรียนทั้งประเทศเพิ่มขึ้นมาก ตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญ และกระทรวงตั้งเป้าส่งออกระดับล้านตัน เรื่องนี้ไม่ใช่แม่ค้าคนหนึ่งขายของ แต่เกี่ยวกับ export, logistics, platform economy, price stabilization และ supply chain ของเกษตรทั้งระบบ การไลฟ์กับ KOL จีน 3 ชั่วโมง มีผู้ชมกว่า 150,000 คน และมียอดสั่งซื้อทันที 15 ล้านบาท จึงเป็น “market activation” ไม่ใช่แค่การโชว์หน้ากล้อง

สาม: คำถามว่า “ทำไมพิมรี่พาย” ถามได้ แต่คำตอบก็ไม่ได้ซับซ้อน

เพราะพิมรี่พายคือคนขายออนไลน์ที่มี reach มีฐานผู้ติดตาม และมีความสามารถในการปิดการขายจริง การตลาดยุคใหม่ไม่ได้เลือกคนจากความถูกใจทางการเมือง แต่เลือกจากความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภค และกระทรวงก็ไม่ได้บอกว่าจะให้พิมรี่พายผูกขาด เพราะเอกสารกระทรวงเชิญชวนครีเอเตอร์และผู้ค้าออนไลน์รายอื่นเข้ามามีส่วนร่วมจำหน่ายผลไม้ไทยด้วย

สี่: ข้อกล่าวหาว่า “ช่วยให้พิมรี่พายรวยขึ้นเท่านั้น” เป็นข้อสรุปเกินหลักฐาน

จะตรวจสอบเรื่องค่าคอมมิชชัน ค่าโปรโมชัน ค่าแพลตฟอร์ม หรือใครรับส่วนต่างได้ และควรถามด้วย แต่การสรุปว่าผลประโยชน์ตกอยู่ที่แม่ค้า “เท่านั้น” โดยไม่ดูว่าเกษตรกรได้ช่องทางขายเพิ่ม ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้า และรัฐใช้แพลตฟอร์มช่วยระบายผลผลิต เป็นการตัดตอนข้อเท็จจริงให้เหลือแค่วาทกรรมโจมตี

ห้า: เขาพูดถึง economy of scale แต่กลับมองไม่เห็นว่าแพลตฟอร์มคือเครื่องมือสร้าง scale

Live Commerce ไม่ใช่ร้านแผงลอยออนไลน์ แต่คือการรวม demand จำนวนมากในเวลาสั้น ลดต้นทุนการเข้าถึงลูกค้า สร้างคำสั่งซื้อจำนวนมาก เชื่อมการตลาดกับโลจิสติกส์ และทำให้สินค้าเกษตรจากสวนเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากได้เร็วขึ้น กระทรวงพาณิชย์ยังลง MOU กับ TikTok เพื่อขยายช่องทางสินค้าเกษตรผ่าน TikTok Shop และ Live Commerce รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์และการแปรรูปสินค้าเกษตร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...