โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 02.41 น.

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ถึง Sideways Up โดยมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 1500-1510 จุด โดยระยะสั้นยังมีตัวแปรสำคัญ คือ การเคลื่อนไหวของ DELTA กับท่าทีหลังประกาศกำไร 1Q26 ที่แม้สูงกว่าคาด แต่ราคาก็ค่อนข้างผันผวนสูง รวมถึงการขึ้นเครื่องหมายการจ่ายปันผล (XD) ของหุ้นขนาดใหญ่ ที่ส่งผลให้ตลาดแกว่งตัวผันผวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามภาพรวมในกลุ่มอื่นๆ คาดว่าจะแกว่งทรงตัวเนื่องจากยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ และล่าสุดยังคงไม่มีพัฒนาการเชิงบวกเพิ่มเติมในด้านสงคราม

ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent มีการพุ่งแรงแตะระดับ US$110 ต่อบาร์เรล อีกครั้ง ในขณะที่ Fed ค่ำคืนที่ผ่านมา แม้จะคงดอกเบี้ยตามคาด แต่ก็เสียงแตกมากที่สุดในรอบ 30 ปี (8 ต่อ 4 เสียง) อย่างไรก็ตาม โฟกัสหลักอยู่ที่มุมมองเศรษฐกิจในระยะถัดไปโดยเฉพาะเงินเฟ้อที่ถูกกระทบจากสงคราม ดังนั้น จึงต้องจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และตัวเลข ISM ภาคการผลิต ที่จะประกาศในคืนนี้และคืนพรุ่งนี้อย่างใกล้ชิดเพราะเป็นตัวเลขสำคัญในการตัดสินใจด้านดอกเบี้ยของ Fed ในอนาคต

ส่วนปัจจัยในประเทศ กนง. มีการประกาศคงดอกเบี้ยตามคาดการณ์ แต่ก็ยังมีประเด็นเรื่องโครงการไทยช่วยไทยพลัสซึ่งยังไม่ได้เข้าพิจารณาในการประชุมครม.เศรษฐกิจ โดยรอความชัดเจนของแหล่งเงินและคาดว่าจะเข้าที่ประชุมสัปดาห์หน้าแทน เราประเมินตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักผลประกอบการ 1Q26 ที่เริ่มทยอยประกาศหนาแน่นมากขึ้นสัปดาห์นี้ โดยหุ้นที่มีกำไรแข็งแรงและกระทบจากสงครามจำกัดมีแนวโน้ม Outperform ตลาดกลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย

หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : CPALL, CPF, GULF, KTB, PRM
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : CPN
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 73 บาท
• ได้รับผลกระทบจำกัดมากจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ภาพรวมปี 2026 คาดโตต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้ของ Central Park และ Central กระบี่เต็มปี และเปิดศูนย์การค้าอีก 4 แห่งในปีนี้ หนุนพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น 8%
• เป้าการเติบโตของรายได้ใน 5 ปีข้างหน้า เราคาดโตเฉลี่ย 6.5% CAGR และคาดกำไรปกติโต 7% CAGR โดยเฉพาะในปี 2026 ที่คาดเติบโตสูง 13% y-y
• แนวรับ 61.25 บาท แนวต้าน 63-65 บาท

ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ จะแกว่งกรอบแคบ ก่อนเข้าสู่วันหยุดยาว โดยการเคลื่อนไหวของตลาด จะอิงกับผลประกอบการ ความคืบหน้าสถานการณ์ตะวันออกกลาง และผลประชุม FOMC คืนที่ผ่านมา

ปัจจัยในประเทศ

  • มาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล : รัฐบาลเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจราว 3 แสนล้านบาท ซึ่งเราคาดว่าจะช่วยหนุน GDP ปีนี้ให้เพิ่มขึ้นอีกราว 0.5-0.7% โดยมีโครงการกระตุ้นการบริโภค เช่น “คนละครึ่ง พลัส” ภายใต้แคมเปญ “ไทยช่วยไทยพลัส” นอกจากนี้ยังมีนโยบายพลังงานใหม่ที่เตรียมปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (คิดอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยสำหรับ 200 หน่วยแรก) และมาตรการรับซื้อไฟฟ้า Solar Rooftop จากภาคประชาชนในรูปแบบ Net Billing อัตรา 2.20 บาท/หน่วย
  • “เอกนัฏ ขู่เลิกสัญญาซื้อไฟเอกชน ถ้าไม่ลดราคา ยอมถูกฟ้อง” โดยเรียกทีมงานมาหารือในเรื่องนี้ และเตรียมยกเลิกสัญญากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนหากไม่สามารถเจรจาปรับลดค่าไฟฟ้าลงมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • กนง. กล่าวว่า วิกฤตการณ์ด้านราคาพลังงานโลกจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจแย่ลง และอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น กรณีฐาน (Base Case) เศรษฐกิจไทยปี ‘69 จะยังขยายตัวได้ 1.5%
  • BCPG แจงยิบดีลคลังน้ำมันเพชรบุรียันแยกหนี้เก่า-เน้นกระแสเงินสด 900 ล้าน/ปี มุ่งสร้างกำไรระยะยาว
  • ตลาดหุ้นไทย เข้าสู่ช่วงของการรายงานผลประกอบการ 1Q-26 ระลอกที่สอง โดยวานนี้ เป็นการรายงานโดย SCC ซึ่งกำไร ออกมาดีกว่าคาด …… เราประเมินว่าผลกระทบของสงคราม สหรัฐฯ-อิหร่าน จะยังไม่เห็นใน 1Q มากนัก แต่จะไปปรากฎตั้งแต่ 2Q-26 เป็นต้นไป
  • ค่าเงินบาท: ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.67 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการ อ่อนค่าลงสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินในภูมิภาค
  • กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow): นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ (Net Buy) รวม 2,079 ล้านบาท แต่ตลาดตราสารหนี้ มีตัวเลขเป็น Net Outflow 2,147 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศ

  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง : ปัจจุบันสงครามระหว่างสหรัฐฯ/อิสราเอล และอิหร่านยังคงยืดเยื้อ โดยการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้หยุดชะงักลง และมีสัญญาณว่าทุกฝ่ายกำลังเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งระลอกใหม่
  • ผลประชุม FOMC : Fed มีมติ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50% – 3.75% เสียงไม่เป็นเอกฉันท์ คือ 8:4 โดยกรรมการที่ไม่เหนด้วย ส่วนใหญ่ค้านในเรื่องการใส่ข้อความที่เป็นการให้ควมหวังในการลดดอกเบี้ยลงไปใน statement ทั้งนี้ ผลประชุม ตีความว่า อาจจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเลยตลอดปี 2569 ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากการประเมินเมื่อเดือนมีนาคมที่เคยคาดว่าจะลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง (0.25%) …. เราประเมิน ความหวังในการลดดอกเบี้ยมีน้อยลง เป็นลบต่อตลาดหุ้น และตลาดพันธบัตร(สหรัฐฯ) ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคาร จะได้อานิสงค์จากดอกเบี้ยที่จะไม่ลดลง
  • Earning Season : ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ดึงดูดความสนใจจากธนาคารกลางต่างๆ ในสัปดาห์นี้ แต่ความประมาทเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยจะเป็นความเสี่ยงสำคัญสำหรับตลาด
  • จีน : นักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs Group Inc. และ Nomura Holdings Inc. ได้เข้าร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารชั้นนำระดับโลกอื่นๆ ในการยกเลิกการคาดการณ์เกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินของจีนในปีนี้ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญแสดงความมั่นใจในอัตราการเติบโตและไม่มีความเร่งด่วนที่จะต้องเพิ่มการสนับสนุน….เรามองว่า การที่จีนชะลอการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลลบทางอ้อมต่อไทย เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย รวมทั้งมีผลบวก/ลบ ต่อราคาสินค้า Commodity ในตลาดโลกด้วย
  • ราคาทองแดงฟื้นตัว: ราคาทองแดง (Copper) ปรับตัวขึ้น 0.2% แตะระดับ 13,065 ดอลลาร์ต่อตัน เนื่องจากการเข้าซื้อเพื่อกักตุนสินค้าคงคลังของกลุ่มผู้ผลิตชาวจีนก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในวันแรงงาน

ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,465– 1,470 แนวต้าน 1,485 – 1,490 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวหลังสหรัฐ – อิหร่านยังไม่สามารถตกลงเปิดช่องแคบฮอรมุช ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น กอปรรอผลการประชุมของ ธ.กลางหลัก ๆ แนะนำซื้อเก็งกำไร PTTGC,IVL คาดกำไร Q1/69 เติบโตดี / GUNKUL, SINGER ผู้ติดตั้งโซล่าเซลล์ทีประโยชน์จากการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้เกิน 200 หน่วย/เดือน / พักเงินในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,SCB

TOP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 52.50 บาท) แนวโน้มกำไร 1Q69 ฟื้นตัวเด่น +QoQ, +YoY หนุนจากกำไรสต๊อกฯ และค่าการกลั่น แนวโน้ม 2Q69 อ่อนตัวจากฐานสูงคาดกำไรสต๊อกฯ ลดลง ส่วน crack spread ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Gasoline / Jet / Diesel แม้อยู่ในระดับสูงแต่บางส่วนจะถูกลดทอนลงจากการรับรู้ต้นทุนน้ำมันในราคาแพงและรับผลกระทบจากการแทรกแซงราคาขายน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น อย่างไรก็ตามในระยะยาวมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการที่ UAE ออกจากการเป็นสมาชิก OPEC ทำให้สามารถเพิ่มการผลิตน้ำมันได้อิสระมากขึ้น โดยน้ำมันจาก UAE จะเป็นเกรดที่โรงกลั่นไทยออยล์ใช้ (Murban) ขณะที่ช่วงสั้นการส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือ Fujairah กลับมา Run ได้เต็มที่โดย UAE มีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขยาย Capacity / ถังเก็บใต้ดิน ไว้รองรับหากต้องปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน

ITC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 19.14 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 871 ลบ. (+29%YoY , +10%QoQ) โตได้เด่นจากปัจจัยหนุนในเชิงรายได้ที่ +22%YoY +8%QoQ ตาม Demand ที่สูงขึ้นในสหรัฐฯและยุโรป รวมถึงการออกสินค้าใหม่ๆ ส่วนการดำเนินงานช่วงถัดไปแม้คาดว่าจะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่คาดว่าจะเห็นการส่งผ่าน Cost ได้บางส่วนจากการทยอยปรับขึ้นราคา ขณะที่ยังคาดว่า Demand อาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯจะยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ ITC* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 3,350 ลบ.(+12%YoY) และ 3,688 ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...