ตลาดผวา “ราคาน้ำมันโลก” พุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล สหรัฐจ่อแผนทหารกดดันอิหร่าน
ตลาดผวา "ราคาน้ำมันโลก" พุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานกองทัพสหรัฐเตรียมเสนอแผนปฏิบัติการต่อทรัมป์เพิ่มความเสี่ยงความขัดแย้งรอบใหม่
วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 10.11 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจยกระดับอีกครั้ง หลังมีรายงานว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เตรียมนำเสนอแผนปฏิบัติการทางทหารต่อโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อพิจารณาทางเลือกในการดำเนินการกับอิหร่าน โดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่มีข้อมูลโดยตรงต่อเรื่องดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งสัญญาณว่าการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐจะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ที่ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) สำหรับสัญญาส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวขึ้นมากกว่า 3% แตะระดับ 121.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 2% สู่ระดับ 109.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยก่อนหน้านี้ในวันพุธ เบรนท์ปรับขึ้นแล้วประมาณ 6% และ WTI เพิ่มขึ้นถึง 7% หลังมีรายงานว่าสหรัฐเตรียมขยายเวลาการปิดล้อมการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
ทรัมป์ยังส่งสัญญาณแข็งกร้าวผ่านโพสต์บน Truth Social โดยระบุว่า อิหร่านควรตัดสินใจให้ดีในเร็ว ๆ นี้ พร้อมวิจารณ์ว่าอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ไม่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ได้ ซึ่งสะท้อนท่าทีที่ตึงเครียดมากขึ้น
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2565 เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบต่ออุปทาน ขณะที่ Goldman Sachs ประเมินว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 4% ของระดับปกติ ท่ามกลางการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยังหยุดชะงัก และมาตรการปิดล้อมที่ยังคงดำเนินต่อไป
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากการปิดล้อมยืดเยื้อ อุปทานน้ำมันโลกอาจเผชิญความตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออิหร่านมีข้อจำกัดด้านการจัดเก็บน้ำมัน อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จะมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตหลังถอนตัวจาก OPEC แต่คาดว่าผลกระทบเชิงบวกต่ออุปทานจะเกิดขึ้นในระยะกลาง ไม่สามารถชดเชยภาวะตึงตัวในระยะสั้นได้
ในอีกด้านหนึ่ง Goldman Sachs ยังเตือนถึงความเสี่ยงด้านอุปสงค์ โดยระบุว่าการใช้น้ำมันทั่วโลกในเดือนเมษายนอาจลดลงราว 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ โดยความอ่อนแอส่วนใหญ่เกิดในกลุ่มเชื้อเพลิงเครื่องบินและวัตถุดิบปิโตรเคมี ซึ่งสะท้อนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงกดดันตลาดพลังงานต่อไป
อ้างอิง : cnbc.com