สุรศักดิ์ ดูความคุ้มค่าจัดยูธอลป.ยกเครื่องกองทุนแบ่งเกรดหนุนสมาคม
สุรศักดิ์ ดูความคุ้มค่าจัดยูธอลป.ยกเครื่องกองทุนแบ่งเกรดหนุนสมาคม
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม “บิ๊กเอ” นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์พิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟ “มติชน” ทั้งเรื่องท่องเที่ยวและเรื่องกีฬา ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยมีนายจตุรงค์ ปทุมานนท์ บรรณาธิการข่าว “มติชน”, น.ส.วรรณมณี บัวเทศ หัวหน้าข่าวกีฬามติชน และทีมข่าว ร่วมสัมภาษณ์
นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องของการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ 2030 ของประเทศไทยนั้น การเป็นเจ้าภาพยูธ โอลิมปิกเกมส์ ใครก็อยากจัด เพราะเป็นประวัติศาสตร์ให้ประเทศ เช่นเดียวกับรถยนต์สูตร 1 “เอฟ 1” ใครก็อยากจัด แต่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ที่จะกิดขึ้นต้องมาคุยว่า คุ้มค่าขนาดไหน ยิ่ง ณ เวลานี้ภาวะของประเทศไทยและโลกใบนี้หนีไม่พ้นผลกระทบเรื่องของเศรษฐกิจ พลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีการสู้รบ เราจะจัดอะไรต่อไปนี้ต้องเอาตัวเลขความคุ้มค่าจริงๆ มาดู ถ้าจะบอกว่า ลงทุนแล้วคุ้มค่าในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาเยาวชน เราเอางบฯ ก้อนนี้ไปลงที่ตัวเด็กเยาวชนจริงๆ เลยดีกว่าไหม ถ้าเราจะหวังเรื่องของการพัฒนาก็ต้องพัฒนาให้ตรงจุด ทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ของประเทศไม่มีใครปฏิเสธแน่นอน แต่ต้องมาดูความคุ้มค่ากับการลงทุนไป โดยเฉพาะต้องคิดให้รอบคอบท่ามกลางสภาวะการเงินที่เผชิญวิกฤตทั่วโลก
“งบประมาณถ้าจัดเราต้องดูว่ามีจากแหล่งไหนบ้าง จากกองทุนไหน แต่อาจมีผลกระทบต่อสมาคม เวลานี้ทุกคนพูดง่ายมากคือ จะเอาเงินรัฐบาลเพียงแต่ว่า เราต้องใช้อย่างรอบคอบ และต้องคิดหลายๆ มิติ” นายสุรศักดิ์กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ต่อไปนี้เราจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐคือ ต้องมีผลงานที่ชัดเจนทั้งด้านเป็นเลิศ และอาชีพ อีกทั้งเราต้องดูเรื่องของความคุ้มค่า เรื่องการดำเนินงานของสมาคมต่างๆ จะนำมาเป็นหลักเกณฑ์หมด เข้าใจว่าทุกสมาคมกีฬาตั้งใจ แต่วันนี้ต้องเอาตัวเลข เอาตัวชี้วัดเพื่อจะบอกได้ว่าสมาคมไหนได้มาก ได้น้อย ทุกวันนี้สมาคมพูดตรงกันวันนี้ได้มาก ปีหน้าอาจไม่ได้เลยเพราะไม่มีหลักเกณฑ์การให้ เนื่องจากงบฯกองทุนกีฬามีก้อนเดียวและต้องกระจายไปให้ครบทุก 90 สมาคมกีฬา หมายความว่าต่อไปนี้
“ผมบอกทุกสมาคมว่า ทุกคนต้องช่วยกัน ทุกคนต้องรู้ตัวเองว่าจะพัฒนากีฬาของตัวเองได้จุดไหน เป็นเลิศจุดไหน อาชีพจุดไหน เข้าใจทุกสมาคมอยากประสบความสำเร็จ และต้องเข้าใจถึงความเป็นจริงด้วย และทุกสมาคมต้องไม่โดนทิ้ง บางกีฬาดันไปไม่ได้เป็นอาชีพได้จริงๆ เราก็ต้องรู้ และยอมรับ และปรับแผน กีฬามีประโยชน์ทุกประเภท แต่ทุกกีฬาต้องยอมรับความจริงด้วยว่าตัวเองไปถึงจุดไหนได้แล้วทำแผน แล้วมาคุย ผมไม่มีลูกรัก ไม่มีใครสนิท ข้อครหาอย่างนั้นในยุคผมจะไม่ให้มี เราจะมีการประเมินทุกปีเป็นเกรดเอ, บี, ซี ใครอยู่ซี พยายามอัพตัวเองให้ได้เอ ทำอย่างไร ใครเอ แล้วบริหารจัดการไม่ดีหล่นมาเป็นบีก็เป็นไปได้ ดังนั้นทุกสมาคมต้องตื่นตัว” รมต.กีฬากล่าวทิ้งท้าย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุรศักดิ์ ดูความคุ้มค่าจัดยูธอลป.ยกเครื่องกองทุนแบ่งเกรดหนุนสมาคม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th