โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสศ. เปิด 5 ชุดสวัสดิการพื้นฐาน ช่วยเด็กวิกฤตการศึกษาทั่วประเทศ ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา

The Reporters

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

กสศ. เดินหน้า 5 ชุดโอกาสช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแบบรายคน ทันที ทันการณ์ ตรงจุด พร้อมบูรณาการวิจัยและปฏิบัติการ สร้างระบบคุ้มครองเด็กอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus

ที่ประชุมคณะทำงานพัฒนานวัตกรรมการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งมี ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ในฐานะประธานคณะทำงานดังกล่าว มีมติเห็นชอบ “ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา” เพื่อรับมือช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 2569 ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus

ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานคณะทำงานพัฒนานวัตกรรมการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับมหภาคของประเทศไทย โดยผลกระทบดังกล่าวได้กระทบถึงครัวเรือนยากจนที่เปราะบางที่สุด สอดคล้องกับองค์ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาที่ชี้ชัดว่า ช่วงเปิดภาคเรียนคือจุดวิกฤตทางการเงินของครัวเรือน เพราะรายจ่ายหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาอันสั้น ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบ และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ ทางการศึกษา

“แรงกดดันทางการเงินที่สะสมขึ้นในช่วงเปิดเทอม จึงกลายเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่ง เสี่ยงหยุดเรียนหรือหลุดจากระบบการศึกษาไป”

ดังนั้น เพื่อเสริมพลังมาตรการของหน่วยงานหลัก คณะทำงานฯ จึงมีมติเห็นชอบจัด “ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กวิกฤตการศึกษา” ตาข่ายสุดท้ายเพื่อปกป้องไม่ให้เด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา 3 ระดับ ได้แก่

(1) อุปสรรคทางเศรษฐกิจเฉพาะหน้า
(2) การขาดโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น
(3) การขาดกลไกรองรับในระยะยาว
“มาตรการดังกล่าวจะดำเนินการผ่าน “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตการศึกษา กสศ.” โดยมุ่งช่วยเหลือเด็กและเยาวชนอายุ 3-18 ปีทั่วประเทศ ที่อยู่ในภาวะ “วิกฤตสูงสุด” หรือ “กลุ่มสีแดง” เป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เผชิญข้อจำกัดรุนแรงจนไม่สามารถเรียนต่อได้ ต้องออกไปทำงานเพื่อประคองครอบครัว หรือมีเงื่อนไขชีวิตที่ทำให้เส้นทางการเรียนสะดุดลงอย่างฉับพลัน กสศ. ยืนยันว่า การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ต้องเป็นแบบ “รายคน ทันที ทันการณ์ และตรงจุด” เพราะวิกฤตระยะสั้นในชีวิตเด็กเพียงคนเดียว หากไม่ได้รับการแก้ไขทันเวลา อาจนำไปสู่การหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างถาวร” ศ.ดร.สมพงษ์ ระบุ

ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา ประกอบด้วย “5 โอกาส” ได้แก่

โอกาสที่ 1 คูปองการเรียนรู้ Learning Plus

สวัสดิการสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาแบบบูรณาการ 3 มิติ ทั้งคอร์สทักษะออนไลน์ฟรี ครอบคลุมทักษะชีวิต ทักษะดิจิทัล และทักษะอาชีพยุคใหม่ รวมถึงการสนับสนุนค่าเดินทางและค่าอาหารเช้า

โอกาสที่ 2 เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน Mobile School

แพลตฟอร์มการเรียนรู้ยืดหยุ่นแบบออนไลน์ (Flexible Learning Platform) ที่เชื่อมการเรียนรู้จากชุมชน พื้นที่ทำงาน และชีวิตประจำวัน เข้ากับผู้เรียน ครู โค้ช และพื้นที่การเรียนรู้ในระบบเดียว มุ่งทลายข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ และเปิดโอกาสให้เรียนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โอกาสที่ 3 SIM พร้อมเรียน

การสนับสนุนอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการเรียนรู้ ภายใต้หลักคิดว่า “การเชื่อมต่อดิจิทัล” คือโครงสร้างพื้นฐานทางโอกาสที่สำคัญไม่ต่างจากสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการเรียนรู้

โอกาสที่ 4 Learn to Earn

กลไกการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน (Work-Integrated Learning) ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยมีระบบเทียบโอนทักษะจากการทำงานเป็น หน่วยกิตการศึกษา” เปิดทางให้ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน และได้รับวุฒิการศึกษาที่ได้รับการรับรองเมื่อสำเร็จการศึกษา เพื่อลดเงื่อนไขที่ทำให้เด็กต้องเลือกระหว่าง “ปากท้อง” กับ “อนาคต”

โอกาสที่ 5 ธนาคารโอกาส

ระบบกลางจัดสรรทรัพยากรและสวัสดิการด้านอุปกรณ์การศึกษา เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และสื่อการเรียนรู้ บนหลักการของความโปร่งใสและการมุ่งเป้าอย่างแม่นยำ เพื่อให้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไปถึงเด็กที่ต้องการจริง เพราะการขาดอุปกรณ์จำเป็นเพียงชิ้นเดียว อาจทำให้เด็กคนหนึ่งหลุดออกจากการเรียนรู้ได้

ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้มาตรการครั้งนี้แตกต่างจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้า คือการออกแบบให้มี การวิจัยนโยบายควบคู่กับการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบ “วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม” เพื่อสะสมหลักฐานเชิงประจักษ์จากพื้นที่จริงในทุกมาตรการ และต่อยอดไปสู่การสร้างระบบคุ้มครองเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษาที่ยั่งยืน สามารถใช้ขยายผลระดับนโยบายได้ในอนาคต
ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา จะดำเนินการผ่านความร่วมมือของกลไกระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่ดูแลเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันคัดกรองเด็กและเยาวชนจากครัวเรือนเปราะบางที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤตเร่งด่วน ให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ตรงจุด และไม่ปล่อยให้ใครต้องหลุดจากระบบการศึกษา
กสศ. จึงขอเชิญจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างตาข่ายคุ้มครองทางการศึกษาให้กับเด็กไทยทั่วประเทศ โดยเปิดรับความร่วมมือระหว่างวันที่ 1–31 พฤษภาคม 2569 ผู้สนใจสามารถติดต่อ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ที่สายด่วน 092-596-6155 และ 02-079-5475

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...