โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท.คุมเข้ม ออกเกณฑ์ใหม่สกัดฟอกเงิน บังคับยืนยันตัวตน “ถอนเงินสดเกิน 5 ลบ.” ทุกครั้ง มีผล 1 เม.ย. 69 นี้

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 14.31 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 10.20 น.

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ประกาศธปท. ที่ 16/2569 เรื่องหลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน เพื่อยกระดับการดูแลความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นช่องทางกระทำผิดกฎหมายพร้อมทั้งเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน เนื่องจากธุรกรรมเงินสดทำได้สะดวกและไม่มีข้อมูลเส้นทางธุรกรรม ทำให้ติดตามได้ยาก และอาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงิน

ธปท. ระบุเหตุผลว่า การใช้เงินสดมีข้อจำกัดในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพราะไม่มีการบันทึกข้อมูลตัวตนผู้ใช้ ทำให้มักถูกใช้ในการปิดบังแหล่งที่มาของเงินจากการก่ออาชญากรรม ปัจจุบันพบว่ามีการใช้สถาบันการเงินเป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบการเงิน

หลักเกณฑ์ฉบับนี้กำหนดให้สถาบันการเงินต้องบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมเบิกถอนเงินสดและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเช็คเงินสดให้รัดกุมและครอบคลุมตลอดกระบวนการ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า ลักษณะธุรกรรม พื้นที่ และช่องทางการให้บริการ

ประกาศฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่ ธุรกรรมเบิกถอนเงินสด” และ ธุรกรรมเกี่ยวกับเช็คเงินสด” โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  • ต้องยืนยันตัวตนทุกครั้ง:

  • ที่สาขา: ต้องแสดงบัตรประชาชน/พาสปอร์ต พร้อมแจ้งเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ติดต่อได้

  • ตู้ ATM/ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์: ต้องยืนยันตัวตนด้วยความปลอดภัยสูง เช่น การใช้รหัส PIN, OTP, แอปพลิเคชันธนาคาร หรือการสแกนใบหน้า (Biometrics)

  • ตรวจสอบเข้มข้น (Enhance Customer Due Diligence:EDD) เมื่อถอนเงินเกิน 5 ล้านบาท:

  • หากลูกค้าถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปภายใน 1 วัน ธนาคารต้องจัดเป็นกลุ่ม “ความเสี่ยงสูง”

  • ลูกค้าต้องแสดงวัตถุประสงค์และเอกสารประกอบที่ชัดเจน หากไม่สามารถชี้แจงเหตุผลที่เหมาะสมได้ ธนาคารมีสิทธิ์ “ระงับการทำธุรกรรม” ในครั้งนั้นทันที

  • การติดตามพฤติกรรมผิดปกติ:

  • ธนาคารต้องมีระบบตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดไปจากปกติของลูกค้า

  • หากพบความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับภัยทุจริตดิจิทัล (Digital Fraud) ต้องปฏิบัติตามแนวทางจัดการภัยทุจริตโดยเคร่งครัด

หากตรวจพบธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติไปจากการทำธุรกรรมทั่วไปหรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติของลูกค้ารายนั้น ต้องรายงานให้ ธปท. ทราบโดยเงื่อนไขนี้จะใช้เฉพาะการถอนเงินสดที่สาขา และการเบิกถอนหรือขึ้นเงินจากเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี ทั้งนี้ ลูกค้าที่ทำธุรกรรมด้วยช่องทางอื่น เช่น การโอนเงิน หรือใช้เช็คที่ขีดคร่อมเข้าบัญชี ยังดำเนินการได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ธปท. ยังกำหนดให้สถาบันการเงินทบทวนกระบวนการดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เท่าทันกับพฤติกรรมการทำธุรกรรมเงินสดของลูกค้า อีกทั้งสถาบันการเงินต้องดูแลให้การบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวไม่สร้างภาระแก่ลูกค้าจนเกินควร และต้องมีแนวทางดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

แม้เกณฑ์นี้จะเพิ่มความเข้มงวด แต่ ธปท. กำชับให้สถาบันการเงินดูแลลูกค้าอย่างเป็นธรรม ไม่สร้างภาระจนเกินควร และต้องมีกระบวนการเยียวยาหากเกิดความล่าช้าหรือผลกระทบต่อลูกค้าที่ทำธุรกรรมปกติ

นอกจากนี้ ธปท. ยังสนับสนุนให้ธนาคารนำแนวทางนี้ไปปรับใช้กับการ ฝากเงินสดและการแลกธนบัตร ด้วย เพื่อความครอบคลุมในอนาคต

ประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...