ธปท.คุมเข้ม ออกเกณฑ์ใหม่สกัดฟอกเงิน บังคับยืนยันตัวตน “ถอนเงินสดเกิน 5 ลบ.” ทุกครั้ง มีผล 1 เม.ย. 69 นี้
วันที่ 19 มีนาคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ประกาศธปท. ที่ 16/2569 เรื่องหลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน เพื่อยกระดับการดูแลความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นช่องทางกระทำผิดกฎหมายพร้อมทั้งเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน เนื่องจากธุรกรรมเงินสดทำได้สะดวกและไม่มีข้อมูลเส้นทางธุรกรรม ทำให้ติดตามได้ยาก และอาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงิน
ธปท. ระบุเหตุผลว่า การใช้เงินสดมีข้อจำกัดในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพราะไม่มีการบันทึกข้อมูลตัวตนผู้ใช้ ทำให้มักถูกใช้ในการปิดบังแหล่งที่มาของเงินจากการก่ออาชญากรรม ปัจจุบันพบว่ามีการใช้สถาบันการเงินเป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบการเงิน
หลักเกณฑ์ฉบับนี้กำหนดให้สถาบันการเงินต้องบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมเบิกถอนเงินสดและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเช็คเงินสดให้รัดกุมและครอบคลุมตลอดกระบวนการ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า ลักษณะธุรกรรม พื้นที่ และช่องทางการให้บริการ
ประกาศฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่ “ธุรกรรมเบิกถอนเงินสด” และ “ธุรกรรมเกี่ยวกับเช็คเงินสด” โดยมีสาระสำคัญดังนี้
ต้องยืนยันตัวตนทุกครั้ง:
ที่สาขา: ต้องแสดงบัตรประชาชน/พาสปอร์ต พร้อมแจ้งเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ติดต่อได้
ตู้ ATM/ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์: ต้องยืนยันตัวตนด้วยความปลอดภัยสูง เช่น การใช้รหัส PIN, OTP, แอปพลิเคชันธนาคาร หรือการสแกนใบหน้า (Biometrics)
ตรวจสอบเข้มข้น (Enhance Customer Due Diligence:EDD) เมื่อถอนเงินเกิน 5 ล้านบาท:
หากลูกค้าถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปภายใน 1 วัน ธนาคารต้องจัดเป็นกลุ่ม “ความเสี่ยงสูง”
ลูกค้าต้องแสดงวัตถุประสงค์และเอกสารประกอบที่ชัดเจน หากไม่สามารถชี้แจงเหตุผลที่เหมาะสมได้ ธนาคารมีสิทธิ์ “ระงับการทำธุรกรรม” ในครั้งนั้นทันที
การติดตามพฤติกรรมผิดปกติ:
ธนาคารต้องมีระบบตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดไปจากปกติของลูกค้า
หากพบความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับภัยทุจริตดิจิทัล (Digital Fraud) ต้องปฏิบัติตามแนวทางจัดการภัยทุจริตโดยเคร่งครัด
หากตรวจพบธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติไปจากการทำธุรกรรมทั่วไปหรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติของลูกค้ารายนั้น ต้องรายงานให้ ธปท. ทราบโดยเงื่อนไขนี้จะใช้เฉพาะการถอนเงินสดที่สาขา และการเบิกถอนหรือขึ้นเงินจากเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี ทั้งนี้ ลูกค้าที่ทำธุรกรรมด้วยช่องทางอื่น เช่น การโอนเงิน หรือใช้เช็คที่ขีดคร่อมเข้าบัญชี ยังดำเนินการได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ธปท. ยังกำหนดให้สถาบันการเงินทบทวนกระบวนการดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เท่าทันกับพฤติกรรมการทำธุรกรรมเงินสดของลูกค้า อีกทั้งสถาบันการเงินต้องดูแลให้การบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวไม่สร้างภาระแก่ลูกค้าจนเกินควร และต้องมีแนวทางดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
แม้เกณฑ์นี้จะเพิ่มความเข้มงวด แต่ ธปท. กำชับให้สถาบันการเงินดูแลลูกค้าอย่างเป็นธรรม ไม่สร้างภาระจนเกินควร และต้องมีกระบวนการเยียวยาหากเกิดความล่าช้าหรือผลกระทบต่อลูกค้าที่ทำธุรกรรมปกติ
นอกจากนี้ ธปท. ยังสนับสนุนให้ธนาคารนำแนวทางนี้ไปปรับใช้กับการ ฝากเงินสดและการแลกธนบัตร ด้วย เพื่อความครอบคลุมในอนาคต
ประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป