โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กองทุนทั่วโลกแห่ตุนเงินสดรับมือเศรษฐกิจชะลอ บาทอ่อนต่างชาติวกกลับซื้อหุ้นไทยหมื่นล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 04.23 น.

สัญญาณบวกสงครามอิหร่านคลี่คลายระยะสั้น ต่างชาติพลิกซื้อหุ้นไทย 3 วันติดหมื่นล้านบาทหลังบาทอ่อน นักวิเคราะห์เตือนผลกระทบระยะกลางจากสงครามอิหร่าน กองทุนทั่วโลกแห่ตุนเงินสดรับมือเศรษฐกิจชะลอ บล.เอเซีย พลัสชู BBL,CPF,TRUE หลบผันผวน

วันที่ 20 มี.ค.2569บล. เอเซีย พลัส ประเมินสถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกว่าเริ่มมีแนวโน้มผ่อนคลายขึ้นในระยะสั้น หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 20 เริ่มมีสัญญาณการลดความร้อนแรงลง

ปัจจัยบวกดังกล่าวเกิดจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่อิหร่าน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณายกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านและเตรียมนำคลังน้ำมันสำรองออกมาใช้เพื่อเพิ่มอุปทาน

ทางด้านอิสราเอลเองก็มีท่าทีชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเพิ่มเติม ผสานกับการที่หลายประเทศในยุโรปและญี่ปุ่นได้ออกมาเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการโจมตีที่กระจายวงกว้าง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่เคยพุ่งขึ้นไปถึง 119 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ได้ย่อตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 105 เหรียญสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามแม้น้ำมันจะปรับตัวลงมาบ้าง แต่ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส เตือนว่าในระยะยาวยังคงน่ากังวล เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างมาก นำโดยดัชนี BCOM ที่พุ่งขึ้น 22.1%ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ณ วันที่ 19 มี.ค.2569 ซึ่งถือว่ายืนอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022

ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 64.5% YTD และถ่านหินบวก 38% YTD การที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นรวดเร็วเกิน 50% ต่อปีในอดีตมักจะตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (Recession) ปัจจัยนี้ทำให้กองทุนทั่วโลกมีแนวโน้มลดความเสี่ยงโดยการถือ "เงินสด" เพิ่มขึ้น

โดยสัดส่วนเงินสดล่าสุดในเดือนมีนาคมพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.3% จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.4% (เข้าใกล้ระดับ 6.3% ในช่วงสงครามปี 2022) รวมถึงธนาคารกลางหลายแห่งอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อสกัดเงินเฟ้อในอีก 6 เดือนข้างหน้า

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยในช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับเงินทุนไหลออกอย่างหนักจนทำให้เงินบาทอ่อนค่าแรงที่สุดในเอเชียถึง -4.51% (MTD)

อย่างไรก็ตาม บล.เอเซีย พลัส มองว่าท่ามกลางค่าเงินบาทที่อ่อนยวบ เริ่มเห็นสัญญาณบวกของกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่พลิกกลับมา "ซื้อสุทธิ" ในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง 3 วันทำการ รวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียที่มีเม็ดเงินไหลเข้าในช่วงเวลานี้

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากความชัดเจนทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลที่ราบรื่นและมีเสถียรภาพ ทำให้นักลงทุนคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส, การตรึงค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย, การเดินหน้าประมูลโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ( Mega Projects)รวมถึงมาตรการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ซึ่งอาจเป็นแรงผลักดันให้ GDP ไทยในปี 2569 สามารถเติบโตได้สูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ 1.8%

กลยุทธ์การลงทุน ชู 3 หุ้นเด่น "หลบความผันผวน" พร้อมเก็งกำไรกลุ่มเกมจีนด้วยแนวโน้มตลาดหุ้นที่ "วันนี้ฟื้น วันหน้ายังน่ากังวล" บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบหลบความผันผวน โดยให้หุ้น BBL, CPF และ TRUE เป็น Top Picksประจำวัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...