โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักจิตวิทยา เผย "ทรัมป์" อาจมีภาวะสมองเสื่อม หลังโพสต์ก้าวร้าวถี่

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักจิตวิทยา เผย "ทรัมป์" อาจมีภาวะสมองเสื่อม หลังโพสต์ก้าวร้าวถี่

วันที่ 9 เม.ย. 2569 ดร.จอห์น การ์ทเนอร์ นักจิตวิทยาและอดีตศาสตราจารย์จาก Johns Hopkins University ให้สัมภาษณ์ผ่านไลฟ์สตรีมพอดแคสต์ของ The Daily Beast เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยแสดงความเห็นว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอาการเข้าข่ายภาวะสมองส่วนหน้าเสื่อม และสภาพจิตใจที่ถดถอยลงอย่างชัดเจน จนพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเมื่อราว 4 สัปดาห์ก่อนหน้า ก่อนเกิดความตึงเครียดกับอิหร่าน

ดร.การ์ทเนอร์อธิบายว่า ผู้ที่มีภาวะสมองส่วนหน้าเสื่อม มักสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ การยับยั้งชั่งใจ และการควบคุมพฤติกรรม ส่งผลให้แสดงออกด้วยความก้าวร้าวมากขึ้น โดยเขาชี้ถึงพฤติกรรมการโพสต์ข้อความบน Truth Social ของทรัมป์ ที่มีลักษณะรุนแรงและข่มขู่อิหร่าน โดยเฉพาะโพสต์ในช่วงวันอีสเตอร์ที่พาดพิงถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน นอกจากนี้ ยังพบการใช้ถ้อยคำหยาบคาย รวมถึงคำที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร “F” ซึ่งสะท้อนถึงความผิดปกติของสมองส่วนหน้าที่ส่งผลต่อพฤติกรรม มากกว่าความจำ

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ Vin Gupta นักวิเคราะห์ทางการแพทย์ของ MSNBC ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระบุว่า ทรัมป์มีลักษณะอาการคล้ายภาวะสมองเสื่อม เช่น การพูดไม่ต่อเนื่อง พูดไม่จบประโยค มีความสับสน ใช้คำไม่เหมาะสม และแนวโน้มอาการแย่ลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มีรายงานว่าประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพของทรัมป์เคยถูกตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ปี 2019 ในช่วงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ขณะที่ทำเนียบขาวในขณะนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าพยายามปกปิดข้อมูลด้านสุขภาพ หลังมีข่าวก่อนหน้านี้ว่าเขาป่วยหนัก รวมถึงมีการสังเกตเห็นรอยฟกช้ำบริเวณหลังมือ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...