โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ยศชนัน' ชู 'จุลสาหร่าย KU01' นวัตกรรมความหวังใหม่ ปั้นเกษตรมูลค่าสูงสู่ผู้นำ Wellness โลก และพลังงานสะอาด

VoiceTV

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 07.40 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเปิดตัวโครงการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) จากจุลสาหร่าย Chlorella vulgaris KU01 โดยระหว่างการแถลงข่าวเปิดตัว ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่เพื่อพาชาติก้าวข้าม "กับดักรายได้ปานกลาง" ที่ติดหล่มมาอย่างยาวนาน ความหวังสำคัญคือการผลักดันยุทธศาสตร์ Wellness ที่เชื่อมโยงภาคเกษตร อุตสาหกรรม และภาคบริการเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย" ที่สมบูรณ์แบบและมีความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เน้นย้ำว่าในสมรภูมิเทคโนโลยีโลกหรือ Tech War ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องแข่งกับใครในทุกเรื่อง แต่ต้องมุ่งเน้นในจุดที่แข็งแกร่งที่สุดคือ "การเกษตรมูลค่าสูงและ Wellness" พร้อมประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า "หากเราบอกว่าเราคือเบอร์หนึ่งด้านนี้ ผมมั่นใจว่าเวทีโลกจะอยากเดินเข้ามาหาเราเอง" วิสัยทัศน์นี้จะถูกขับเคลื่อนผ่านนโยบาย Continuous Education เพื่อเตรียมพร้อมบุคลากรให้มีทักษะขั้นสูง (Upskill/Reskill) โดยเฉพาะแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องกลับมาเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)

โครงการวิจัยจุลสาหร่าย KU01 คือคำตอบที่ตรงจุดที่สุดในการสร้างความมั่นคงทั้งด้านอาหารและพลังงาน โดยจุลสาหร่ายสายพันธุ์นี้มีศักยภาพในการผลิตน้ำมันต่อพื้นที่สูงกว่าปาล์มน้ำมันถึง 16 เท่า และสูงกว่าถั่วเหลืองถึง 213 เท่า สามารถสกัดน้ำมันมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึงร้อยละ 59.44 เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงปกติ อีกทั้งจุลสาหร่ายยังเป็นพืชที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึงร้อยละ 80-96 สอดรับกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศอย่างลงตัว

นอกจากด้านพลังงานสะอาดแล้ว นวัตกรรมนี้ยังเป็นทางรอดสำคัญของอุตสาหกรรมโปรตีน โดยการนำชีวมวลสาหร่ายมาทดแทนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพงอย่างกากถั่วเหลืองและปลาป่น ซึ่งผลการทดสอบในสูตรอาหารโคขุนพบว่าช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างเห็นผล ขณะเดียวกันในมิติของอาหารคน จุลสาหร่าย KU01 ถือเป็น "ซูเปอร์ฟู้ด" ที่มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 50-70 และอุดมด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เวชสำอางมูลค่าสูง สร้างโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมชีวภาพไทยอย่างครบวงจร

ศ.ดร.ยศชนัน ยังกล่าวถึงทีมนักวิจัยข้ามศาสตร์ว่าเป็น "ฮีโร่เบื้องหลัง" ที่เปลี่ยนความรู้ในตำราให้กลายเป็นความหวังที่จับต้องได้ของชาติ ประกอบด้วย ดร.นภัส แก้วตระกูลชัย, รศ.ดร.เกียรติทวี ชูวงศ์โกมล, ผศ.สพ.ญ.ดร.วราพร พิมพ์ประไพ, ผศ.ดร.ภาณุมาศ อรุณเดชาวัฒน์ และ ผศ.เริงทิวา ทิพยศักดิ์ รวมถึงทีมงานคณะเกษตร วิทยาศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ที่ร่วมกันผลักดันโครงการจนเกิดผลเป็นรูปธรรมและพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการข้ามศาสตร์อย่างแท้จริง

ด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าโครงการนี้สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิกฤตการณ์โลก ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยที่สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยพร้อมจะผลักดันโครงการจุลสาหร่าย KU01 จากระดับห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์และระดับอุตสาหกรรม เพื่อเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของไทยสืบไป สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของกระทรวง อว. ที่จะสนับสนุนงานวิจัยที่สร้างมูลค่าสูงให้แก่สังคมไทยในระยะยาว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...