จดหมายจากเวนดี้ถึงปีเตอร์แพน: ขอบคุณนะ EXO ที่อารักขาวัยเยาว์ของฉัน
ถ้าเนเวอร์แลนด์มีจริง… ปีเตอร์แพนของทุกคนจะมีหน้าตาแบบไหนนะ?
สำหรับบางคนปีเตอร์แพนอาจเป็นเด็กชายชุดสีเขียว ถือดาบไม้อันน้อยกวัดแกว่งต่อสู้กับกัปตันฮุกอย่างห้าวหาญ หรืออาจเป็นตุ๊กตาตัวโปรด ที่ต่อให้เลิกเล่นไปนานแค่ไหนแต่พอกลับมาเห็นก็ยังจดจำช่วงเวลาเหล่านั้นได้เสมอ หรือเป็นหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดที่ขอบเริ่มเหลืองไปตามกาลเวลา แต่แค่มองเห็นว่าอยู่บนชั้นในห้องนอนก็ยิ้มออกมาได้ทุกครั้ง
ทว่ากับผู้คนอีกไม่น้อย ปีเตอร์แพนของพวกเขาไม่ใช่เด็กชายชุดเขียวหรือสิ่งของอื่นใด แต่เป็นความรักที่ยังอบอุ่นอยู่ในใจ เป็นความทรงจำที่ไม่เคยจางหายไป และถูกเก็บรักษาไว้ในชื่อ ‘EXO’
และนี่คือจดหมายเปิดผนึกจากเวนดี้ในโลกที่หมุนวนไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ส่งถึงกลุ่มเด็กชายจากต่างดาว ผู้ที่ทำให้เรารู้ว่า บานหน้าต่างในห้องนอน ไม่จำเป็นต้องปิดลงเพียงเพราะเราโตเป็นผู้ใหญ่
ถึงผู้อารักขาวัยเยาว์ของฉัน
หากย้อนเวลากลับไปในวันที่ยังเป็นเด็ก ‘ปีเตอร์แพน’ เคยเป็นเพียงแค่ตัวละครในการ์ตูน จากปลายปากกาของเจมส์ แมทธิว แบร์รี่ (J.M. Barrie) ที่เราหลงรัก เราอาจเคยวาดฝันอยากเป็นเวนดี้ตัวน้อย รอคอยการปรากฏตัวของปีเตอร์แพนที่ริมหน้าต่างห้องนอน และพาเราไปโลดแล่นในดินแดนเนเวอร์แลนด์
แต่กว่าจะรู้ได้ว่าปีเตอร์แพนในสีชุดเขียวนั้นไม่มีทางมาหาเราได้จริง เราก็พบเจอเข้ากับปีเตอร์แพนของตัวเองเสียก่อน
วันที่ 8 เมษายน 2012 ไม่ใช่ที่ริมหน้าต่างห้องนอน แต่เป็นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ปีเตอร์แพนของเวนดี้ปรากฏตัวขึ้นแล้วในชีวิตจริง
พวกเขาไม่ได้บินมาตามหาเงาที่หล่นหาย แต่มาเพื่อเก็บรักษา ‘เงา’ ของเวนดี้ตัวน้อยในวันนั้นไว้ให้
เราใช้เวลาช่วงหลังเลิกเรียนหมดไปกับการเฝ้าหน้าจอ รอคอย MV ตัวถัดไป ราวกับรอคอยผงละอองดาวมาชุบชูจิตใจ เราหัวเราะไปกับความซุ่มซ่ามใน EXO’s Showtime ภาพจำของกลุ่มเด็กชายที่นั่งกินไก่ทอดคนละตัว หรือเสียงเชียร์ลั่นตอนที่ต้องวิ่งลงทะเลในฤดูหนาวที่เย็นจับใจ
อาจมีบางคราที่ต้องเสียน้ำตา แต่ความเข้มแข็งก็นำพาให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่มืดหม่นนั้นมาได้ หยาดน้ำตาทั้งหลายแปรเปลี่ยนเป็นสัญญาที่เหนียวแน่นระหว่างเรา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนับจากนี้ ปีเตอร์แพนกับเวนดี้จะไม่มีวันปล่อยมือจากกัน
เราได้วิ่งเล่นในทุ่งกว้างของความสุข ได้ตะโกนชื่อพวกเขาจนสุดเสียงในตอนที่มีโอกาส และนั่นคือช่วงเวลาที่แสนพิเศษในเนเวอร์แลนด์ที่มีปีเตอร์แพนเป็น EXO
ทว่า เข็มนาฬิกาในท้องของจระเข้ตัวร้ายไม่เคยหยุดเดิน เนเวอร์แลนด์ในโลกแห่งความเป็นจริงมีกัปตันฮุกรออยู่เช่นกัน ช่วงเวลาแห่งการเติบโตไม่เคยหนีหายไปไหน มันเดินอย่างสม่ำเสมอ และเวียนผ่านไปโดยที่เราไม่ทันสังเกต
จากเด็กหญิงเวนดี้ในชุดนักเรียนรอดู MV มีแรงปั่นโหวตยันเช้าคนนั้น เติบโตก้าวผ่านประตูห้องเรียนไปสู่โลกที่กว้างใหญ่และซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โลกที่ต้องแลกละอองดาวแห่งความสุขในวันวานกับละอองพายุหนาชื่อว่าทุนนิยม เรากลายเป็นเวนดี้ในชุดทำงาน ฝ่าการจราจรติดขัด พร้อมถือโน้ตบุ๊กหนักอึ้งไว้แนบกาย
ในโลกที่เรียกว่า ‘ผู้ใหญ่’ นี้เอง ที่ทำให้ ‘เงา’ ของเราหายไป
เรากลายเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในระบบที่ไม่ได้ใจดีกับเราเหมือนตอนอยู่ในเนเวอร์แลนด์ วันที่โดนหัวหน้าตำหนิ วันที่โปรเจ็กต์ที่ตั้งใจทำถูกปัดตก หรือวันที่เผชิญหน้ากับความสูญเสียที่ไม่ทันตั้งตัว รสชาติของการเป็นผู้ใหญ่มันช่างขมปร่าเสียจนบางครั้งเราก็เผลอลืมวิธีที่จะโบยบิน
แม้ว่าชื่อของ EXO จะยังคงอยู่ในเพลย์ลิสต์เดิมที่เคยฟัง แต่น้ำหนักในชีวิตประจำวันกลับเบาบางลงไปตามภาระหน้าที่ที่ทับถม หลายครั้งที่เรามองไปที่หน้าต่างห้องนอนบานเดิม แล้วพบว่ามันถูกปิดไว้ด้วยความเหนื่อยล้า แน่นอนว่าเราไม่ได้เลิกเป็นเวนดี้ที่หลงรักในเนเวอร์แลนด์ เพียงแต่เราเผลอทำ ‘เงา’ แห่งความสดใสหล่นหายไปในรอยแยกของกองเอกสารและตารางนัดหมายโดยไม่รู้ตัว
ในคืนที่เงียบเหงา หลังจากปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กลง เพลงเดิมที่เคยทำให้เรายิ้มได้เมื่อสิบปีก่อน หรือโปสเตอร์ที่เราเคยแปะไว้บนกำแพง แม้จะเก่าจนสีซีด เริ่มขาดกรอบในบางจุด หรือเราไม่ทันสังเกตถึงการมีอยู่ของมันในบางเวลา ทว่าเมื่อไหร่ที่โลกของความเป็นผู้ใหญ่กดทับเราจนเกินจะรับไหว โปสเตอร์แผ่นนั้นที่เราติดมันไว้ด้วยความรัก เสียงเพลงเพลงนั้นที่เราเคยเฝ้ารอด้วยหัวใจสดใส ก็จะยังคงทำหน้าที่ของมันด้วยความภักดีอย่างที่เป็นมาเสมอ
และนั่นคือตอนที่เรารู้สึกได้ว่า ‘ฝีเข็ม’ เริ่มขยับ
ในนิทานฉบับดั้งเดิม เวนดี้คือผู้ที่เย็บเงาคืนให้ปีเตอร์แพน แต่ในโลกความจริงที่แสนเหนื่อยล้านี้ กลับเป็น EXO ที่ถือเข็มกับด้ายเดินเข้ามาหาเรา พวกเขาไม่ได้มาเพื่อบอกให้เราทิ้งภาระงานตรงหน้า แต่มาเพื่อทำหน้าที่เป็น ‘ผู้อารักขาวัยเยาว์’ ของเราเอาไว้ พวกเขาใช้ท่วงทำนองที่คุ้นเคยบรรจงเย็บรอยยิ้ม ความร่าเริง และตัวตนที่เคยเปล่งประกายคืนให้กับเวนดี้ที่กำลังบอบช้ำ
แม้ว่าความจริงแล้ว ‘ปีเตอร์แพนทั้ง 9’ จะไม่ได้มีชีวิตที่ราบรื่นเสมอไป พวกเขาก็ต้องเผชิญกับพายุที่พัดกระหน่ำไม่ต่างกัน หลายครั้งที่มือที่กำลังถือเข็มเย็บเงาคืนให้เรา ประดับไปด้วยรอยแผลจากการต่อสู้ของตัวเอง
แต่ถึงอย่างนั้น แม้ในวันที่พวกเขาบอบช้ำที่สุด ก็ไม่มีสักครั้งที่ปีเตอร์แพนจะหันหลังและทอดทิ้งเนเวอร์แลนด์ของพวกเราไป พวกเขาเลือกที่จะปัดฝุ่นจากเสื้อผ้า ยิ้มให้กล้อง และทำหน้าที่เป็นผู้อารักขาวัยเยาว์ต่อไปอย่างซื่อสัตย์ เขาไม่ได้มาเพื่อปลอบประโลมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าคำสัญญาที่เคยเอ่ยไว้ “ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ EXO-L หันกลับมา ก็จะมีพวกเราอยู่เสมอ” นั้นเป็นจริง
เหมือนกับทุกครั้งที่เราได้ยินคำว่า “WE ARE ONE” จากพวกเขาทั้ง 9 ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าต่อให้โลกภายนอกจะมีแสงริบหรี่เพียงใด แต่ ‘เงา’ ของเวนดี้ที่เคยมีความสุขที่สุดคนนั้น ยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในเนเวอร์แลนด์แห่งนี้ โดยปีเตอร์แพนที่ไม่เคยทอดทิ้งสัญญา
และจากบานหน้าต่างที่เคยปิดไว้เพราะความเหนื่อยล้า ถูกเปิดออกอีกครั้ง ด้วยความเต็มใจ
วันที่ปีเตอร์แพนต้องโต
ในโลกของการ์ตูน ปีเตอร์แพนคือเด็กชายผู้ปฏิเสธการเติบโต เขาคงความเยาว์วัยอยู่ในเนเวอร์แลนด์ตลอดกาล เพื่อหลีกหนีจากความเจ็บปวดของโลกใบโต ทว่าความเป็นจริง ไม่มีใครหยุดยั้งวันเวลาได้ ปีเตอร์แพนทั้ง 9 ของเราก็เช่นกัน เสียงติ๊กต่อกของนาฬิกาไม่เคยหยุดเดิน มันเคลื่อนผ่านไป ปีแล้วปีเล่า พวกเขาใช้วันเวลาที่เวียนผ่าน ถักทอความกล้าหาญ และสั่งสมประสบการณ์เพื่อให้แข็งแรงพอที่จะปกป้องเนเวอร์แลนด์ไปตลอดชีวิต
ทว่าในเนเวอร์แลนด์แห่งนี้ไม่ได้สงบสุขเสมอไป พายุลูกใหญ่พัดผ่านเข้ามาจนทำให้เราต้องมองดูการจากลาที่แสนเจ็บปวด หลายครั้งที่กำแพงของเนเวอร์แลนด์สั่นคลอนจากรอยร้าวของความไม่เป็นธรรม รวมถึงสถานการณ์บีบคั้นให้แต่ละคนต้องเลือกเส้นทางต่อสู้ที่ต่างกันออกไป
ชัยชนะของพวกเขานั้น มาจากความรักและเชื่อใจ มันกลายเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งพอจะอารักขา ‘เนเวอร์แลนด์’ ไว้เพื่อให้สมาชิกทุกคนได้กลับมารวมตัวกันเสมอ
ขอบคุณที่เติบโตมาอย่างดี จนให้เวนดี้คนนี้ภาคภูมิใจที่จะบอกใครต่อใครว่าเราคือ EXO-L
แม้ในวันที่โลกภายนอกอาจจะเริ่มลืมเลือนยุคสมัยของพวกเขา หรือมองว่าตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเป็นเพียงความชั่วคราวที่ผ่านไปตามกาลเวลา แต่ขอให้รู้ไว้ว่าเสียงกรี๊ดของ EXO-L คนนี้ ที่แม้โทนเสียงจะเปลี่ยนไปตามวัย แต่ความหมายในทุกถ้วนถ้อยที่ตะโกนออกไปนั้นยังคงเดิม มันคือเสียงที่ดังขึ้นเพราะความรัก อยากปกป้อง ปลอบประโลม และเพื่อยืนยันกับ EXO ทั้ง 9 คน เสมอว่า ‘เรายังอยู่ตรงนี้’
และเนเวอร์แลนด์แห่งนี้จะยังคงสว่างไสวตราบเท่าที่เสียงของพวกเรายังส่งไปถึงกัน
รอยจารึกในไดอารี่ที่ฝุ่นจับ
**“ฉันกำลังปัดฝุ่นออกจากไดอารี่เล่มเก่า
จู่ๆ มันก็เปิดออกแบบไม่ได้ตั้งใจ
ในนั้นมีเธออยู่กับที่รอยยิ้มสดใส
เธอยังคงอยู่ที่นี่เหมือนเดิม”**
*ถ้อยคำจากเพลง Peter Pan* พาเราย้อนกลับไปไล่เรียงทุกๆ ความทรงจำที่เคยมีร่วมกัน เด็กชายจากต่างดาว สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการ K-pop ทุบสถิติยอดขายทะลุล้านอัลบั้ม ปลุกกระแสเก็บสะสมแผ่นเพลงให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ตลอดจนช่วงเวลาแห่งเกียรติยศที่เราขึ้นรับรางวัลด้วยกันนับไม่ถ้วน เสียงแฟนชานท์ที่กึกก้องในทุกฮอลล์ ทุกสเตเดียมที่ได้ไปเยือน คือพยานของความสุขที่เกิดขึ้นจริงนับร้อยนับพันครั้ง และมันถูกบันทึกอย่างประณีตลงในหัวใจ
ทั้งหมดไม่ใช่แค่สถิติที่เราประทับตราขึ้น แต่มันคือช่วงเวลาที่เรามีร่วมกันในวันที่โลกเป็นของเรา เป็นเครื่องยืนยันว่าปีเตอร์แพนและเวนดี้ ช่วยกันสร้างเนเวอร์แลนด์แห่งนี้ขึ้นมา
ในไดอารี่เล่มยาวที่บันทึกการเดินทางตลอดสิบกว่าปีนี้ บางหน้าอาจเว้นว่างเพราะความว้าวุ่นจากโลกแห่งความจริง บางหน้าอาจแต่งแต้มด้วยดาวดวงใหม่ๆ ที่เราได้แวะไปทักทาย แต่ถึงอย่างนั้น ท่ามกลางดวงดาวนับร้อยพันที่ประดับอยู่บนฟากฟ้า ทันทีที่เสียงเรียกที่คุ้นเคยของ EXO ดังขึ้น หรือเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มที่แสนคุ้นตาบนหน้าต่างบานเดิม รอยด้ายจากฝีเข็มที่ปีเตอร์แพนบรรจงเย็บเงาคืนให้เวนดี้ก็ทำหน้าที่เป็น ‘เข็มทิศ’ พาเรากลับมายังพิกัดเดิมเสมอ มันทำให้เรารู้ว่าไม่ว่าเราจะเดินทางไปไกลแค่ไหน หรือรักใครเพิ่มอีกกี่คน แต่พิกัดที่ชื่อว่า EXO คือตำแหน่งของ ‘บ้าน’ ที่เราจะกลับมาร่อนลงจอด พักพิงใจได้อย่างปลอดภัยที่สุดเสมอ
ทุกหน้าในไดอารี่ ย้ำเตือนกับเราเสมอว่า ความรักและการสนับสนุนที่เรามีให้กันไม่เคยถูกพรากไปไหน แต่ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีในความทรงจำที่เราเดินทางด้วยกันมา รอยยิ้มของพวกเราบนหน้ากระดาษยังคงสดใสและมีชีวิตชีวา ยืนยันว่าปีเตอร์แพนและเวนดี้ไม่เคยเดินออกจากเส้นทางชีวิตของกันและกัน
ผงละอองดาวจากความสุขและความทรงจำถูกโปรยทั่วทุกตารางนิ้วในเนเวอร์แลนด์ที่มีปีเตอร์แพนคือ EXO และเป็นบทพิสูจน์ประโยคที่ว่า “ตราบใดที่ EXO และ EXO-L อยู่ด้วยกัน ไม่มีอะไรที่พวกเราทำไม่ได้”
แม้ในวันที่โลกภายนอกจะถาโถมด้วยภาระหน้าที่จนเราแทบจำวิธีโบยบินไม่ได้ แต่เพียงแค่ได้กลับมาทบทวนความทรงจำเหล่านี้ เราจะพบว่า ‘บ้าน’ ไม่เคยไปไหน
“ฉันกลับบ้านแล้ว เหมือนที่เคยสัญญาไว้ และฉันจะอยู่กับคุณไปอีกนาน เพราะคุณคือบ้านที่ฉันจะอยู่ตลอดไป” เนื้อหาในเพลง I’m home ดังขึ้นมาเพื่อตอกย้ำถึงความผูกพันระหว่างเรา EXO เป็นที่พักพิงในยามเหนื่อยล้า เป็น ‘บ้าน’ หลังเดิมที่เราตามหา และสามารถทิ้งตัวลงนอนได้อย่างปลอดภัยเพียงแค่เปิดประตูกลับมา เพราะสำหรับเรา บ้านไม่ใช่แค่สถานที่ แต่คือพื้นที่ที่มี EXO ทั้ง 9 รอคอยอยู่เสมอ
การหยิบไดอารี่เล่มเก่าขึ้นมาปัดฝุ่น จึงไม่ใช่การโหยหาอดีตที่จบไปแล้ว แต่เป็นการพาตัวเองกลับไปสู่อ้อมกอดของเนเวอร์แลนด์ที่คุ้นเคย เพื่อเติมพลังให้มีแรงใจก้าวต่อ
ขอบคุณที่ยังคงทำหน้าที่เป็นปีเตอร์แพนผู้ซื่อสัตย์ และทำให้รู้ว่าชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวัยผู้ใหญ่ คือการที่เรายังคงรักษาความสามารถในการรัก และยึดมั่นในความรักที่ร่วมถักทอด้วยกันมาตลอดหลายสิบปี ตั้งแต่ 8 เมษายน 2012 จวบจนถึงวันนี้
เราจะก้าวเดินต่อไปในโลกความจริงอย่างมั่นคง โดยมีภาพบนผนังที่แม้จะสีซีดจางไปบ้างเป็นเครื่องเตือนใจว่า… บานหน้าต่างในห้องนอน ไม่จำเป็นต้องปิดลงเพียงเพราะเราโตเป็นผู้ใหญ่
ตราบใดที่หน้าต่างบานนั้นยังแง้มไว้ เนเวอร์แลนด์จะยังเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ
แล้วพบกันที่หน้าต่างบานเดิมเสมอนะ ปีเตอร์แพนทั้ง 9
จากเวนดี้ที่เติบโตมาได้เพราะปีเตอร์แพนที่ชื่อ EXO
Graphic Designer: Krittaporn Tochan
Editorial Staff: Paranee Srikham**