‘แน็ก ชาลี’ ยื่นหลักฐานให้ ‘บิ๊กเต่า’ ตามคดีถูกขโมยทรัพย์กว่า 10 ล้าน ลั่นไม่อยากมีปัญหากับผู้ใหญ่
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. นายชาลี ไตรรัตน์ หรือ แน็ก นักแสดง นำหลักฐานเกี่ยวกับคดีที่คนร้ายขโมยของในบ้านตนเองหายไป เช่น ปืนโบราณ จำนวน 65 กระบอก เครื่องดนตรีโบราณ เงินสด ทองคำรูปพรรณ มูลค่ากว่า 10 ล้าน ที่หายไปตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 มาให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หลังก่อนหน้าแจ้งความแล้วคดีไม่คืบหน้า
โดย แน็ก ชาลี กล่าวว่า วันนี้ตนนำหลักฐานที่หามาได้มาส่งให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.โชคชัย แต่ไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เหตุการณ์จะครบ 1 ปีแล้ว ทั้งนี้ตนไม่ได้อยากจะเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร แต่ในเมื่อให้โอกาสแล้ว ให้มานานแล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นกระบวนการของตำรวจ ที่ผ่านมา ตนไปติดตามของเอง สังคมก็มองว่า ตนเป็นเด็กเลี้ยงแกะ สร้างกระแส มองเป็นเด็กแรง ๆ แต่พอในช่วง 10 วันที่ผ่าน มันมีกระแสขึ้นมา หลายคนก็ออกมากระตือรือร้น ตนก็ขอบคุณ แต่ที่ผ่านมา ที่พยายามติดตามของคืนเชื่อว่า กลุ่มคนร้ายที่เคยเป็นคนที่ผมเลี้ยงดูให้ข้าวให้น้ำ แต่กลุ่มคนร้ายจะต้องรู้จักกับตำรวจแน่นอน เพราะตอนที่ตนไปตามเรื่อง ไปชี้เป้าให้ตำรวจ แต่ก็ไม่ดำเนินการให้ เชื่อว่าเขาต้องรู้จักกันแน่นอน
"…ผมรู้สึกเสียดายมาก ถ้าตำรวจตามของกลางให้ตั้งแต่แรก ปืนทั้ง 65 กระบอกของผม จะกลับคืนมาในสภาพที่ดี ไม่เป็นแบบนี้ ผมไม่อยากจะนึกเลยว่า ปืนของผมจะสภาพเป็นอย่างไร ผมดูแลปืนมาอย่างดี ปืนโบราณที่ผมไปซื้อ ไปตามหามาทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ ทุกอย่างมันมีทะเบียนถูกต้องทั้งหมด ผมสะสมด้วยความชื่นชอบ ไม่เคยเอาออกมาโชว์ใคร ผมดูแลของผมอย่างดี แต่ถ้าได้คืนมาสภาพมันต้องไม่เหมือนเดิม และในตู้เซฟมันมีทั้งเงิน ทอง แต่ผมหวังจะได้ปืนคืนกลับมา เพราะมันเป็นคุณค่าทางใจมากที่สุด บางกระบอกได้มาจากต่างประเทศ ราคาสูง ชุดอุปกรณ์ดูแลอีก มูลค่ามันประเมินไม่ได้ ผมเสียดายจริงๆ ถ้าตามให้ผมตั้งแต่แรก เราคงได้ปืนกลับมาทั้งหมดให้สภาพที่ยังรับได้…" แน็ก ชาลี กล่าวและเผยอีกว่า
"…ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ยืนยันว่า ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนมาคุย มาช่วยทำคดี แต่พอมีประเด็นขึ้นมา ก็มีผู้ใหญ่หลายคนจะเข้ามาคุยกับผม แต่ผมไม่ขอคุย ทำไมก่อนหน้านี้ไม่มาคุย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีผู้ใหญ่ไม่ให้ตามคดี ผมมองว่า ผมไม่ได้อยากไปมีปัญหาอะไรกับใคร เพราะก็มีคนมาบอกว่า ตำรวจตามให้สุด ๆ แล้ว ผมก็มองออกแล้วว่าอะไรยังไง ส่วนถ้าปืนผมไปอยู่กับใคร คนเหล่านั้นก็ต้องรับผิด เพราะเป็นปืนเถื่อน คุณรับของโจร พวกคุณก็ต้องถูกดำเนินคดี และผมเชื่อว่า คนร้ายมีมากกว่าที่ตำรวจจับกุมได้แน่นอน…"
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตนได้คุยกับผู้กำกับ สน.โชคชัย คุยกับพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนของตำรวจนครบาล 4 แล้ว ถึงรายละเอียดเบื้องต้นแต่เมื่อผู้เสียหายยังมีความกังวลและนำหลักฐานมาร้องที่เรา ผมจะให้ตำรวจกองปราบฯ ลงไปช่วยในการสืบสวนและติดตามของกลางกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด เบื้องต้นจากที่คุยกับตำรวจชุดทำคดี บอกว่า ตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 นายอ้น นายตี๋ นายอาร์ต ทั้งหมดยังให้การภาคเสธ ซึ่งตำรวจจะส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 ในวันที่ 25 เมษายนนี้ ส่วนของกลาง หากผู้ต้องหานำไปขายก็คงเป็นเรื่องที่ลำบากเพราะปืนมีเอกลักษณ์มีเลขเฉพาะของแต่ละกระบอก หากนำไปขายก็คงสามารถติดตามได้ไม่ยาก ซึ่งจะให้ตำรวจกองปราบฯ เร่งดำเนินการในประเด็นนี้ให้เร็วที่สุด
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า คดีนี้ไม่ซับซ้อน เพราะตามตัวผู้ต้องหาได้แล้ว ส่วนของกลางก็ต้องไปตรวจสอบว่าคนร้ายเอาไปไว้ที่ไหน ส่วนจะอยู่กับใคร หรืออยู่กับผู้ใหญ่ ก็ไม่ยาก ขอไปตรวจสอบก่อน ยืนยันอยู่ที่ใครก็จะตามมาทั้งหมด.