โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โพลชี้ ปชช. 72% หนุนรื้อโครงสร้างราคาพลังงาน จี้รัฐลดภาษีสรรพสามิตพยุงค่าครองชีพ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 เมษายน 2569 เวลา 19.45 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผลสำรวจพบประชาชนกว่า 72% เห็นพ้องแนวทางปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน-ไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ เสียงสะท้อนส่วนใหญ่ยัง "ไม่แน่ใจ" ต่อสัมฤทธิผลของมาตรการรัฐ หลังดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับปานกลาง ชงรัฐบาลเร่งลดภาษีน้ำมันเพิ่มเติมเป็นมาตรการเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพวินัยการเงินการคลัง

12 เมษายน 2569 "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,266 คน ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2569 ในหัวข้อ "การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล" พบว่าทิศทางนโยบายของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาพลังงานกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในเชิงโครงสร้างมากกว่าเพียงมาตรการอุดหนุนชั่วคราว

โครงสร้างราคา: จุดเปลี่ยนที่ประชาชนให้ความสำคัญ

จากการวิเคราะห์แนวทางที่รัฐบาลแถลง ประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน "การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน" ทั้งในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 72.27 ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับแนวทางอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมองเห็นความจำเป็นของการปฏิรูปเชิงระบบเพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ในมิติของความเชื่อมั่นต่อความสำเร็จในการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานจาก 3 แนวทางหลักของรัฐบาล ผลสำรวจระบุว่าประชาชนเพียงร้อยละ 34.36 ที่คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จ ในขณะที่ร้อยละ 32.23 ยังระบุว่า "ไม่แน่ใจ" ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างของความไว้วางใจต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง

มาตรการระยะสั้นและการลดภาษีสรรพสามิต

นอกเหนือจากการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ประชาชนอีกกว่าร้อยละ 76.07 แสดงความต้องการให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินมาตรการลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการในทันที

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า "ผลสำรวจสะท้อนความหวังของประชาชนต่อรัฐบาล… ที่ต้องการเห็นประเทศฝ่าวิกฤตพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพในทันทีและมีมาตรการระยะสั้นที่จับต้องได้มากกว่านโยบายเชิงหลักการ"

โจทย์ใหญ่ด้านการบริหารและวินัยการคลัง

ในมุมมองทางนโยบายและการบริหารภาครัฐ ความต้องการให้ลดภาษีในสัดส่วนที่สูงมากกลายเป็นประเด็นท้าทายสำคัญในการสร้างความสมดุลระหว่างการตอบสนองความเดือดร้อนเฉพาะหน้ากับการรักษาวินัยการคลังของประเทศ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ความเชื่อมั่นว่า "ระดับความเชื่อมั่นต่อมาตรการทั้ง 3 แนวทางว่าจะแก้วิกฤตได้จริงยังอยู่ในระดับปานกลาง และมีสัดส่วน 'ไม่แน่ใจ' สูง สื่อถึงทุนทางความไว้วางใจที่ยังจำกัด"

บทสรุปของผลสำรวจในครั้งนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องเร่งสื่อสารและขับเคลื่อนนโยบายให้มีความชัดเจนและตรงจุด เพื่อตอบโจทย์สถานการณ์จริงที่ภาคธุรกิจและประชาชนกำลังเผชิญอยู่ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ยังคงมีความผันผวนสูงในปัจจุบัน โดยต้องผสานการปฏิรูปโครงสร้างระยะยาวเข้ากับมาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้นอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...