โพลชี้ ปชช. 72% หนุนรื้อโครงสร้างราคาพลังงาน จี้รัฐลดภาษีสรรพสามิตพยุงค่าครองชีพ
ผลสำรวจพบประชาชนกว่า 72% เห็นพ้องแนวทางปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน-ไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ เสียงสะท้อนส่วนใหญ่ยัง "ไม่แน่ใจ" ต่อสัมฤทธิผลของมาตรการรัฐ หลังดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับปานกลาง ชงรัฐบาลเร่งลดภาษีน้ำมันเพิ่มเติมเป็นมาตรการเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพวินัยการเงินการคลัง
12 เมษายน 2569 "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,266 คน ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2569 ในหัวข้อ "การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล" พบว่าทิศทางนโยบายของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาพลังงานกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในเชิงโครงสร้างมากกว่าเพียงมาตรการอุดหนุนชั่วคราว
โครงสร้างราคา: จุดเปลี่ยนที่ประชาชนให้ความสำคัญ
จากการวิเคราะห์แนวทางที่รัฐบาลแถลง ประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน "การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน" ทั้งในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 72.27 ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับแนวทางอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมองเห็นความจำเป็นของการปฏิรูปเชิงระบบเพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ในมิติของความเชื่อมั่นต่อความสำเร็จในการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานจาก 3 แนวทางหลักของรัฐบาล ผลสำรวจระบุว่าประชาชนเพียงร้อยละ 34.36 ที่คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จ ในขณะที่ร้อยละ 32.23 ยังระบุว่า "ไม่แน่ใจ" ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างของความไว้วางใจต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง
มาตรการระยะสั้นและการลดภาษีสรรพสามิต
นอกเหนือจากการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ประชาชนอีกกว่าร้อยละ 76.07 แสดงความต้องการให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินมาตรการลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการในทันที
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า "ผลสำรวจสะท้อนความหวังของประชาชนต่อรัฐบาล… ที่ต้องการเห็นประเทศฝ่าวิกฤตพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพในทันทีและมีมาตรการระยะสั้นที่จับต้องได้มากกว่านโยบายเชิงหลักการ"
โจทย์ใหญ่ด้านการบริหารและวินัยการคลัง
ในมุมมองทางนโยบายและการบริหารภาครัฐ ความต้องการให้ลดภาษีในสัดส่วนที่สูงมากกลายเป็นประเด็นท้าทายสำคัญในการสร้างความสมดุลระหว่างการตอบสนองความเดือดร้อนเฉพาะหน้ากับการรักษาวินัยการคลังของประเทศ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ความเชื่อมั่นว่า "ระดับความเชื่อมั่นต่อมาตรการทั้ง 3 แนวทางว่าจะแก้วิกฤตได้จริงยังอยู่ในระดับปานกลาง และมีสัดส่วน 'ไม่แน่ใจ' สูง สื่อถึงทุนทางความไว้วางใจที่ยังจำกัด"
บทสรุปของผลสำรวจในครั้งนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องเร่งสื่อสารและขับเคลื่อนนโยบายให้มีความชัดเจนและตรงจุด เพื่อตอบโจทย์สถานการณ์จริงที่ภาคธุรกิจและประชาชนกำลังเผชิญอยู่ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ยังคงมีความผันผวนสูงในปัจจุบัน โดยต้องผสานการปฏิรูปโครงสร้างระยะยาวเข้ากับมาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้นอย่างมีประสิทธิภาพ