โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สินค้าราคาพุ่ง 20% ‘ตั้งงี่สุน’ จี้รัฐเร่ง ‘คนละครึ่ง’ กู้ชีพเศรษฐกิจไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด กล่าวว่า ในวิกฤตพลังงานตอนนี้ได้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและภาคธุรกิจพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมัน ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ตัวอย่างเส้นทางกรุงเทพฯ-อุดรธานี เดิมมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาทต่อคัน พุ่งสูงขึ้นเป็น 8,000 บาทต่อคัน ทำให้ผู้ขนส่งบางรายไม่ยอมวิ่งรถเพราะแบกรับต้นทุนน้ำมันไม่ไหว จนผู้ประกอบการเสี่ยงต่อการขาดทุน

ยังมีเรื่องเม็ดพลาสติกขาดแคลนที่ผลกระทบต่อราคาสินค้าและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ด้วย สินค้าจำพวกหลอด แก้ว และถุงพลาสติก ปรับราคาดันต้นทุนเพิ่มขึ้น 15-20% ยกตัวอย่างน้ำดื่ม แม้ราคาจะยังไม่ปรับขึ้นทันที เพราะผู้ผลิตพยายามแบกรับภาระต้นทุน แต่ก็เริ่มมีปัญหาเรื่องการจัดส่งที่ล่าช้า เนื่องจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น แม้แต่น้ำดื่มแบรนด์ท้องถิ่นยังเริ่มปรับราคาขึ้นมาใกล้เคียงกับแบรนด์ใหญ่เพราะต้นทุนขวดพลาสติก

“สถานการ์ปัจจุบันอยู่ใสภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มลดลง สังเกตดีๆ จะเห็นค่าเงินลดลงอย่างน้อย 20% เช่น เงิน 3,000 บาทที่เคยซื้อของได้ 300 ชิ้น ปัจจุบันอาจซื้อได้เพียง 220-280 ชิ้น พฤติกรรมผู้บริโภคก็เริ่มประหยัดมากขึ้น ลดการออกไปกินข้าวนอกบ้าน บางคนหันมาใช้รถไฟในการเดินทางแทนรถยนต์ส่วนตัวเนื่องจากประหยัดกว่ามาก”

สถานการ์ดังกล่าวอาจเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจได้ว่า เหมือนอยู่ใน "ห้อง ICU" ที่แม้จะพยายามฟื้นตัวแต่ยังไม่สามารถออกมาได้ ผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่ง ทั้งรายเล็กรายใหญ่ ตลอดจนร้านค้าในท้องถิ่นพยายามสำรองสินค้าไว้ให้มาก เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นและลดการตื่นตระหนก แต่ก็ ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง และโปรโมชั่นจูงใจสำหรับผู้บริโภคก็กระตุ้นกำลังซื้อได้ยากขึ้น

นายมิลินทร์ กล่าวว่า ในสภาวะเหล่านี้ผู้ประกอบการพยายามปรับตัวอย่างมาก ภาคธุรกิจเริ่มตัดสินใจลงทุนเรื่องโซลาเซลล์ และสนใจรถไฟฟ้า (EV) มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพิงน้ำมันในระยะยาว โดยประเมินเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ภาพรวมค่อนข้างหนักเนื่องจากวิกฤตน้ำมันส่งผลกระทบที่รุนแรงและกว้างต่อทุกภาคส่วน คาดว่าตัวเลขในภาคธุรกิจการค้าน่าจะหายไปอย่างน้อย 10% และไตรมาสที่ 2 ยังคงหนักไม่ต่างกันหากราคาน้ำมันยังไม่ลดลง

“แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะยุติหรือหาข้อสรุปได้ แต่ช่วงเวลา 8 เดือน- 1 ปี หลังจากนี้ อาจเป็นช่วงระยะเวลาการฟื้นฟูผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในคาบสมุทรอาหรับที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงและไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ในทันที เชื่อว่าสถานการณ์จะเริ่มมีความชัดเจนดีขึ้นก็ต่อเมื่อความขัดแย้งยุติลงและเริ่มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูจริง”

อย่างไรก็ตาม คงไม่คาดหวังว่าทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมภายในเร็ววัน เพราะสถานการณ์จะยังไม่คลี่คลาย ไม่แน่ว่าอาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี กว่าระบบต่าง ๆ จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่ที่แน่ๆ ภาคธุรกิจจะได้รับความเสียหายถ้วนหน้า ส่วนภาคประชาชนยังคงต้องเผชิญกับสภาวะเงินเฟ้อ และต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เรื่องนี้อยากให้รัฐบาลขอความร่วมมือจากธนาคาร ให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดยการ พักชำระหนี้หรือปลอดดอกเบี้ยเป็นเวลา 1-2 ปี เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสตั้งตัวได้จริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่การเลื่อนการเก็บหนี้ไปชั่วคราว ที่สำคัญควรเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่ง ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับพลังงานทางเลือก ทั้งนำนวัตกรรมอย่าง AI มาใช้เพื่อทางรอดของประเทศให้เร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...